
หมู่บ้านแม่เชียงรายลุ่ม อ.แม่พริก จ.ลำปาง มีประวัติการก่อตั้งมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 150 ปี จากกลุ่มบ้านเล็ก ๆ ขยายเป็นบ้านใหญ่มีจำนวน 293 ครัวเรือน ถึงแม้จำนวนประชากรจะมีมากขึ้น แต่ยังคงยึดขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมที่มีมานาน ประกอบกับความสัมพันธ์ของคนในชุมชนที่เป็นเครือญาติกัน วิถีชีวิต การดำรงชีพ ระบบความเชื่อ การแบ่งปันผลประโยชน์ จึงเป็นไปในแนวทางเดียวกันอย่างเอื้อเฟื้อ ร่วมแรงร่วมใจในการจัดกิจกรรม และในส่วนที่เกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน ผู้เขียนพบว่าปัจจัยที่สัมพันธ์กับการส่งเสริมการทำงานแบบมีส่วนร่วมของครู กศน.ในชุมชนบ้านแม่เชียงรายลุ่ม ที่สำคัญได้แก่
1. พฤติกรรมการมีส่วนร่วมของผู้นำและเครือญาติ
2. การควบคุมภายในสังคม
3. วัฒนธรรม ความเชื่อและประเพณี
4. การประกอบอาชีพทำนาในหมู่บ้าน
5. การได้รับการสนับสนุนจากภายนอก
โดยแต่ละปัจจัยมีรายละเอียดดังนี้
1. พฤติกรรมการมีส่วนร่วมของผู้นำและเครือญาติ
พฤติกรรมการมีส่วนร่วมของผู้นำและเครือญาติ ที่ทำให้เกิดการมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการทำงานของ ครู กศน. ได้แก่ พฤติกรรมของผู้นำ เช่น กรณีของผู้ใหญ่บ้านวิทยา ที่ดำรงตำแหน่งในช่วงที่ผู้เขียนพร้อมครู กศน. เข้าไปทำการศึกษา มีการประชุมประจำเดือนเพื่อรับฟังเรื่องราวต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ ผู้เข้าร่วมประชุมจะเป็นผู้แทนคุ้มจำนวน 12 คุ้ม ๆ ละ 5 คน ได้เข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน นอกจากมีผู้แทนคุ้มแล้วยังมีประธานกลุ่มแม่บ้าน กลุ่มหนุ่มสาวและกรรมการหมู่บ้านเข้าร่วมประชุม โดยมีครูเป็นตัวแทนของหน่วยราชการแห่งเดียวที่เข้าร่วมประชุมด้วย เมื่อได้เปิดดูสมุดบันทึกผู้เข้าร่วมประชุม จะมีผู้เข้าร่วมประชุมอย่างสม่ำเสมอ แสดงให้เห็นถึงการให้ความร่วมมือต่อการประชุม ซึ่งมีผลต่อการทำกิจกรรมต่าง ๆ ของหมู่บ้าน เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ทุกคุ้มได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างทั่วถึง เช่น การได้รับการแจกพันธุ์ปลาจากประมงจังหวัด เพื่อปล่อยในหนองน้ำกระทุ่มโป่งเพื่อเป็นของส่วนรวม
ครั้งแรกที่ผู้เขียนพร้อมด้วยครูเข้าร่วมประชุมด้วยนั้น ผู้ใหญ่วิทยามีส่วนช่วยแนะนำให้เกิดการยอมรับและรู้จักผู้เขียนและครูจากที่ประชุมได้ดีมากขึ้น ทำให้การอยู่ในชุมชนมีความเป็นกันเองได้ในระยะเวลาที่รวดเร็ว ไม่ถึงเดือนชาวบ้านทุกคุ้มจะรู้จักครูเป็นอย่างดี
การเชื่อมโยงการประสานงานระหว่างคุ้มบ้าน จะมีผู้นำของแต่ละคุ้มบ้านทำหน้าที่ประสานงานกับกลุ่มบ้านอื่น ๆ ผู้นำของแต่ละกลุ่มบ้านจะมีคณะทำงานหรือกรรมการที่เข้ากันได้คอยช่วยเหลือและประสานงานทั้งภายในและระหว่างกลุ่มบ้าน หากมีกิจกรรมอื่นที่ต้องการแรงงานช่วยเหลือ เช่น ทำความสะอาดบริเวณวัด ผู้ใหญ่บ้านจะบอกผู้นำของแต่ละคุ้มบ้านให้มาช่วย ผู้นำและกรรมการของแต่ละคุ้มบ้านมีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก ทั้งนี้เนื่องจากแต่ละคุ้มบ้านได้ให้ความไว้วางใจผู้นำของตน
พฤติกรรมของระบบเครือญาติที่เห็นได้ชัดเจนคือ ทั้งหมู่บ้านมีตระกูลใหญ่อยู่ 6 ตระกูล คือ 1) ทาวงค์ยศ 2) แก้วแสนตอ 3) ทิพย์หา 4) กาปวน 5) มาลีแก้ว 6) กันทะมูล ทั้ง 3 โพล้งบ้านจะมี 6 ตระกูลนี้กระจายอยู่ในทุกโพล้งบ้าน เนื่องจากประเพณีความเป็นอยู่และการเดินทางที่ไม่สะดวก ชีวิตความเป็นอยู่จึงอยู่ในวงแคบ
เมื่อเริ่มคุ้นเคยกับชุมชน ครูจะรวบรวมข้อมูลแล้วบันทึกไว้และเล่าให้ผู้เขียนฟัง จึงทราบว่า พี่ชายของพ่อภรรยาของผู้ใหญ่วิทยาเคยเป็นผู้ใหญ่บ้านแม่เชียงรายลุ่มทั้ง 2 คน และผู้ใหญ่วิทยามาจากตระกูล ทาวงค์ยศ ซึ่งเป็นตระกูลใหญ่ของหมู่บ้านที่มีส่วนช่วยสร้างวัดและโรงเรียนมาเป็นเวลานาน จึงไม่แปลกที่ผู้ใหญ่วิทยาจะได้รับการยอมรับ
ระบบเครือญาตินับเป็นปัจจัยที่สำคัญส่วนหนึ่งที่มีผลต่อการเกิดให้มีส่วนร่วมในชุมชนเพราะผู้อาวุโสในเครือญาติเดียวกันเปรียบเสมือนผู้นำของกลุ่ม เมื่อผู้อาวุโสเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ผู้ที่อยู่ในเครือญาติเดียวกันจะมีความเห็นคล้อยตามและเชื่อฟัง เนื่องจากให้ความเคารพนับถือกันด้วยความเชื่อของการนับถือผีปู่ย่าเดียวกัน
การทำงานแบบมีส่วนร่วมของครู กศน.ในชุมชนบ้านแม่เชียงรายลุ่ม (1)
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นายอ๊อด · 20 พ.ย. 2553
ครูชนแดน · 20 พ.ย. 2553
นาง เยาวลักษณ์ เรียงอิศราง · 20 พ.ย. 2553
yake · 20 พ.ย. 2553
อำพร หัสพันธ์ · 20 พ.ย. 2553