...ถ้อยคำเขียนเนียนกว่าถ้อยคำพูด...?
มีพี่ท่านหนึ่งบอกกับฉันว่า
“การที่เราเขียนบางทีก็ไม่ดีเท่ากับการที่เราได้พูดบ้างนะจ๊ะ”
ฉันก็กลับมานั่งนึก คิด ทบทวน ไตร่ตรอง...
ว่าด้วยบุคลิกลักษณะของบุคคลแต่ละบุคคลไม่เหมือนกัน
สำหรับใครหลายๆ คน การได้พูดในสิ่งที่ใจต้องการ
หรือการได้อธิบายสิ่งนั้นๆ ให้กับเป้าหมายได้รับรู้ความรู้สึกของเรา
อาจจะเป็นเรื่องง่ายๆ แต่สำหรับฉัน มันยากเหลือเกิน
และหลายครั้ง การพูดเพื่ออธิบายก็กลับกลายเป็นการพูดเพื่อแก้ตัว
ในสายตาของคนอื่นไปเสีย ฉันมีความสุขกับการระบายทุกสิ่งทุกอย่างลงบนหน้ากระดาษ
มีความสุขที่ได้คิด ได้เขียนในสิ่งที่เป็นไปแต่ละวัน
ที่ฉันไม่สามารถสื่อออกมาเป็นคำพูดได้
ทุกถ้อยคำเขียนจึงเป็นทุกอณูความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับฉันอย่างแท้จริง
ยามใดที่ใจทุกข์ระทม สิ่งที่ร่างกายแสดงออกก็เป็นเพียงการร้องไห้คร่ำครวญ
แต่สิ่งที่อัดอั้นอยู่ภายในไม่สามารถแปลออกมาเป็นภาษาพูดได้
สำหรับฉัน ก็คงสิ้นสุดลงที่การเขียนระบายทุกสิ่งทุกอย่าง
ลงไปในหน้ากระดาษสีขาวเช่นเดิม
ยามใดที่ใจเป็นสุข สิ่งที่ร่างกายแสดงออกก็เป็นรอยยิ้ม
ความสดใสบนใบหน้า ซึ่งฉันก็ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้อีก
เพราะคำพูด บางครั้งไม่ได้ผ่านการกลั้นกรองออกมาจากใจ
คำพูดเป็นเหมือนลมที่ผ่านมาแล้วผ่านไป
และบางคำพูดก็สร้างรอยปวดร้าวให้กับใจดวงอื่นสม่ำเสมอ
คำพูดเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความคิดที่พอคิดได้ก็เริ่มพูด
หลายครั้งคำพูดจึงไม่ได้ผ่านการไตร่ตรอง ใคร่ครวญ
และหลายถ้อยคำพูดที่เปล่งออกมา ก็ประหารหัวใจคนฟังมานับครั้งไม่ถ้วน
...ฉัน...พยายามเหลือเกินที่จะให้ทุกถ้อยคำที่ออกมาจากปากของฉัน
ไม่ทำร้ายจิตใจคนรอบข้าง ถึงกระนั้น ก็ยังคงมีบางถ้อยคำที่คาดไม่ถึง
ทำร้ายผู้อื่นอย่างไม่ได้ตั้งใจ ...
ตรองดู! นี่ขนาดฉันพยายามคิดให้มากก่อนพูดแล้วแท้ๆ
แล้วคนที่พูดไม่เคยคิดหละ...
เขาเหล่านั้นทำให้ กี่หัวใจที่ล้มป่วย กี่ชีวิตที่ท้อแท้ กี่ความรู้สึกที่อาบน้ำตา
ฉันยังคงเห็นว่า...หากการเขียนเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของชีวิต
ความรู้สึก ความสุข ความทุกข์ และความรัก ในตัวตนของฉันเอง...
โดยที่ไม่ไปทำร้ายใครแล้ว...ฉันก็มีความสุขที่ได้ทำในสิ่งนั้น
เพราะสุดท้าย...ฉันก็ยังคงเป็นฉันที่ไม่สามารถแสดงตัวตนของตนออกมาด้วยคำพูดได้เลย
หากทุกคนเป็นเหมือนกันโลกคงไม่สวยงาม....
ต้องมีคนอ่อนแอ ปะปนในหมู่คนแข็งแรง
มิเช่นนั้น คนแข็งแรงจะปกป้องใครเล่า!
สุดท้าย... ฉันขออธิษฐานภาวนาเพื่อทุกๆคน
ที่ยังไม่สามารถหาทางออกแห่งชีวิตได้ ในยามทุกข์ หรือยามสุข
ขอให้พวกเขามีพลังเพียงพอที่จะต่อสู้กับปัญหาต่างๆ จนผ่านไปได้ด้วยดี....
................................................
ร่างทุกความรู้สึกลงเป็นตัวอักษร
ทั้งสุขทุกข์ร้อนมีตัวอักษรเป็นเพื่อน
ทุกถ้อยคำเขียนจึงเป็นชีวิตที่ไม่เคยลางเลือน
จะทบทวนย้ำเตือนเหมือนมีถ้อยอักษรเป็นเพื่อนใจ...
............................
ด้วยรักและขอบคุณจากดวงใจค่ะ
น้ำผึ้งหวาน
3 พฤศจิกายน 2553
สวัสดีครับ.......คุณน้ำผึ้งหวาน..........
บางทีคนเราอยากจะพูดอยากจะอธิบายอะไรออกไป........ก็กลับนึกไม่ออก.....แต่ถ้าได้มีเวลาคิดตรึกตรอง........แล้วอธิบายออกมาเป็นตัวอักษร.......กลับสละสลวยอย่างไม่คาดคิดครับ........................
และคนเราทุกๆ คน ไม่ได้แข็งแกร่งตลอดเวลาหรอกนะครับ...........บางครั้ง............ก็ต้องมีอ่อนแอบ้างเป็นธรรมดา..............อย่างที่คุณน้ำผึ้งหวานบอกว่า
"...หากทุกคนเป็นเหมือนกันโลกคงไม่สวยงาม.... ต้องมีคนอ่อนแอ ปะปนในหมู่คนแข็งแรง มิเช่นนั้น คนแข็งแรงจะปกป้องใครเล่า..."
นั่นเป็นความจริงครับ..................
คิด ไตร่ตรอง จะผ่านออกมาเป็นการพูด เขียน ร้อง แสดงกิริยา มีความหมายและคุณค่าทั้งนั้นครับ
สวัสดีค่ะ...อ่านแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นบางส่วนค่ะ รู้สึกว่าใช่..ใช่เลย จริง ๆ ค่ะ พูด เขียน กระทำ ล้วนสำคัญที่ใจค่ะ
ขอขอบพระคุณค่ะ คุณหนุ่มลำน้ำมูล ครูหยุย และคุณกศน.ตำบลกุดเค้า
เขินๆ ปะปนกับความรู้สึกดีใจ ที่ทุกท่านเข้ามาแสดงความคิดเห็นให้
...ความจริงก็คือความจริง ยอมรับในความอ่อนแอของตัวเองสม่ำเสมอค่ะ
ลำบากต่อการปรับเปลี่ยนเสียใหม่
เลยปลอบใจตัวเองว่า
ถ้าไม่มีเราที่อ่อนแอ คนแข็งแรงจะปกป้องใครเล่า..จริงไหมคะ..!!!
เป็นคนที่พูดช้าเพราะคิดนาน กลัวว่าพูดออกมาจะทำร้ายคนอื่น
ดังนั้น บางทีก็เลยพูดไม่ทันค่ะ...กลุ่มเป้าหมายหายไปซะแล้ว
เลยต้องมาพูดกับหน้ากระดาษชดเชยแบบนี้ค่ะ...^^
พระอวยพรทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมเยียนค่ะ
เห็นด้วยกับหัวข้อมากกว่าด้านล่างครับ วิพากษ์แค่นี้แหละ
ขอบพระคุณค่ะ...แล้วจะปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นนะคะ...^^