เมื่อสัปดาห์ก่อนเขียนเล่าเรื่องร้านอาหารไม่มีราคาไป วันนี้จึงขอเริ่มต้นด้วยการรายงานผลจาก thelondonpaper ว่า ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ร้านอาหารไม่มีราคาร้านนั้นมีรายได้เพิ่มขึ้นถึงกว่า 25 เปอร์เซ็นต์ โดยลูกค้าที่จ่ายมากที่สุดจ่ายถึง 40 ปอนด์ต่อคน ส่วนลูกค้าที่จ่ายน้อยที่สุดเป็นนักเรียนคู่หนึ่งจ่ายแค่คนละ 1 เพนนี แต่วางทิปไว้อีก 5 ปอนด์ ถ้าร้านไหนในเมืองไทยจะนำกลยุทธ์นี้ไปใช้ ร้านนี้ก็คงไม่ว่า

มาถึงหัวข้อวันนี้ก็เป็นเรื่องแปลกอีกแล้ว ที่จริงไม่ได้เกี่ยวกับโกโบริ แต่พอพูดถึงรถไฟกับสงครามก็ต้องให้นึกถึงโกโบริทุกครั้ง เรื่องที่จะว่าต่อไปนี้มาจากงานวิจัยของ LSE สถาบันของผู้เขียนเอง

Dr.Tim Leunig รองศาสตราจารย์ในสาขาวิชาประวัติศาสตร์เศรษฐกิจได้ทำการวิจัยเปรียบเทียบ ตารางเดินรถของรถไฟในลอนดอนระหว่างช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 กับทุกวันนี้พบว่า รถไฟปี ค.ศ. 2009 ใช้เวลาวิ่งนานกว่ารถไฟปี ค.ศ. 1930 เสียอีก!!!

ข่าวนี้อาจพอทำให้คนไทยยิ้มได้ว่า อย่างน้อยรถไฟบ้านเราทุกวันนี้คงจะวิ่งเร็วกว่ารถไฟยุคโกโบริและยุคก่อนหน้า นั้นแน่นอน ความจริงช่วงนี้มีข่าวอื่นๆ จากอังกฤษที่พอให้คนไทยยิ้มได้อีกหลายข่าว แต่เรามาว่ากันต่อถึงงานวิจัยนี้ก่อนดีกว่า

คณะนักวิจัยพบว่ารถไฟจาก Waterloo ถึง Surbiton ใช้เวลา 17 นาทีก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ในปีก่อนกลับใช้เวลาถึง 19 นาที ขณะที่รถไฟจาก Wimbledon ถึง London ใช้เวลานานขึ้น 3 นาที

Dr.Leunig กล่าวว่า รถไฟไม่ได้วิ่งช้าลงทุกสาย แต่เป็นบางสายเท่านั้น เขายังกล่าวต่ออีกว่า ประตูอัตโนมัติเป็นสาเหตุหลักของเรื่องนี้

ทุกวันนี้เวลาเราขึ้นรถไฟฟ้า BTS หรือรถไฟใต้ดินก็จะเจอกับประตูอัตโนมัติกันทั้งนั้น แล้วเทคโนโลยีสมัยใหม่นี้ทำไมถึงทำให้รถไฟวิ่งช้าลง แม้แต่รถไฟจาก Victoria ถึง Orpington ที่เคยใช้เวลาแค่ 24 นาทีในปี ค.ศ. 1976 ก็ต้องใช้เวลาถึง 30 นาที สำหรับผู้อ่านที่ต้องการทราบตำแหน่งที่ตั้งของสถานที่ต่างๆ ที่อ้างถึงนั้นก็ลองค้นหาได้จาก maps.google.com แต่ก่อนอื่นเรามาลองดูเหตุผลของคณะนักวิจัยกันดีกว่า

Dr.Leunig กล่าวว่า เมื่อก่อนผู้คนสามารถกระโดดลงจากรถไฟได้ขณะที่รถไฟกำลังจะหยุด แต่เดี๋ยวนี้พวกเขาต้องรอจนกว่าประตูอัตโนมัติจะเปิด…หรือเราจะลองให้ผู้โดยสารกระโดดลงจากรถไฟฟ้า BTS และรถไฟใต้ดินดู

คงต้องขอให้ผู้อ่านช่วยกันโหวตแล้วว่า แบบไหนดีกว่ากัน

(เขียนเรื่องเมืองผู้ดี หนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับที่วันที่ 21 มีนาคม 2552)