โถ เณร อายุยังน้อยไม่น่าเลย.............
จิตไม่โศก-1
โสภณ เปียสนิท
...........................
สามเณรน้อยรูปร่างผอมบาง คะเนวัยไม่น่าจะเกิน 16 ปี เดินฝ่าเปลวแดดออกจากวัดสุนทร ตัดผ่านทุ่งนาของชาวบ้าน มุ่งหน้าตรงเข้าป่าห่างไกลหมู่บ้านทีละน้อย แต่ละก้าวเดินมั่นคงเด็ดเดี่ยว ดวงตาทอดต่ำสำรวมเหมือนกำลังสวดมนต์บทใดบทหนึ่งทุกย่างก้าว บรรดาหมู่ญาติกลุ่มใหญ่ยืนหน้าตาเศร้าสร้อย บางคนน้ำตาหยดย้อยเปื้อนแก้มสองข้าง “โถ เณร อายุยังน้อยไม่น่าเลย” เสียงใครคนหนึ่งกล่าวขึ้นแสลงหูผู้ได้ยิน “เฮ้ย...ไอ้ทิดแบนเอ็งพูดเหมือนแช่งเณรน้อย” พ่อเนื่องบิดาของเณรหันมาดุทิดแบน “ผมสงสารเณรนะครับ” ทิดแบนแก้ตัว “ก็พูดให้เป็นมงคลหน่อยซิว่ะ” ทิดแบนทำหน้าละห้อย หลวงพ่อเที่ยงเจ้าอาวาสวัยกลางคน ผู้อบรมเณรน้อยมาตลอด 3 ปี กล่าวอย่างสำรวม ดวงตาเขม้นมองไปทางที่เณรเดินไป “เณรน้อยเดินหน้าหาธรรม ไม่ต้องเป็นห่วง”
หลังยืนมองเณรน้อยเดินไกลลับสายตา ชาวบ้านต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน หลวงพ่อเที่ยงกลับเข้ากุฏิเก็บตัวเงียบไม่พูดจากับใครอีก
สามเณรเดินหน้าเข้าป่าห่างไกลหมู่บ้านไปเรื่อยๆ กลางวันพักผ่อนปฏิบัติธรรมตามร่มไม้ใหญ่บ้าง เรือนว่างบ้าง เถียงนาของชาวบ้านที่ห่างไกลบ้าง ถ้ำบ้าง เวิ้งหินริมผาหินบ้าง ที่ใดจิตแวบเกิดความหวาดกลัว เณรรวบรวมความกล้าปักกลดพักผ่อนหลายวันหลายคืนจนกว่าความกลัวจะหายไป ค่ำลงปักกลดปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่อง จำวัดเพียงเล็กน้อย เช้าตรู่สวดมนต์ไหว้พระ ปฏิบัติธรรมกัมมัฏฐาน แล้วออกบิณฑบาตโปรดสัตว์โลก บางคราวเดินทางยาวไกล บางแห่งเดินใกล้ บางแห่งมีหมู่บ้าน บางแห่งไม่มีหมู่บ้านแต่มีชาวบ้านแต่งเก่าๆ ขาดๆ มาใส่บาตร สายตาแข็งๆ เหมือนไม่กระพริบตา พูดน้อยถามคำตอบคำ
เณรน้อยเดินแบกกลดถึงลานป่าแห่งหนึ่งเงียบสงบ ไม้ใหญ่สูงลิบลิ่วร่มรื่น ด้านทิศตะวันออกมีลานหินเหมาะสำหรับเดินจงกรมใกล้หน้าผาเตี้ยๆ ถัดจากหน้าผามีต้นโพธิ์ป่าต้นใหญ่แผ่ร่มเงาน่าพักผ่อน เณรน้อยพอใจกะว่าจะพักอยู่หลายวัน เย็นย่ำสนธยาความมืดมัวปกคลุมป่าเขา เณรเดินจงกรมกลับไปมาหลายชั่วโมงแล้ว
ติดตามอ่านตอนต่อไปค่ะ..
ลูกๆอ่านแล้วบอกว่าสนุกจัง........ จะติดตามตอนต่อไป ขอบคุณมากค่ะ
น่าติดตามเรียนรู้นะครับ
ติดตามมาอ่านสามเณรน้อยค่ะ
ขอบคุณน่ะค่ะ จะรออ่านต่อค่ะ
วันนี้ครอบครัวเพื่อนสนิทมาทานข้าวที่บ้าน ปิดท้ายด้วยการนั่งปิ้งข้าวจี่ ผิงไฟกัน อากาศที่ป่าติ้วเริ่มเย็นแล้ว อุ่น อิ่ม เอม ค่ะ
ลองคลิกดูที่นี่ หันสู่รากเง้าแห่งชีวิตกับพี่โจน จันใด
ถือว่าเป็นคำชมกลายๆ นะครับ ว่าจะกลับมาอ่านอีก
ยินดีต้อนรับ รู้สึกว่าเป็นมิตรใหม่ที่เพิ่งจะเข้ามาครั้งแรก ทางดน้นเป้นอย่างไรบ้างครับ
ขอบคุณที่แวะมาเยือน ทางโน้นเป็นอย่างไรบ้างครับ หวังว่าจะนำเรื่องราวท้องถิ่นมาเสนอต่อๆไป
เอาภาพเณรน้อยสององค์มาให้ดูด้วย องค์หนึ่งเป็นภาพปัจจุบัน อีกองค์หนึ่งเป็นภาพอดีตนะครับ
วันนี้ไม่มีภาพขนมสวยๆมาบ้างหรือครับ
ไปเยี่ยมเว็บคุณโจนมาแล้วครับ เดิมก็อ่านงานท่านบ่อย เรื่องบ้านดิน เรื่องการเก็บเมล็ดพันธุ์
ชอบชีวิตแบบนั้นอยู่นานแล้ว แต่ในความคิดนะ ความจริงยังไม่รู้ หลังเกษียณค่อยว่ากันอีกที ป่าติ้ว อาจมีอะไรดีๆ อยู่มากนะครับ
ดีจังคะครู
จะติดตามอ่านต่อว่า..เณรน้อยจะเป็นอย่างไรค่ะ
สวัสดีค่ะ
เรียนคุณอุ้มบุญครับ
"เดินหมากรุกยังต้องคิด เดินหมากชีวิตไม่คิดได้อย่างไร" นักเลงหมากรูกเขาว่ากันอย่างนั้น มีแผนแล้วเดินตามแผนก็ดีครับ
แต่ว่า.....ค่อยๆเดินช้า แต่มั่นคง ก็ดีเหมือนกันนะครับ
ส่วนเรื่องป่าติ้ว อธิบายพร้อมภาพประกอบครับ ไม่อย่างนั้น ยังไม่เห็นแจ้งครับ อิอิ
สำหรับน้องเณรติดแม่ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ปล่อยไปเรื่อยๆ ก่อน อีกสักระยะเขาจะไปติดเพื่อนเอง
บางทีนะถึงตอนคุณแม่อาจได้รู้ความจริงว่า "โดยแท้แล้ว แม่ติดเณร" อิอิ
มีภาพประกอบพร้อมเลย ตอนนี้น้องเณรก็ยังไม่สึกใช่ไหมครับ ดีนะครับ บวชด้วยเรียนไปด้วย เหมือนน้องเณรโสภณ สมัยโน้นเลย อิอิ