ชาใบหม่อนเพื่อสุขภาพ

            สถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ร่วมกับโรงพยาบาลปทุมธานี กระทรวงสาธารณสุข คณะเภสัชศาสตร์ และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กระทรวงศึกษาธิการ และกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำการศึกษาเบื้องต้นถึงประสิทธิผล และความปลอดภัยของใบหม่อน (Morus alba L.) ในการลดระดับไขมันและระดับน้ำตาลในเลือด ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลิน โดยศึกษาในผู้ป่วยเบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลินรายใหม่ และไม่เคยได้รับยาลดน้ำตาลหรือยาลดไขมันในเลือดมาก่อน จำนวน 27 คน ผู้ป่วยได้รับสารสกัดด้วยน้ำจากใบหม่อน ขนาด 350 มก./แคปซูล รับประทานครั้งละ 2 แคปซูล วันละ 3 ครั้งก่อนอาหาร ติดต่อกันนาน 8 สัปดาห์ ผู้ป่วยทุกรายได้รับการตรวจเลือดวัดระดับน้ำตาล ระดับไขมัน การทำงานของไต การทำงานของตับ ตรวจนับเม็ดเลือด และตรวจปัสสาวะก่อนการรักษาและตรวจซ้ำทุก 2 สัปดาห์ และได้รับการตรวจเลือดวัดระดับ Hemoglobin A1c ก่อนการรักษาและเมื่อสิ้นสุดการรักษา พบว่าผู้ป่วยทุกรายไม่มีอาการผิดปกติระหว่างการรักษาและจากผลการตรวจนับเม็ดเลือด การตรวจปัสสาวะ การทำงานของตับและไตก่อนและหลังการรักษาไม่มีความแตกต่างกัน จึงสรุปได้ว่าการรับประทานสารสกัดใบหม่อนวันละ 2.1 กรัม ติดต่อกัน 8สัปดาห์ มีความปลอดภัย ทำให้ระดับไขมันในเลือดของผู้ป่วยทั้งระดับ cholesterol และ triglyceride ลดลง 13% และ 28.5% ตามลำดับ และขณะนี้ทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กระทรวงศึกษาธิการ โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ทำการศึกษาเบื้องต้นถึงประสิทธิผล และความปลอดภัยของสารสกัดใบหม่อน ในการรักษาภาวะไขมันในเลือดสูงในผู้ป่วยไขมันในเลือดสูง และในผู้ป่วยโรคเอดส์ที่ได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอดส์ อย่างไรก็ตามสารสกัดใบหม่อนในขนาดดังกล่าว ไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานลด ซึ่งสถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จะได้ทำการศึกษาในเรื่องนี้เพิ่มเติมต่อไป

        เนื่องจากมีรายงานการศึกษาวิจัยในห้องปฏิบัติการ ที่แสดงว่าใบหม่อนมีคุณสมบัติในการลดระดับไขมัน และระดับน้ำตาลในเลือดสัตว์ทดลองได้ โดยพบว่าสารสกัดด้วยเมทานอลจากใบหม่อน มีฤทธิ์ลดระดับไขมันในเลือด หนูขาวที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดภาวะไขมันในเลือดสูงด้วยโคเลสเตอรอล และยังพบว่าการกินใบหม่อน และ quercetin 3-(6-malonylglucoside) ซึ่งเป็น flavonol glycoside ที่ได้จากใบหม่อน มีฤทธิ์ลดการเกิด oxidation ของ LDL และป้องกันการเกิด atherosclerotic lesion ที่เกิดจากการได้รับอาหารไขมันสูงในหนูถีบจักรที่ LDL-receptor มีความบกพร่อง จากการศึกษาของนักวิจัยจากสถาบันวิจัยสมุนไพร เปรียบเทียบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสสระของสารสกัด 50%เอทานอลจากใบหม่อน 6 สายพันธุ์ ที่มีปลูกในประเทศไทย โดยวิธี DPPH พบว่าสารสกัดจากใบหม่อนสายพันธุ์บุรีรัมย์ 60 และสายพันธุ์นครรราชสีมา60 มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงสุด สารสกัดด้วยเอทานอลของใบหม่อน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดของหนูขาวที่ถูกเหนี่ยวนำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงโดยใช้ adrenalin หรือกลูโคส หรือ Streptozotozin ลดลงได้ สารสกัดด้วยเอทานอล-น้ำ จากใบหม่อนทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดของหนูถีบจักร ที่ถูกเหนี่ยวนำให้เป็นเบาหวานลดลง โดยการเพิ่ม cellular glucose uptake สารสกัดด้วยน้ำร้อน และชาชงใบหม่อนยังแสดงฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดในหนูถีบจักรที่ถูกเหนี่ยวนำให้เป็นเบาหวานด้วย Streptozotozin และหนูขาวที่ถูกเหนี่ยวนำให้เป็นเบาหวานด้วย alloxan และ Streptozotozin เมื่อให้หนูขาวที่ถูกเหนี่ยวนำให้เป็นเบาหวานด้วย alloxan กินผงใบหม่อนติดต่อกัน 10 วัน จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดของสัตว์ทดลองลดลง และยังมีรายงานว่าการให้หนูขาวที่ถูกเหนี่ยวนำให้เป็นเบาหวานด้วย Streptozotozin กินอาหารที่ผสมผงใบหม่อน ในอัตราส่วนร้อยละ 25 ติดต่อกันเป็นเวลา 8 สัปดาห์ สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ภาวะการเกิด glycouria และ albuminuria ได้ รวมทั้งชะลอการเกิด retinopathy ด้วย ในขณะที่หนูขาวเบาหวานที่ไม่ได้รับผงหม่อน จะเกิดอาการดังกล่าวข้างต้นภายในเวลา 8 สัปดาห์ นอกจากนั้นการให้ NOD mice ซึ่งเป็น model ของเบาหวานประเภท 1 กินอาหารที่ผสมผงใบหม่อนในอัตราส่วนร้อยละ 5 สามารถป้องกันการเกิดเบาหวานได้ นอกจากนั้นยังมีรายงานว่าสาร 1-deoxynojirimycin (DNJ) ในใบหม่อน มีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ a-glucosidase ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และสารสกัดหม่อนที่มี 1-DNJ 2.4% equivalent มีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ disaccharidase (sucrase, maltase, isomaltase) จากลำไส้เล็กของคนและหนูขาว และจากการศึกษาในหลอดทดลองยังพบว่า fagomine ซึ่งเป็น pseudo-sugar ที่แยกได้จากใบหม่อนสามารถเสริมฤทธิ์ (potentiate) การหลั่งอินซูลินที่เกิดจากการกระตุ้นด้วยกลูโคสของ islets cell ที่แยกจากตับอ่อนของหนูขาว นอกจากฤทธิ์ลดไขมัน และลดน้ำตาลในเลือดแล้ว ยังมีรายงานการศึกษาวิจัยทางห้องปฏิบัติการถึงฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาอื่น ๆ ที่น่าสนใจของใบหม่อน ได้แก่ ฤทธิ์ยับยั้งการสร้าง melanin ฤทธิ์ต้าน oxidation ฤทธิ์ต้านอักเสบ ต้านเชื้อแบคทีเรีย และรา