GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

We love the king # 27 Fw: เรื่องเล่าจากในวัง....แล้วคุณจะรัก "ในหลวง"

> >>>>==================================
> >>>>
> >>>> ผมมีเรื่องที่จะเล่าให้ฟังอยู่เหตุการณ์หนึ่งซึ่งเป็นเรื่องจริง
> >>>>
> >>>> เหตุการณ์เกิดที่จังหวัดตาก
> >>>>
> >>>> เมื่อพระเทพทรงเสด็จไปเยี่ยมราษฏรตามที่ต่างๆ
> >>>>
> >>>> ตลาดสด
> >>>>
> >>>>และถามความเป็นอยู่กับบรรดาแม่ค้าในตลาด แต่ก็มาถึงแม่ค้าปลา
> >>>>
> >>>>ซึ่งพระองค์ทรงตรัสถามว่า "ปลาพวกนี้ขายอย่างไงจ๊ะ"
> >>>>
> >>>>แม่ค้าตอบว่า "ที่สวรรคตแล้ว กิโลละ 40 บาท
> >>>>
> >>>>และที่เสด็จไปเสด็จมากิโลละ 80 บาทจ๊ะ"
> >>>>
> >>>>เหตุการณ์นี้ ทำให้ข้าราชบริพาลที่ตามเสด็จหัวเราะกันทุกคน
> >>>>
> >>>>----------------------------------------------------------
> >>>>
> >>>> เช้าวันหนึ่ง เวลาประมาณ 7 โมงเช้า นางสนองพระโอษฐ์
> >>>>
> >>>>ของฟ้าหญิงองค์เล็ก
> >>>>
> >>>>ได้รับโทรศัพท์เป็นเสียงผู้ชาย ขอพูดสายกับฟ้าหญิง
> >>>>
> >>>>ทางนางสนองพระโอษฐ์ ก็สอบถามว่าใครจะพูดสายด้วย
> >>>>
> >>>>ก็มีเสียงตอบกลับมาว่า คนที่แบงค์ นางสนองพระโอฐก็ งง...งง
> >>>>
> >>>>ว่าคนที่แบงค์ทำไมโทรมาแต่เช้า แบงค์ก็ยังไม่เปิดนี่หว่า
> >>>>
> >>>>แต่ พอฟ้าหญิงรับโทรศัพท์แล้วถึงได้รู้ว่า คนที่แบงค์น่ะ
> >>>>
> >>>>ก็ที่แบงค์จริงๆนะ ไม่เชื่อเปิดกระเป๋าตังค์
> >>>>
> >>>>แล้วหยิบแบงค์มาดูสิ ... ขนลุกเลย
> >>>>
> >>>>(ทรงตัสกับในหลวงท่านอยู่นั่นเอง)
> >>>>
>
>>>>------------------------------------------------------------------------------------
> >>>>
>
>>>>อีกครั้งหนึ่งที่ภาคอีสานเมื่อเสด็จขึ้นไปทรงเยี่ยมบนบ้านของราษฎรผู้หนึ่ง
> >>>>
> >>>>ที่คณะผู้ตามเสด็จทั้งหลายออกแปลกใจในการกราบบังคมทูล
> >>>>
> >>>>ที่คล่องแคล่วและใช้ราชาศัพท์ได้อย่างน่าฉงน
> >>>>
> >>>>เมื่อในหลวงมีพระราชปฏิสันถารถึงการใช้ราชาศัพท์ได้ดีนี้
> >>>>
> >>>>จึงมีคำกราบทูลว่า "ข้าพระพุทธเจ้าเป็นโต้โผลิเกเก่า
> >>>>
> >>>>บัดนี้มีอายุมากจึงเลิกรามาทำนาทำสวนพระพุทธเจ้าข้า.."
> >>>>
> >>>>มาถึงตอนสำคัญที่ทรงพบนกในกรงที่เลี้ยงไว้ที่ชานเรือน
> >>>>
> >>>>ก็ทรงตรัสถามว่า เป็นนกอะไรและมีกี่ตัว.
> >>>>
> >>>>พ่อลิเกเก่ากราบบังคมทูลว่า
> >>>>
> >>>>"มีทั้งหมดสามตัว พระมเหสีมันบินหนีไป
> >>>>
> >>>>ทิ้งพระโอรสไว้สองตัว ตัวหนึ่งที่ยังเล็ก ตรัสอ้อแอ้อยู่เลย
> >>>>
> >>>>และทิ้งให้พระบิดาเลี้ยงดูแต่ผู้เดียว"
> >>>>
> >>>>เรื่องนี้ ดร.สุเมธ
> >>>>
> >>>>เล่าว่าเป็นที่ต้องสะกดกลั้นหัวเราะกันทั้งคณะไม่ยกเว้นแม้ในหลวง
> >>>>
> >>>>----------------------------------------------------------
> >>>>
> >>>>เมื่อครั้งท่านพระชนม์มายุ 72 พรรษา
> >>>>
> >>>>มีการผลิตเหรียญที่ระลึกออกมาหลายรุ่น
> >>>>
> >>>>เจ้าของกิจการนาฬิกายี่ห้อหนึ่งได้ยื่นเรื่องขออนุญาต
> >>>>
> >>>>นำพระบรมฉายาลักษณ์ของท่านมาประดับที่หน้าปัดนาฬิกาเป็นรุ่นพิเศษ
> >>>>
> >>>>ท่านทราบเรื่องแล้วตรัสกับเจ้าหน้าที่ว่า
> >>>>
> >>>>"ไปบอกเค้านะเราไม่ใช่มิกกี้เมาส์"
> >>>>
> >>>>---------------------------------------
> >>>>
> >>>>เรื่องการใช้ราชาศัพท์กับในหลวง
> >>>>
> >>>>ดูจะเป็นเรื่องใหญ่ที่ใครต่อใครเกร็งกันทั้งแผ่นดิน
> >>>>
> >>>>และไม่เว้นแม้กระทั่งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ได้เข้าเฝ้า
> >>>>
> >>>>ทูลละอองธุลีพระบาทถวายรายงาน
> >>>>
>
>>>>ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนมีข้าราชการระดับสูงผู้หนึ่งกราบบังคมทูลรายงาน
> >>>>
> >>>>ว่า "ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปกเกล้าปกกระหม่อม
> >>>>
> >>>>ข้าพระพุทธเจ้าพลตรีภูมิพลอดุลยเดช
> >>>>
> >>>>ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต
> >>>>
> >>>>กราบบังคมทูลรายงาน ฯลฯ"
> >>>>
> >>>>ข้าพระพุทธเจ้าพลตรีภูมิพลอดุลยเดช
> >>>>
> >>>>ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต
> >>>>
> >>>>กราบบังคมทูลรายงาน ฯลฯ"
> >>>>
> >>>>เมื่อสิ้นคำกราบบังคมทูลชื่อในหลวงทรงแย้มพระสรวล
> >>>>
> >>>>อย่างมีพระอารมณ์ดีและไม่ถือสาว่า
> >>>>
> >>>>"เออ ดี เราชื่อเดียวกัน..."
> >>>>
> >>>>ข่าวว่าวันนั้นผู้เข้าเฝ้าต้องซ่อนหัวเราะขำขันกันทั้งศาลาดุสิดาลัย
> >>>>
> >>>>เพราะผู้รายงานตื่นเต้นจนจำชื่อตนเองไม่ได้
> >>>>
> >>>>---------------------------------------
> >>>>
> >>>>มีอยู่ครั้งหนึ่งทรงเสด็จไปพระราชทานปริญญาบัตร
> >>>>
> >>>>ให้กับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง
> >>>>
> >>>>ในระหว่างที่ทรงเปลี่ยนในครุย ทรงโปรดสูบมวนพระโอสถ
> >>>>
> >>>>แต่ว่าทรงหาที่จุดไม่ได้
> >>>>
> >>>>ทางอธิการบดีซึ่งเฝ้าอยู่ก็จุดไฟให้พร้อมทูลว่า
> >>>>
> >>>>"ถวายพระเพลิงพระเจ้าข้า"
> >>>>
> >>>>ในหลวงทรงชะงัก ก่อนจะแย้มสรวลน้อยๆ กับอธิการบดีว่า
> >>>>
> >>>>"เรายังไม่ตายถวายพระเพลิงไม่ได้หรอก"
> >>>>
> >>>>---------------------------------------
> >>>>
> >>>>เคยมีเรื่องเล่าให้ฟังว่า
> >>>>
> >>>>ในหลวงเสด็จไปในถิ่นทุรกันดารเเพื่อเยี่ยมเยียนราษฎร
> >>>>
> >>>>มีอยู่ครั้งหนึ่งพระองค์ท่านทรงแจกพระเครื่องให้กับราษฎรจนหมดแล้ว
> >>>>
> >>>>แต่ราษฎรผู้หนึ่งกราบบังคมทูลขอรับพระราชทานพระเครื่องว่า
> >>>>
> >>>>"ขอเดชะ ขอพระหนึ่งองค์"
> >>>>
> >>>>ในหลวงทรงตรัสว่า "ขอเดชะ พระหมดแล้ว"
> >>>>
> >>>>---------------------------------------
> >>>>
>
>>>>วันหนึ่งพระองค์ท่านเสด็จเยี่ยมเยียนพสกนิกรของท่านตามปกติที่ต่างจังหวัด
> >>>>
> >>>>ก็มีชาวบ้านมาต้อนรับในหลวงมากมาย
> >>>>
> >>>>พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินมาตามลาดพระบาท
> >>>>
> >>>>ที่แถวหน้าก็มีหญิงชราแก่คนหนึ่งได้ก้มลงกราบแทบพระบาท
> >>>>
> >>>>แล้วก็เอามือของแกมาจับ พระหัตถ์ของในหลวง
> >>>>
> >>>>แล้วก็พูดว่า ยายดีใจเหลือเกินที่ได้เจอในหลวง
> >>>>
> >>>>แล้วก็พูดว่า ยายอย่างโน้น ยายอย่างนี้
> >>>>
> >>>>อีกตั้งมากมายแต่ในหลวงก็ทรงเฉยๆ
> >>>>
> >>>>มิได้ตรัสรับสั่งตอบว่ากระไร
> >>>>
> >>>>แต่พวกข้าราชบริภารก็มองหน้ากันใหญ่
> >>>>
> >>>>กลัวว่าพระองค์จะทรงพอพระราชหฤหัย หรือไม่
> >>>>
> >>>>แต่พอพวกเราได้ยินพระองค์รับสั่งตอบว่ากับหญิงชราคนนั้น
> >>>>
> >>>>ทำให้เราถึงกับกลั้นหัวเราะไว้ไม่ไหว เพราะพระองค์ทรงตรัสว่า
> >>>>
> >>>>"เรียกว่ายายได้อย่างไร อายุอ่อนกว่าแม่ฉันตั้งเยอะ
> >>>>
> >>>>ต้องเรียกน้าซิถึงจะถูก"
> >>>>
> >>>>--------------------------------------------------
> >>>>
> >>>>ครั้งหนึ่งหลายๆ ปีมาแล้ว
> >>>>
> >>>>พระเจ้าอยู่หัวทรงประชวรนิดหน่อยเกี่ยวกับพระฉวีมีพระอาการคัน
> >>>>
> >>>>มีหมอโรคผิวหนังคณะหนึ่งไปเข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายการรักษา
> >>>>
> >>>>คุณหมอเป็นผู้เชี่ยวชาญทางโรคผิวหนังแต่ไม่ได้เชี่ยวชาญทางราชาศัพท์
> >>>>
> >>>>ก็กราบบังคมทูลว่า "เอ้อ -
> >>>>
> >>>>ทรง...อ้า-ทรงพระคันมานานแล้วหรือยังพะยะค่ะ"
> >>>>
> >>>>พระเจ้าอยู่หัวก็ทรงพระสรวล ตรัสว่า
> >>>>
> >>>>"ฉันไม่ใช่ผู้หญิงนี่จะท้องได้ยังไง"
> >>>>
> >>>>แล้วคงจะทรงพระกรุณาว่า
> >>>>
> >>>>หมอคงจะไม่รู้ราชาศัพท์ทางด้านอวัยวะร่างกายจริงๆ
> >>>>
> >>>>ก็พระราชทานพระบรมราชานุญาตว่า เอ้าพูดภาษาอังกฤษกันเถอะ
> >>>>
> >>>>---------------------------------------
> >>>>
> >>>>เรื่องนี้รุ่นพี่ที่จุฬาฯเล่าให้ฟังว่า
> >>>>
> >>>>มีอยู่ปีนึงที่ในหลวงทรงเสด็จ
> >>>>
> >>>>พระราชทานปริญญาบัตร อธิการบดีอ่านรายชื่อบัณฑิตแล้วบังเอิญว่า
> >>>>
> >>>>มีเหตุขัดข้องบางประการ ทำให้อ่านขาดตอน
> >>>>
> >>>>ก็ต้องรีบหาว่าอ่านรายชื่อไปถึงไหนแล้ว
> >>>>
> >>>>ปรากฏว่าในหลวงท่านทรงจำได้ ท่านเลยตรัสกับอธิการไปว่า
> >>>>
> >>>>"เมื่อกี้นี้ (ชื่อ....) เค้ารับไปแล้ว"
> >>>>
> >>>>และมีอีกปีนึงขณะที่พระราชทานปริญญาบัตรอยู่ดีๆ
> >>>>
> >>>>ไฟดับไปชั่วขณะ...
> >>>>
> >>>>ทำให้บัณฑิตคนหนึ่งพลาดโอกาสครั้งสำคัญในการถ่ายรูป
> >>>>
> >>>>พอในหลวงทรงพระราชทานปริญญาบัตรเรียบร้อยแล้ว
> >>>>
> >>>>ก่อนที่จะให้พระบรมราโชวาท
> >>>>
> >>>>ท่านทรงให้อธิการบดีเรียกบัณฑิตคนนั้นมารับพระราชทานอีกครั้ง
> >>>>
> >>>>เพื่อจะได้มีรูปไว้เป็นที่ระลึก
> >>>>
> >>>>ตื้นตันกันถ้วนทั่วทั้งหอประชุม
> >>>>
> >>>> ********
> >>>>
> >>>> ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
> >>>>
> >>>>
> >>>> -----------------------------ถ้ารักท่านก็ส่งไปเรื่อยๆนะ
> >>>>
>

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 40411
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)