เด็กดื่มเหล้า ดื่มเบียร์ ใครได้ ใครเสีย

เด็กดื่มเหล้า  ดื่มเบียร์..ใครเสีย..ใครได้ ?

               ด้วยบริบทของงานที่รับผิดชอบผู้เขียนรับผิดชอบงานกิจการนักเรียนต้องดูแลรับผิดชอบงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน  ซึ่งเป็นงานที่นับวันยิ่งทวีความวิกฤตเพราะปัญหาของเด็กนักเรียนซึ่งมีอยู่ร้อยแปดพันเก้าบนเรื่องราวของความเปลี่ยนทางสังคมในทุกมิติ  เด็กเหล่านั้นเปรียบเสมือนกระจกเงาบานใหญ่ที่สะท้อนปัญหาสังคมนานัปการให้ผู้ใหญ่รับรู้และหาทางแก้ไข วัน ๆ เขาคงกลัวคุณครูเหงาไม่มีงานทำ   เขาก็หางานให้ทำอยู่ร่ำไป วิ่งสู้ฟัดกันเช้ายันเย็น เขาช่างมีคุณูปการแก่ครูเสียเหลือเกิน  

             คำว่า “เด็ก” ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน  พ.ศ. ๒๕๒๕  ได้ให้ความหมายของเด็กไว้ดังนี้  “เด็ก”  หมายถึง  คนที่มีอายุยังน้อย  ยังเล็ก ยังอ่อนประสบการณ์  และ  พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก  พ.ศ. ๒๕๔๖ “เด็ก”  หมายความว่า  บุคคลที่มีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์  แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส

            ดังนั้นปัญหาสังคมที่เข้าขั้นวิกฤติในปัจจุบันจึงหนีไม่พ้นเรื่องเด็ก ๆ แต่ผู้ใหญ่ต้องแก้ไข ผลที่เกิดจากการดื่มเหล้าดื่มเบียร์ของเด็กก่อให้เกิดผลเสียอย่างใหญ่หลวงต่อสังคมและส่งผลกระทบตามมามากมาย  หลายประการ  กล่าวคือ

     ๑.  ผลเสียต่อเด็กเอง

           ๑.๑   ก่อให้เกิดอันตรายต่อตัวเด็กเอง  เด็กมีโอกาสที่จะได้รับอุบัติเหตุสูงในการขับขี่รถยนต์  รถจักรยานยนต์  และบ่อยครั้งเมื่อเกิดอุบัติเหตุจะทำให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิต  ร่างกาย  และทรัพย์สินของผู้บริสุทธิ์ที่ไม่อาจประเมินได้ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการก่อให้เกิดเหตุด้วยเลย  และที่สำคัญรัฐต้องสูญเสียงบประมาณปีละหลายหมื่นล้านในการดูแลรักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุโดยการนำเข้าซึ่งยาและเวชภัณฑ์

   ๒.  เป็นสาเหตุทำให้เด็กมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร  เพราะเด็กจะขาดสติโดยเฉพาะเด็กผู้หญิงจะมีโอกาสเสียตัวสูงมาก  เพศหญิงบางคนไม่ได้ระมัดระวังตัวเท่าที่ควรอาจถูกฝ่ายชายมอมเหล้าเบียร์  โดยการคะยั้นคะยอให้ดื่มนิดหน่อยแล้วดื่มหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนเมาและไม่อาจป้องกันได้ในที่สุดต้องเสียตัว  หลาย ๆ เหตุการณ์อาชญากรทางเพศมักเริ่มต้นจากฝ่ายชายดื่มเหล้าเบียร์เมื่อเมาแล้วเกิดอารมณ์ทางเพศทำให้ขาดความยับยั้งชั่งใจนำไปสู่การก่อเหตุสลดใจขึ้น  โดยใช้กำลังบังคับข่มขื่นกระทำชำเราหญิงและจบลงด้วยการฆาตกรรมหญิงนั้นด้วยวิธีการอันโหดร้ายทารุณ  วันแล้ววันเล่าศพแล้วศพเล่า  นับเป็นความสูญเสียที่สังคมได้แต่มองโดยไม่เห็นหนทางใดที่จะแก้ปัญหานี้ได้อย่างยั่งยืน

  ๓.  ทำให้สถิติจำนวนผู้ติดเชื้อเอดส์ที่เป็นเด็กและเยาวชนเพิ่มมากขึ้นทุกวัน  เนื่องจากเพศชายเมื่อเมาจะไปมีเพศสัมพันธ์กับฝ่ายหญิงโดยไม่สวมถุงยางอนามัย ด้วยเหตุนี้จำนวนผู้ติดเชื้อเอดส์รายใหม่จึงมีเพิ่มมากขึ้นทุกวัน  และเป็นที่น่าวิตกอย่างยิ่ง คือ  ส่วนใหญ่เป็นเด็กและเยาวชนผู้ซึ่งกำลังเป็นความหวังของพ่อแม่ เป็นความหวังสังคมและประเทศชาติ  และกำลังจะก้าวเข้ามารับผิดชอบบ้านเมืองในอนาคต

   ๔.  การดื่มเหล้าเบียร์เป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ยาเสพติดชนิดอื่น ๆ ที่ร้ายแรงกว่าเพราะเมื่อเมาแล้วย่อมง่ายที่จะถูกจูงใจให้ทดลองใช้ยาเสพติดชนิดอื่น  เช่น  ยาบ้า  ยาไอซ์ยาเค  จนถึงเฮโรอีน   ซึ่งถือเป็นการบ่อนทำลายชาตินำไปสู่กระบวนการค้ายาเสพติดรัฐต้องสูญเสียงบประมาณปีละมหาศาลในการปราบปราม

   ๕.  การดื่มเหล้าเบียร์จะทำให้เด็กมีโอกาสสูงในการก่อการทะเลาะวิวาทชกต่อยทำร้ายร่างกายและใช้อาวุธ  เครื่องทุ่นแรงในการก่อเหตุจนถึงขั้นเสียชีวิตของคู่กรณี  และผู้บริสุทธิ์ได้รับลูกหลงจนบาดเจ็บหรือเสียชีวิตไปด้วยอย่างน่าเวทนา  ซึ่งปรากฏให้เห็นอยู่เป็นประจำแทบทุกวันทั้งที่เป็นข่าวและไม่เป็นข่าว  นำมาซึ่งความสูญเสียเศร้าสลดของพ่อแม่  ญาติพี่น้องผู้บริสุทธิ์ บางรายครอบครัวถึงกับเกิดภาวะล่มสลายทางด้านจิตใจ (เกิดความรู้สึกหดหู่  ไม่มีความหวังที่จะมีชีวิตอยู่) โดยเฉพาะครอบครัวเหยื่อบริสุทธิ์ที่มีลูกเพียงคนเดียว  หรือต้องสูญเสียผู้นำครอบครัวไป

   ๖.  การดื่มเหล้าเบียร์จะทำให้เด็กมีโอกาสสูงในการก่ออาชญากรรมอื่น ๆ เช่น  การโจรกรรมทรัพย์สิน  การปล้นจี้  ฉกชิง  วิ่งราวทรัพย์  บางรายเจ้าทรัพย์ต่อสู้ขัดขืนก็จะถูกทำร้ายจนถึงแก่ความตาย

   ๗.  ทำลายทรัพย์สินสาธารณะและก่อให้เกิดอันตรายแก่สุจริตชน  เช่น  การขว้างการทุบขวดแตกกระจายตามถนนหนทาง  การขว้างปาทำลายป้ายจราจร  การทำลายศาลาริมทางหรือศาลาประชาคมในชุมชน  และอื่น ๆ

  ๘.  ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น  โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล  วันหยุด   ยามวิกาล  โดยเด็กเหล่านี้จะรวมกลุ่มดื่มเหล้าเบียร์ส่งเสียงดังรบกวนเวลาพักผ่อนหลับนอนของสุจริตชน

       ดังนั้นผลกระทบที่เกิดขึ้นเป็นวิกฤตที่ผู้เขียนเองตลอดจนทุกคนในสังคมไม่อยากให้เกิด  ทุกคนอยากให้ยุติและสิ้นสุด ทุกครั้งที่เกิดปัญหาจำเลยของสังคมอันดับต้น ๆ ที่สายตาแทบทุกคู่เพ่งมอง  คือ  โรงเรียน  สถาบันซึ่งรับผิดชอบการจัดการศึกษา  สถาบันซึ่งสังคมวัตถุนิยมคาดหวังแบบปฏิเสธไม่ได้  ดังนั้นคำถามมากมายสารพัดที่จะถูกประสานเสียงจากสังคมโดยมิได้นัดหมายว่า  ทำไมโรงเรียนไม่สอนบ้างล่ะ   โรงเรียนสอนเด็กอย่างไรทำไมเด็กจึงมีพฤติกรรมเช่นนี้  และ ฯลฯ ?

        คำตอบของคำถามเหล่านี้มีอยู่ในตัวมันเองอยู่แล้ว  ๘  ชั่วโมงที่เด็กอยู่ในความดูแลของโรงเรียน  กับอีก  ๑๖  ชั่วโมงที่เด็กอยู่กับสังคม  อัตราส่วนของความร่วมรับผิดชอบน่าจะเป็นดัชนีบ่งชี้และให้คำตอบได้เป็นอย่างดี   ทุกภาคส่วนของสังคมทำหน้าที่ได้เต็มศักยภาพแล้วหรือยัง ?   การบังคับใช้กฎหมายจริงจังแค่ไหน ?  และที่สำคัญเด็กดื่มเหล้าเบียร์มีแต่เสียกับเสีย  แล้วใครล่ะได้รับผลประโยชน์ชิ้นโต ?