จนถึงวันนี้พวกเราก็ยังไม่หยุดคิดที่จะหารูปแบบกิจกรรมที่ผู้เข้าประชุมจะได้เรียนรู้มากๆ ได้ความรู้ที่นำไปปฏิบัติได้ พร้อมๆ กับได้ความสุขความสนุกไปด้วย จนกว่าจะวินาทีสุดท้ายก่อนเปิดเวที

ความเดิม

ดิฉันไม่ค่อยมีเวลาเขียนเล่าเรื่องราวการเตรียมงาน KM เบาหวาน-ความดันโลหิตสูง เพราะมีเรื่องที่ต้องจัดการในการเตรียมงานมากมายจริงๆ (การจัดงานครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๔ คงจะเอามาเขียนหนังสือได้เป็นเล่มๆ) พวกเราประชุมกันอีกครั้งเมื่อวันเสาร์ที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ โรงพยาบาลเปาโลเมโมเรียล พหลโยธิน ตั้งแต่สายๆ ไปจนถึงบ่ายแก่ๆ

ดิฉันขึ้นกรุงเทพฯ ครั้งนี้มาทำงาน ๓ งาน คือการประชุมครั้งนี้ มาเป็นวิทยากรให้สมาคมผู้ให้ความรู้โรคเบาหวาน และมาทำหน้าที่ “ศิราณี” ให้ สคส.ในงานมหกรรม KM แห่งชาติครั้งที่ ๕ หมอฝน พญ.สกาวเดือน นำแสงกุล จาก รพ.ครบุรี นั่งรถมาจากสระบุรีเพื่อการประชุมครั้งนี้โดยเฉพาะ หมอนก พญ.ศรัณยา สุคันธไชยวงศ์ จาก รพ.แพร่ มารับรางวัลเงินแสนจากสมาคมต่อมไร้ท่อฯ ด้วย คุณธวัช หมัดเต๊ะ จาก สคส.แม้จะมีงานมหกรรม KM แห่งชาติครั้งที่ ๕ ในอีกวันสองวันก็ยังมาประชุม ภก.เอนก ทนงหาญ จาก รพร.ธาตุพนม มาเป็นวิทยากรให้ สคส. ด้วย  ทีม รพ.พุทธชินราชติดงานมากันไม่ได้ยกทีม

น้องมดยอดขยัน ภญ.ปราณี ลัคนาจันทโชติ จาก รพ.สมุทรสาคร จัดการลูกเสร็จ (ไม่รู้ว่าทำอะไรลูก...) ก็บึ่งมาประชุมทันที คุณพรรณ สุภาพรรณ ตันติภาสวศิน จาก สรพ. คุณน้องนุช บ่อคำ จากกองทุนบริหารจัดการโรคเรื้อรัง สปสช. สปอนเซอร์ใหญ่ คุณวรนุตร อรุณรัตนโชติ จากสถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์ คุณถาวร จิระพงษ์ และน้องเกด จาก บ.แอ๊บบ๊อต คุณปิ๊ก ณัฏฐิยา สุธีพิเชฐภัณฑ์ จาก บ.โรช

พญ.อารยา ทองผิวและคุณวิยดา แสงดี เจ้าของสถานที่ ดูแลอำนวยความสะดวกให้อย่างดียิ่ง คุณหมอสมเกียรติ โพธิสัตย์ ผอ.สถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์ ติดงานในช่วงเช้า (งานในครอบครัวของอาจารย์อารยาเองนั่นแหละ แต่อาจารย์อารยาเลือกมาให้บริการพวกเราแทน)

การประชุมวันนี้ เราได้ช่วยกันเลือกแบบกระเป๋าใส่เอกสารและเสื้อทีมงาน คิดกิจกรรมวัน KM และกิจกรรมในฐานที่ ๒ และ ๔ ให้ชัดๆ สรุปความได้ดังนี้

วันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๓
กิจกรรมตามล่าหา Tacit 
เราเสนอคุณธวัชว่าให้ผู้เข้าประชุมได้ค้นหาความรู้ Tacit จากเรื่องเล่าที่เราเตรียมไว้จะดีกว่าการให้ผู้เข้าประชุมจับกลุ่มเล่ากันเอง เพราะเขาคงไม่ได้เตรียมตัวมาเล่า อาจจะไม่สนุกเร้าพลังเร้าใจ ไม่ได้ความรู้ Tacit อย่างที่หวัง ทีมงานของเรามีเรื่องเล่าดีๆ พร้อมจะ share อยู่แล้ว เราสามารถจัดกลุ่มผู้เข้าประชุม ให้บางกลุ่มฟังเรื่องเล่าจากคนเป็นๆ บางกลุ่มดูการแสดงสด บางกลุ่มดู VDO น่าจะ work ดีนะ เมื่อวานดิฉันตรวจปรู๊ฟหนังสือเรื่องเล่าเล่ม ๒ เพื่อจะพิมพ์ซ้ำใหม่ ได้ไอเดียเพิ่มว่าอาจให้บางกลุ่มค้นหาความรู้ Tacit จากเรื่องเล่าในหนังสือก็ได้

วันที่ ๑๔-๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๓
ฐานที่ ๑ และ ๓ ลงตัวไปแล้วเมื่อการประชุมครั้งก่อน ฐานที่ ๓ ทีมที่รับผิดชอบนำโดยหมอฝน ได้ไปซักซ้อมลองทำกิจกรรมจริงมาแล้ว พบว่าถ้าทำกิจกรรมที่วางแผนไว้เดิม เวลาจะไม่พอ เลยต้องปรับกิจกรรมใหม่

ฐานที่ ๒ จัดการเรื่องยากๆ ด้วยคุณภาพการบริการ ทีมหมอตาจากโคราชจะมาจำลองสถานการณ์การดูแลผู้ป่วยที่มีปัญหาแทรกซ้อนทางตาทั้งในระดับ รพศ./รพท. และ รพช. เราคุยรายละเอียดเรื่องกิจกรรมของทีมดูแลผู้ป่วยที่มีปัญหาแทรกซ้อนทางไตและ Stroke โดยหมอฝนใช้คำว่า “อยากให้มาพาทำ...” ไม่ใช่มานำเสนองานวิชาการหรืองานวิจัย ฝากให้อาจารย์สมเกียรติไปสื่อสารสร้างความเข้าใจกับทีมวิทยากรอีกครั้ง

ฐานที่ ๔ รู้ทันปัญหา รู้ทางแก้ไข ที่ดิฉัน หมอนก คุณเอนกและน้องมดรับผิดชอบ เราคุยกันนานมาก ทีมของพวกเรามีทั้งฝ่ายที่เอาจริงเอาจัง บอกว่าต้องเตรียมศึกษาเวชระเบียนของผู้ป่วยที่จะเข้ากลุ่มล่วงหน้า (อ่านเวชระเบียนผู้ป่วย ๒๐ คน หนักมากนะ) กับอีกฝ่ายบอกว่าอย่า serious มาก อยากให้เรียนรู้แบบสนุกๆ ขอแค่ให้ผู้เข้าประชุมอ่านผล SMBG เป็น รู้ว่ามีปัญหาระดับน้ำตาลในเลือดที่ตรงไหน น่าจะมีสาเหตุจากอะไร (ยา อาหาร การออกแรง....) บอกทางแก้ปัญหาได้ ก็พอ...ท้ายที่สุดพวกเราก็เข้าใจกัน เลือกแนวทางหลังและมีกิจกรรมให้ผู้เข้าประชุมทำ ไม่ใช่นั่ง discuss กันเฉยๆ เช่น จัดอาหาร (จริง) ๓ มื้อให้เหมาะกับผู้ป่วยของกลุ่มตน ฐานนี้เรามีวิทยากร ๓ คน มาให้คำแนะนำเพิ่มเติม

จนถึงวันนี้พวกเราก็ยังไม่หยุดคิดที่จะหารูปแบบกิจกรรมที่ผู้เข้าประชุมจะได้เรียนรู้มากๆ ได้ความรู้ที่นำไปปฏิบัติได้ พร้อมๆ กับได้ความสุขความสนุกไปด้วย จนกว่าจะวินาทีสุดท้ายก่อนเปิดเวที โชคดีที่ทีมแกนนำของเราเป็นพวกที่มีความยืดหยุ่นสูงมาก มุ่งความสำเร็จตามเป้าหมาย ไม่สนใจพิธีกรรมพิธีการ คุยกันอย่างเข้าใจว่าธรรมชาติของแต่ละคนเป็นอย่างไร อดทนได้ถ้าเพื่อนยังคิดไม่เหมือนเรา

เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๓ ยอดคนลงทะเบียนทะลุเป้าไปแล้ว แต่ต้องรอผู้ลงทะเบียนอีก ๑๐๐ กว่าคนที่ยังไม่ชำระค่าลงทะเบียนว่าใครจะได้เข้าหรือไม่ได้เข้าประชุม ดีใจที่ปีนี้ได้รับความสนใจจากบุคลากรของโรงพยาบาลคณะแพทยศาสตร์ลงทะเบียนเข้าประชุมด้วย

กิจกรรมเย็นวันที่ ๑๓ ของเครือข่ายเท้ามีผู้สนใจเข้าร่วมเกิน ๒๐๐ คน ทางมูลนิธิเพื่อพัฒนาการบริบาลผู้ป่วยเบาหวานจึงขยายจำนวนเป็น ๓๐๐ คน ตอนนี้ยอดอยู่ที่ ๒๖๔ คน ส่วน Symposium SMBG เย็นวันที่ ๑๔ เจ้าภาพขอคงจำนวนไว้ที่ ๒๐๐ คน เราจึงปิดรับไปหลายวันแล้วที่ยอด ๒๒๖ คน

วัลลา ตันตโยทัย