ชิมิ ชิมิ กลายเป็นคำที่ฮิตขึ้นมา ไม่ว่าเป็นเพราะเพลงนักร้อง girl group วง บลูเบอรี่ ของค่าย R siam หรือจะดังมาจากรองนายก สามสีก็ตาม โดยส่วนตัวผมเองได้ยินคำนี้มานานหลายปีแล้ว เป็นคำที่พูดกันในหมู่วัยรุ่น พูดกันแบบสนุกๆไม่ได้จริงๆจังอะไรมาก แต่วันนี้กล้บกลายมาเป็นประเด็นวิภาควิจารณ์ กันว่าทำให้ภาษาไทยวิบัต ทำให้ผมกลับมานั่งคิดว่าภาษาไทยเราจะวิบัติจริงหรือ
ผมลองกลับมานั่งคิดดูว่าทุกวันนี้ภาษาไทยเราเป็นอย่างไร พอมาดูชื้อตัวเองก็รู้ว่าไม่ภาษาไทย เพราะมีทั้งภาษาขอม ภาษาบาลี-สันสกฤต และคิดว่าคนไทยหลายๆก็มีชื่อเป็นบาลี-สันสกฤต ทั้งนั้นคงจะหายากแล้วที่ทุกวันนี้จะตั้งชื่อว่า นายแดง นายดำ นางมี นางมา แต่พอจะพอเห็นๆคนแก่ๆ ก็เช่น นางทองคำ ซึ่งการตั้งชื่อของเราสมัยใหม่นั้นก็ได้รับอิทธิพลภาษาแขกอินเดียมา โดยจะมาจากศาสนาพุทธ หรือมาจากการข้าขายในสมัยอดีต แต่ก็ไม่เป็นมีใครออกมาวิภาควิจารณ์ว่า "เป็นคนไทยแต่ดันใช้ชื่อ แขก ทำให้ภาษวิบ้ติ" และในอีกแง่นึงภาษาไทยเราเป็นภาษาที่ยังไม่ตาย ยังมีการเปลี่ยนแปลงทั้งภาษาพูด ภาษาเขียน ทั้งนี้เป็นไปตามสภาพสังคมแต่ละยุคสมัย ภาษามีผ่านมาแล้วก็ผ่านไป เช่นคำว่า "กระเปิ้ป กระป้าป" "เริด สะแมนแตน" ซึ่งเคยฮิตในอดีต แต่วันนี้ถ้ามีคนมาพูดก็คงจะถูกมองตั้งแต่หัวจรดเท้า และคำว่า "ชิมิ ชิมิ" ก็คงจะเหมือนกับคำว่า "เริด สแมนแตน" ที่อีกไม่กี่ปีข้างหน้ามีคนพูดว่า "ชิมิ ชิมิ" ก็คงจะถูกมองตั้งแต่หัวจรดเท้าเหมือนกัน
ภาษานั้นวิวัฒนาการไปเรื่อยๆ ภาษาใดเข้มแข็งย่อมจะยั่งยืน ภาษาใดที่แผลงเกิดใหม่ไปตามยุค จะค่อยๆ หายไป โดยมีคำแผลงใหม่ๆ เวียนเปลี่ยนมาแทน หากเข้าใจ จะเห็นวิวัฒนาการของภาษาได้ดีขึ้น
ชิมิ ชิมิ ถือเป็นภาษาไทยที่ใช้ในกลุ่มวัยรุ่น ไม่ได้ทำให้ภาษาไทยวิบัติแต่อย่างได้ ถ้าวัยรุ่นรู้จักใช้ในกลุ่มของตนเอง ไม่นำมาใช้ในภาษาที่เป็นวิชาการ
เราน่าจะดีใจที่ภาษาไทยของเรายังเป็นภาษาที่ยังไม่ตาย ยังมีคนใช้สื่อสาร ซึ่งการสื่อสารนี้เองที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง(ธรรมชาติของภาษา)