วิธีพัฒนาทางศิลปะที่บูรณาการไปกับการพัฒนากระบวนการคิดและกระบวนการพหุปัญญาอย่างนี้ จะช่วยเสริมให้แนวทางการพัฒนาการเรียนรู้ทางศิลปะอย่างทั่วไป มีบทบาทต่อการเป็น Methodology, Tools และ Methods สำหรับการพัฒนาปัจเจกทุกคนให้เข้าไปสู่จุดสูงสุดของตนเอง ณ ภาวะเดียวกันได้ แม้วิธีเข้าสู่ความจริงและวิธีสร้างประสบการณ์ต่อโลกของแต่ละคน จะแตกต่างกัน แนวทางอย่างนี้ ก็จะเป็นตัวเลือกหนึ่งของการพัฒนาการศึกษาเรียนรู้สำหรับสร้างความงาม ความสมดุลกลมกลืนบนความแตกต่างหลากหลายของผู้คน โดยไม่ต้องทำให้ทุกคนกลายเป็นเหมือนกันและทำให้อีกหลายกลุ่มคนสูญเสียรากฐานชีวิต ซึ่งก็เชื่อว่าในอนาคต แนวทางอย่างนี้จะมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆนะครับ

 

 

 

               

Ico64 

วิรัตน์ คำศรีจันทร์

เมื่อ 19 ตุลาคม 2553 23:07

#2219968 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]

 

           

 

                 Large_virtuality2

 

   เอามาแลกกันดูอีก ๒ รูปครับ รูปแรกนี้เป็นรูปบัวในสระบัวบ้านผมเองที่สันป่าตอง เชียงใหม่น่ะครับ เวลานั่งพักผ่อนตอนเย็นๆริมสระบัว ก็จะให้ความคิดและความบันดาลใจหลายอย่างตามมา จนต้องแปรไปสู่การได้ทำอะไรสักอย่างโดยเฉพาะเขียนรูป ถ่ายรูป เขียนหนังสือ หรือเล่นกีตาร์นั่งร้องเพลง  

 

 

             

 

   รูปล่างนี้เป็นดอกบัวลอกกลีบข้างนอกออก ทรงกลมแป้นสวย สีขาวสะอาด กลีบใหญ่ เด็ดให้ติดก้านยาวๆ แล้วจัดวางในแจกันทรงดีไซน์เพียง ๓-๕ ดอกก็อยู่เลย ดูงามดีจริงๆ อย่างของบ้านผมนี้เป็นบัวฉัตรขาวครับ เรียกสัตตบงกช เหมือนกับบัวหลวงฉัตรแดงเหมือนกัน

 

   ในหมู่บัวหลวงนี้มีบัวฉัตรชนิดดอกแหลมอีกครับ แล้วก็มีแบบฉัตรแดงกับฉัตรขาว ซึ่งเรียกว่าบัวแหลมแดงกับบัวฉัตรขาว เป็นดอกบัวที่มักเห็นคนนำไปไหว้พระทั่วไป ดอกจะเล็กกว่าอย่างที่เห็นในรูปนี้และกลีบดอกไม่หลายชั้น เมื่อบานก็จะโปร่ง ส่วนใหญ่ที่มักจะเห็นกันโดยทั่วไปในรูปถ่ายและรูปวาดต่างๆนั้น ก็มักจะเป็นบัวหลวงแบบหลังนี้ละครับ

 

 

 

Ico64 

นาง นงนาท สนธิสุวรรณ
เมื่อ 20 ตุลาคม 2553 16:36
#2220638 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]

 

* พี่แวะมาขอบคุณภาพสวยงามจากบ้านของอาจารย์ค่ะ..และขอใช้ทัศนศิลป์แบบงู-ปลาๆ จากใจจริงนะคะ..

 

* ภาพแรกสะท้อนบัวจากเงาน้ำหลากหลายมิติ.. พิศแล้วเห็นความงามต่าง layer ทั้งท้องฟ้าสีคราม มีกลุ่มเมฆขาวหม่นลอย เหนือเงาฝักบัว และดอกตูมชูก้านงอและตรง ตัดกับสีเขียวอ่อนของใบบัวหลายทรง แผ่รูปลักษณ์เต็มท้องน้ำ...ให้อารมณ์สงบลึกชวนฉงนถึงความงดงามของธรรมชาติที่มี combination กลมกลืนในความแตกต่าง (กว่าจะได้ภาพงามๆเช่นนี้ คงต้องนั่งชมอยู่นานไหมคะ ??)

 

* ภาพที่สองจากระเบียงบ้านมอง ภูมิทัศน์ in-out สู่บริเวณสวนร่มรื่นภายนอก เสากลมและลูกกรงสีดำเป็นแนว สร้าง contrast ของรูปทรง ตัดกับสีขาวสะอาดของบัวงามไต่ระดับอย่างลงตัว..เป็นจุดพักสายตาที่น่ารื่นรมย์อย่างยิ่งค่ะ...

 

* วันนี้ เครื่องมือจัดการของ G2K ขัดข้อง จึงไม่มีภาพมาแลกเปลี่ยนค่ะ..นอกจากมีบันทึกที่เขียนไว้นานแล้วมาฝากค่ะ ได้เติมคำสำคัญ กลุ่มงานศิลป์เล่นกับแสง-เงาและไรแดด  ซึ่งพี่ได้แรงบันดาลจากอาจารย์ ตั้งกลุ่มนี้ขึ้น เพื่อชวนกัลยาณมิตรมาแลกเปลี่ยน ภาพและทัศนศิลป์/ไวยากรณ์ของศิลปะ' ฯลฯ

http://gotoknow.org/blog/nongnarts2/290868

 

 Ico64 

 

วิรัตน์ คำศรีจันทร์

เมื่อ 21 ตุลาคม 2553 12:40

#2221656 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]

 

สวัสดีครับคุณพี่นงนาทครับ

.สนุกดีและให้ความคิดดีครับ อย่างนี้ไม่ถือว่าเป็นเรื่องงูๆ-ปลา-หรอกครับ ประเดี๋ยวผมจะอาสาถอดบทเรียนให้เห็นแง่มุมการพัฒนาความซาบซึ้งทางศิลปะกับการสร้างความรู้และการพัฒนากระบวนการทางปัญญามิติต่างๆนะครับ

.ตั้งหัวข้อไว้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และมีเวทีให้ กลุ่มงานศิลป์เล่นกับแสง-เงาและไรแดด นี่น่าสนใจดีครับ และถ้าหากจั่วหัวข้อไว้ เอาไว้เป็นแนวการพัฒนาและศึกษาค้นคว้า พัฒนาการเรียนรู้ในชีวิตแบบสบายๆละก็ เรื่องนี้ เป็นสาขาการทำงานสร้างสรรค์ที่ไปได้ไกลและเป็นเรื่องที่ลึกซึ้งมากครับ มีเครือข่ายของคนที่ค้นคว้า ทดลอง สั่งสมการทำงานในแนวนี้อยู่ทั่วโลก และมียอดฝีมือ-ยอดความสร้างสรรค์ ที่น่าทึ่งที่สุดหลายคนครับ ทั้งในเอเชีย อเมริกา และยุโรป

.สำหรับในสังคมไทยนั้น ระบบคิดและวิถีภูมิปัญญาที่อยู่ภายใต้การคิดและทำงาน หากวางบนฐานความคิดเรื่องแนวนี้ ก็จะสามารถย้อนกลับไปเชื่อมโยงสู่รากเหง้าได้จนถึงภาพพิมพ์ทึบยุคโบราณก่อนประวัติศาสตร์ด้วยสีแบบ Sillhuette บนผาแต้มเลยนะครับ มีความเป็นตัวของตัวเองอยู่หลายแง่ครับ

.ในยุคสมัยใหม่ก็เชื่อมโยงได้กับวัฒนธรรมหนังตะลุง ศึกษาค้นคว้าและมีเวทีคิดสร้างสรรค์ แสดงออกทางปัญญาด้านนี้แล้วละก็ ขับเคลื่อนให้ผู้คนและชุมชนสามารถมีที่ยืนอย่างสง่างามเป็นที่ทางของตัวเองได้ อีกทั้งเข้าสู่ความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆของโลกได้อย่างไม่ต้องทิ้งของเก่าได้หลายเรื่องเลยละครับ สามารถใช้กิจกรรมและการทำงานแนวนี้ ให้เป็นตัวเปิดวาระการสื่อสารเรียนรู้และสร้างพื้นที่สร้างสรรค์เรื่องนี้ให้กับสังคมได้เยอะมากเลยละครับ

.หลังความเป็นสมัยใหม่ก็เป็นเรื่องของ Light and Sound รวมทั้งงาน Creative Economy หลายสาขาที่เล่นกับ Screen Play และ Lighting

.งาน Light and Sound ของบ้านเราในโอกาสต่างๆนั้น หากมีวิธีศึกษาค้นคว้าในแนวนี้ ก็จะทำงานเชิงสร้างสรรค์ที่มีรสนิยม เข้าท่า และมีความเป็นศิลปะอย่างที่ควรจะเป็นมากกว่าอย่างที่เห็นอยู่เสมอๆนะครับ

.จะไม่ลืมที่จะเขียนเรื่องศิลปะการเล่นกับแสง-เงาและไรแดด เพื่อร่วมยินดีกับกลุ่มแนวคิดนี้ที่จะเจียดพื้นที่ทำงานศิลปะเชิงสร้างสรรค์แนวนี้ไปด้วยนะครับ รับรองว่าพี่และกลุ่มที่สนใจด้วยกันเห็นแล้วจะต้องตื่นเต้นและได้ความบันดาลใจในการทำงาน รวมทั้งได้ไฟสร้างสรรค์ในชีวิตมากมายละครับ

 

Ico64 

 

วิรัตน์ คำศรีจันทร์

เมื่อ 21 ตุลาคม 2553 13:20

#2221705 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]

 

พลังของ Story Telling กับ Exploratory Conceptual Model

สร้างกรอบจัดการความรู้และพัฒนาการเรียนรู้ให้งอกขึ้นจากทุนประสบการณ์ตนเอง

จากการเล่าและสื่อสะท้อนทรรศนะต่อประสบการณ์ทางศิลปะอย่างเชื่อมโยง

 

   

 

           

  ภาพที่ ๑ กระบวนการคิดและวิธีคิดอย่างเป็นระบบที่เกิดขึ้นเองอย่างเป็นธรรมชาติ

 

         

ภาพที่ ๒ กรอบและระบบวิธีคิดที่ได้ สามารถนำไปใช้เป็นแนวเข้าสู่สถานการณ์ชีวิตอันหลากหลายและพัฒนาต่อไปได้อีกอย่างเป็นตัวของตัวเอง การตกผลึกและตรวจสอบตนเองไปบนกรอบดังกล่าวให้ละเอียดและซับซ้อนมากยิ่งๆขึ้นอยู่ตลอดไปจนเป็นหนึ่งเดียวกับองค์รวมของชีวิต ก็จะได้ปัจเจกภาพที่มีการเรียนรู้และงอกงามไปกับประสบการณ์ตนเองได้ตลอดชีวิต

 

         

 ภาพที่ ๓ เป็นการเรียนรู้อย่างมีความหมาย สร้างความซาบซึ้งผ่านการปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมและโลกภายนอกจากสิ่งที่เห็นหรือได้สัมผัส คุณลักษณะและความมีดุลยภาพของกระบวนการเรียนรู้ดังกล่าวนี้  ต่างจากการเกิดความซาบซึ้งด้วยการคิดอยู่กับตนเองอย่างเดียว วิธีสะท้อนคิด สร้างความสะเทือนใจ ความประทับใจ ในลักษณะนี้ เป็นแง่มุมที่งานศิลปะแนว Humanized ใช้เป็นแนวคิดพื้นฐานในการทำงานครับ ที่สำคัญคืองานของยุคโรแมนติค งานของแนวอิมเพรสชั่นนิสต์ และโพสต์อิมเพรสชั่นนิสต์ งานแนวนี้เห็นแง่งามจากการเกิดความประทับใจของมนุษย์ต่อสิ่งต่างๆ ดังนั้น ศิลปะจะต้องสร้างความเป็นสุนทรียภาพให้แก่ผู้คนด้วยการสร้างประสบการณ์ในการเห็นที่นำไปสู่การเกิดแง่งามและความประทับใจอันลึกซึ้ง ซึ่งความประทับใจดังกล่าว ก็จะก่อเกิดพลังใจและนำการปฏิบัติตนเองด้วยการพึ่งตนเอง

 

        

 ภาพที่ ๔ กรอบและระบบวิธีคิดที่จะสามารถนำไปใช้กับสถานการณ์อื่นๆในชีวิตและการงานต่อไป ซึ่งจะทำให้วิธี Approach โลกของสรรพสิ่งมีแนวฝึกหัด เป็นครูสร้างประสบการณ์ตนเอง จัดความสัมพันธ์และปฏิสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆอย่างมีความหมาย ทั้งต่อตนเองและต่อการเป็นสิ่งแวดล้อมที่มีแรงบันดาลใจต่อผู้อื่นของเราเอง

 

  ผมลองนำเอาวิธีวิเคราะห์ Thematic analysis กับ Content Analysis ซึ่งเป็นวิธีการทั่วไปของการวิจัยเชิงคุณภาพ มาบวกกับวิธีทำงานความคิดของการทำงานศิลปะ มาเรียนรู้ไปกับประสบการณ์และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของพี่นะครับ ขออนุญาตถือโอกาสนำเอาการเล่าถ่ายทอดแนวคิดจากแง่มุมเล็กๆของพี่มาเป็นตัวอย่างนะครับ

วิธีพัฒนาทางศิลปะที่บูรณาการไปกับการพัฒนากระบวนการคิดและกระบวนการพหุปัญญาอย่างนี้ จะช่วยเสริมให้แนวทางการพัฒนาการเรียนรู้ทางศิลปะอย่างทั่วไป มีบทบาทต่อการเป็น Methodology, Tools และ Methods  สำหรับการพัฒนาปัจเจกทุกคนให้เข้าไปสู่จุดสูงสุดของตนเอง ณ ภาวะเดียวกันได้ แม้วิธีเข้าสู่ความจริงและวิธีสร้างประสบการณ์ต่อโลกของแต่ละคน จะแตกต่างกัน แนวทางอย่างนี้ ก็จะเป็นตัวเลือกหนึ่งของการพัฒนาการศึกษาเรียนรู้สำหรับสร้างความงาม ความสมดุลกลมกลืนบนความแตกต่างหลากหลายของผู้คน โดยไม่ต้องทำให้ทุกคนกลายเป็นเหมือนกันและทำให้อีกหลายกลุ่มคนสูญเสียรากฐานชีวิต ซึ่งก็เชื่อว่าในอนาคต แนวทางอย่างนี้จะมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆนะครับ

  สำหรับมูลนิธิสยามกัมมาจลและเครือข่ายการทำงานของคุณพี่นงนาทแล้วละก็ การพัฒนาวิธีการให้คนสามารถเรียนรู้เพื่อเกิดความซาบซึ้งและอิ่มเต็มออกจากภายในจิตใจตนเอง ภายในครอบครัว ภายในสังคม หรือความพอเพียงที่งอกงามไปกับเงื่อนไขและบริบทแห่งตน ก็เชื่อว่าสอดคล้องอย่างเป็นปี่เป็นขลุ่ยของวิถีเรียนรู้แนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเลยกระมังนะครับ.

 

โปรดอ่านเพิ่มเติมจากบันทึกศิลป์ศึกษาที่น่าสนใจของอาจารย์ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์ ที่ :

 

http://gotoknow.org/blog/civil-learning/403876#2221905

 http://gotoknow.org/blog/wiratkmsr-art/403970#2222297

 http://gotoknow.org/blog/wiratkmsr-art/408596

http://gotoknow.org/blog/wiratkmsr-art/414242

 

 

 

Ico64 

 

วิรัตน์ คำศรีจันทร์

เมื่อ 18 พฤศจิกายน 2553 14:50

#2256752 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]

 

 

. รูปนี้สวยมากจริงๆเลยครับ

. เป็นรูปถ่ายแนวเล่นแสงในเงาจริงๆเลยครับ

. สื่อความเบาบางบนกลีบดอกบัว เหลืองอ่อน บนเหลืองอ่อน แต่แสดงความอ่อน-เบาบางในเงา หากเป็นรูปเขียน น้ำหนักอย่างนี้เลยละครับที่ศิลปะแนวนี้เขาจะค้นหาและถ่ายทอดความประทับใจออกมา

 

http://gotoknow.org/blog/mu-ed-alumni/408891

 

 

   

 

 

Ico64 

 

วิรัตน์ คำศรีจันทร์

เมื่อ 28 ตุลาคม 2553 17:03

#2229809 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]

 

 

.งอกงามและเติบโตอย่างต้นไม้ในไรแดด อย่างนั้นเลยใช่ไหมครับพี่นงนาทครับ

.มีความเป็นธรรมชาติ ค่อยเป็นค่อยไป มั่นคงและพอเพียงแก่ตนเอง เคารพแสงแดด นอบน้อมต่อขอบกระถาง

.ที่หนองบัวมีคนที่ทำงานแนวเศรษฐกิจพอเพียงเด่นๆทั้งของท้องถิ่นและของระดับประเทศหลายเจ้าอยู่เหมือนกันครับ