เบื่องาน..เราเชื่อได้ว่าหลายคนมีความรู้สึก เบื่องาน..
บางคนอยากทำงานที่ตัวเองรักตัวเองชอบ แต่ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร เพราะมีชีวิตเหมือนคนหลับทั้งที่ยังลืมตา เวลาไปทำงานคิดเรื่องไปเที่ยว เวลาไปเที่ยวก็เป็นห่วงเรื่องหนี้ จะดูแลเรื่องหนี้ก็ห่วงครอบครัว พอได้อยู่กับครอบครัวก็รู้สึกเหนื่อยว่าไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง พอได้อยู่เป็นตัวของตัวเองคนเดียวก็ทนไม่ได้ ต้องใช้เครื่องมือสื่อสารคุยกับใครสักคนตลอดเวลา หรืออยู่กับ ก. ก็ส่งข้อความคุยกับ ข. พออยู่กับ ข. ก็โทรคุยกับ ก.

เหมือนคนอยู่ในความฝัน เลื่อนลอยทั้งยามหลับ ยามตื่น เลยไม่รู้ว่าตัวเองรักอะไร ถนัดอะไร หรือรู้ว่าชอบอะไร แต่เบื่องานที่กำลังทำรอคอยวันที่จะได้ทำงานที่ตัวเองรัก แต่พอทำงานปัจจุบันไม่เต็มที่ ก็เหมือนฝึกตัวเองให้สมองฝ่อ หมดไฟ ใจเป็นอย่างไร ดึงดูดสิ่งต่างๆ ในชีวิตเข้ามาอย่างนั้น ใจไม่มีคุณภาพดึงดูดงานไม่มีคุณภาพ
อะไรกำลังบงการเราอยู่
ถ้าตอนนี้สิ่งที่บงการเราอยู่ คือทนปัจจุบันขณะนี้ไม่ได้ อยากให้พ้นไปเร็วๆ คิดว่าวินาทีข้างหน้าอาจจะมีอะไรดีกว่า ถ้าเราอยากมีชีวิตที่ดีขึ้นเราต้องทวนกระแสความทนไม่ได้ ที่กำลังบงการเราอยู่ด้วยการกลับมา อยู่ในปัจจุบันขณะที่นี่ตรงนี้ เพียงลมหายใจเดียวหรือหนึ่งก้าวเดินที่เราอยู่ตรงนี้อย่างแท้จริง เราจะตื่นขึ้นเห็นโลกแจ่มชัด ค่อยๆ เห็นชัดว่าเราเป็นใคร รักอะไร ถนัดอะไร ทำอะไร เพื่ออะไร ต้องทำอย่างไร เป็นสิ่งที่คนทุกคนควรรู้
อ่านต่อได้ที่ http://www.vcharkarn.com/varticle/41651
ยังตามหาความฝันของตัวเองไม่เจอ.. จึงเริ่มมีความรู้สึก "เบื่องาน" เกิดขึ้น
ซึ่งอยากจะให้ความรู้สึกแบบนี้หายไปโดยเร็ว เพราะคิดว่าปล่อยไว้แบบนี้
คงทำให้ความกระตือรือล้นในการทำงานลดน้อยถอยลงด้วยเช่นกัน
ยังไงก็จะพยายามปรับเปลี่ยนมุมมองให้กับชีวิตตัวเองไม่ให้ความรู้สึก
เบื่องาน..
หากเราพบตัวเองกันตั้งแต่ยังเป็นเด็กน้อยก็น่าจะดีนะครับ.....
แต่ความเป็นจริงนั้นมีส่วนน้อยมาก คนส่วนใหญ่พบเจอตัวเองหลังจากผ่านการใช้ชีวิตไปแล้วช่วงเวลาหนึ่ง แต่ก็ยังมีอีกบางส่วนนะครับที่เขาไม่รู้จักตัวเองเลยตั้งแต่เกิดจนไปจากโลกนี้!!! (น่าสงสาร)
หากสิ่งที่ทำอยู่ทุกวันนี้มันยังไม่ใช่ตัวเรา ให้ถามตัวเองต่อไปครับว่า สิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันนี้ให้ความสุขกับเราไหม? มีคนได้รับความเดือดเนื้อร้อนใจจากสิ่งที่เราทำหรือไม่? ถึงสิ่งที่ทำปัจจุบันจะไม่ใช่ตัวเรา แต่ถ้าเรามีความสุขกับการกระทำและเป็นสิ่งที่ไม่ได้ไปสร้างความเดือดร้อนให้ใคร ก็จงทำมันด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจวันหนึ่งสิ่งที่เราทำนั้นมันจะสร้างความยุติธรรมให้กับเราเองครับ
แล้วสิ่งที่ใช่ตัวเราละ หากเราได้ค้นพบมันภายหลัง อย่าปล่อยโอกาสดีนี้หลุดลอยไป (มันอาจเป็นอดีตที่เราทิ้งมันมาก็ได้) ตามไปเก็บมันครับ เก็บความฝันของเราให้สมบูรณ์ อาจนำมาเป็นงานอดิเรกไว้ผ่อนคลาย วันหนึ่งมันอาจเป็นสิ่งเลี้ยงชีพเราได้ตลอดชีวิต ที่สำคัญคือ ยิ่งทำยิ่งมีความสุข
เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้ มนุษย์มีพลังแห่งความใฝ่ดี พลังแห่งศักยภาพซ้อนเร้นอยู่ในตัวทุกคนเพียงแต่ทุกวันนี้เรายังไม่รู้วิธีที่จะดึงมันออกมาใช้เท่านั้นเองครับ บทความที่เป็นบันทึกเกี่ยวกับเรื่องประเภทนี้ผมมีลงไว้อยู่เหมือนกันนะครับ ลองเข้าไปเยี่ยมชมพูดคุยกันได้ครับ
ขอบคุณที่เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นนะครับ เป็นกำลังใจ สู้ๆต่อไปครับ
ขอบคุณคุณธนาภรณ์ที่ให้กำลังใจและความคิดเห็นดีดีนะครับ :)
ด้วยความยินดีอย่างยิ่งครับผม