เทคนิคการผลิตไม้ผลออกนอกฤดูกาล

 

เทคนิคการผลิตไม้ผลออกนอกฤดูกาล

 

 

 

           “ไม้ผลนอกฤดูกาล” คำๆ นี้ในปัจจุบันเป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในหมู่นักวิชาการเกษตร   เกษตรกรและบุคคลทั่วไป   ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากการประสบผลสำเร็จในการทำให้ไม้ผลบางชนิดสามารถออกดอกนอกฤดูได้นั่นเอง   จากความสำเร็จดังกล่าวก็ได้สร้างความสนใจให้กับบุคคลในวงการเกษตรกันมาก   จนถึงกับได้มีการศึกษาและทดลองกันอย่างกว้างขวางกับไม้ผลชนิดอื่น  และก็มีแนวโน้มว่าสามารถที่จะบังคับใช้ไม้ผลบางชนิดออกดอกนอกฤดูได้เช่นเดียวกัน

 

            การบังคับหรือกระตุ้นหรือชักนำเพื่อให้ไม้ผลออกดอกนอกฤดูนั้น   หากเรามองย้อนกลับไปในอดีต  จะเห็นได้ว่า  วิธีการต่าง ๆ  ที่ใช้บังคับให้ไม้ผลออกดอกนั้นมีการปฏิบัติกันมาช้านานแล้ว   โดยในสมัยก่อนวิธีการเหล่านั้นอาจจะค้นพบโดยบังเอิญหรือไม่ได้ตั้งใจ  ยกตัวอย่างเช่น  การทรมานต้นไม้ด้วยวิธีการต่าง ๆ  ไม่ว่าจะเป็น  การสับกิ่ง  สับต้น  การตอกตะปูที่ต้น  การรมควัน  การตอนกิ่ง  รัดกิ่ง  หรือแม้กระทั่งการที่ต้นไม้ขาดน้ำเป็นต้น  และเป็นธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตทั่ว ๆ  ไป  เมื่อรู้ตัวว่าใกล้จะตาย  เช่น  ถูกทรมานด้วยวิธีการต่าง ๆ  หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม   ก็มีการแตกดอกออกผลขึ้นมา  มนุษย์ก็ได้ก็ได้สังเกตและรู้หลักการอันนี้จึงได้มีการบังคับให้ไม้ผลออกดอกด้วยวิธีการดังกล่าว   ปัจจุบันนี้วิทยาการในการบังคับเพื่อให้ไม้ผลออกดอกนอกฤดูกาลได้ก้าวหน้าไปมาก  มีการใช้สารเคมีบางชนิดและเทคโนโลยีใหม่ ๆ  บังคับให้ไม้ผลออกดอกนอกฤดูกาลได้แน่นอนขึ้นและกระทำได้อย่างกว้างขวางกับไม้ผลหลายชนิด

 

                อย่างไรก็ตาม  การผลิตไม้ผลนอกฤดูกาลก็ยังเป็นศาสตร์ที่ละเอียดอ่อนและลึกซึ้ง  กล่าวคือ  แม้ว่าในขณะนี้เราสามารถผลิตไม้ผลนอกฤดูขึ้นได้ในพืชหลายชนิดและนั่นก็ไม่ใช่ว่าจะกระทำได้อย่างแน่นอนหรือกระทำได้ทั่ว ๆ  ไปในทุกสภาพท้องที่แต่ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ  อีกหลายชนิดอาทิเช่น  พันธุ์  ความสมบูรณ์ของต้น  สภาพภูมิอากาศ  ตลอดจนเทคนิคและวิธีปฏิบัติของแต่ละคน  ในบางครั้งถึงแม้จะมีปัจจัยเหล่านี้อยู่อย่างครบถ้วนแล้วก็ตามการผลิตไม้ผลนอกฤดูกาลก็อาจไม่ประสบผลสำเร็จเต็มที่เสมอไป

 

แนวทางในการผลิตไม้ผลนอกฤดูกาล

                ไม้ผลเป็นพืชที่ทำให้ออกดอกนอกฤดูกาลได้ยาก   หรือแม้ในฤดูเองบางครั้งก็ทำได้ยากเช่นกัน  ทั้งนี้เพราะยังไม่สามารถกระทำได้หลายวิธีด้วยกันกล่าวคือ

 

                1.  การใช้พันธุ์ทะวาย   พันธุ์ทะวายโดยทั่ว ๆ  ไปเกิดจากการกลายพันธุ์ผ่าเหล่าที่แตกต่างไปจากต้นเดิม  และต่อมาก็กลายพันธุ์กันอย่างถาวร  เมื่อขยายพันธุ์จากต้นที่กลายพันธุ์อย่างถาวรก็ยังคงปรากฏว่ายังคงมีการทะวายอยู่เช่นเดิม  ปัจจุบันมีไม้ผลหลายชนิดที่เป็นพันธุ์ทะวายและส่วนใหญ่จะรู้จักกันในมะม่วง  เช่น  พันธุ์น้ำดอกไม้   ทะวาย   พิมเสนมันทะวาย   ทองดำทะวาย   มันแห้งทะวาย   แก้วทะวาย   อกร่องมัน   ทะวาย   เหล่านี้เป็นต้น  ส่วนในไม้ผลชนิดอื่น  แม้จะไม่มีการแยกเป็นพันธุ์ทะวายโดยเฉพาะ   แต่ก็มีไม้ผลหลายชนิดที่ทยอยกันออกผลเป็นเวลานานหลายเดือน  อาทิเช่นขนุน   ซึ่งมีการออกผลยาวนานถึง  8  เดือน   เช่น  พันธุ์แม่น้อยทะวาย   นอกจากนี้ยังมีทุเรียนบางสายพันธุ์ที่ปรากฏทะวายหรือออกผลนอกฤดูกาล   โดยเฉพาะพันธุ์หมอนทองซึ่งมีการวางขายเกือบตลอดปี

 

                2.  การใช้พันธุ์เบา   พันธุ์เบาก็คือพันธุ์ที่อาจจะมีการออกดอกก่อนหรือออกดอกพร้อมกับพันธุ์กลางหรือพันธุ์หนักก็ได้   แต่ช่วงการสุกแก่ของผลจะเร็วกว่าพันธุ์กลางหรือพันธุ์หนัก   การทำให้พันธุ์เบาออกดอกก่อนฤดูนั้นสามารถทำได้ง่าย  อีกทั้งยังสามารถนำสายพันธุ์เบาไปปลูกในต่างพื้นที่   และออกดอกก่อนการออกดอกในสภาพพื้นที่ปลูกเดิมอีกด้วย  เช่น  ลำไยพันธุ์อีดอ   สามารถนำมาปลูกทางภาคกลางและบางพื้นที่ของภาคตะวันออกได้  และออกดอกให้ผลเร็วกว่าภาคเหนืออีกด้วย

 

                3.  การประวิงวงจรก่อนเก็บเกี่ยว   การทำให้ไม้ผลเก็บเกี่ยวล่าช้ากว่าปกตินั้น   นอกจากจะใช้สายพันธุ์หนักแล้ว   และสามารถประวิงเวลาการออกดอกได้อีกเล็กน้อยตัวอย่างเช่น  ถ้าต้องการเร่งให้ไม้ผลออกดอกก่อนกำหนดก็ต้องเร่งให้ใบแก่เร็วขึ้น  เพื่อให้มีระยะเวลาพักตัวเร็วขึ้น   แต่ถ้าต้องการให้ไม้ผลออกดอกช้ากว่าปกติ  ก็ต้องประวิงเวลาการแก่ของใบให้ช้ากว่าปกติ   เพื่อให้เกิดการพักตัวช้ากว่าปกติเล็กน้อย  การทำให้ใบแก่ช้ากว่าปกติไม้ได้หมายความว่า  จะให้ใบแก่เมื่อไหร่ก็ได้   แต่จะต้องขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์ทางธรรมชาติของการดอก  ซึ่งมีปัจจัยเรื่องความหนาวเย็นของอากาศเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยปกติแล้วการทำให้ใบแก่ช้ากว้าปกติ  จะต้องทำให้ใบแก่เต็มที่พร้อมจะออกดอกได้ก่อนที่อากาศหนาวเย็นจะหมดไป  ซึ่งอาจช้ากว่าปกติได้ไม่เกิน  20  วัน   ฉะนั้นการประวิงเวลาให้ใบแก่ช้าเมื่อหมดฤดูหนาวแล้วจึงทำไม่ได้เพราะอากาศไม่หนาวเย็นพอ   ดังนั้นการบังคับให้ไม้ผลออกดอกล่าช้ากว่าปกติจะต้องทำการควบคุมสภาพลำต้นและใบให้อยู่ในลักษณะพร้อมที่จะออกดอกอย่างเข้มงวด มิเช่นนั้นแล้ว  ถ้าพลาดไปก็แสดงว่าในปีนั้นจะไม่มีการออกดอกเลย

 

                4.  การใช้วิธีตัดแต่งกิ่ง   มีไม้ผลหลายชนิดเมื่อตัดแต่งกิ่งแล้วจะตอบสนองต่อการออกดอกได้ดี   ไม้ผลในกลุ่มนี้  เช่น   น้อยหน่า  องุ่น  ฝรั่ง   ส้มเขียวหวาน  เป็นต้น   ในน้อยหน่าโดยธรรมชาติแล้วก่อนการออกดอก  น้อยหน่าจะเคลื่อนย้ายธาตุอาหารจะใบมาสะสมที่ลำต้นและกิ่งแล้วจะทิ้งใบ   เมื่อมีความชื้นในดินเหมาะสมน้อยหน่าจะแตกกิ่งใหม่พร้อมกับการออกดอก   ในองุ่น   และฝรั่งก็เช่นเดียวกัน  เกษตรกรมักจะเลือกฤดูในการตัดแต่งกิ่ง   เพื่อให้มีการออกดอก  และเก็บผลผลิตได้ในช่วงที่ไม่ตรงกับผลไม้อื่น

 

                5.  การตัดแต่งราก   การตัดแต่งรากมีจุดประสงค์เพื่อให้ต้นไม้หยุดการเจริญทางกิ่งและใบ   เพื่อให้ต้นไม้เกิดการพักตัวและสะสมอาหารเตรียมไว้ก่อนการออกดอก   ฉะนั้น  เมื่อรากของต้นไม้ถูกตัดโดยเฉพาะรากฝอย  ซึ่งเป็นรากที่หาอาหารและน้ำมีน้อยลงก็จะทำให้เกิดการสะสมอาหารพวกคาร์โบไฮเดรตมากขึ้น  ต้นไม่ก็สามารถออกดอกได้  ในการตัดแต่งรากนอกจากจะทำให้พืชออกดอกได้แล้ว  ยังทำให้เกิดรากใหม่ที่มีประสิทธิภาพ   และดูดอาหารไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ  ของลำต้นได้ดีขึ้น

 

                6.  การรมควัน   การรมควันเป็นวิธีการหนึ่งที่ค้นพบโดยบังเอิญ  กล่าวคือ  แต่เดิมไม่มีการใช้สารเคมีกันอย่างแพร่หลายเหมือนเช่นปัจจุบันนี้  เกษตรจึงได้หาวิธีการต่าง ๆ  เพื่อป้องกันกำจัดแมลงศัตรูที่มาทำลายได้ผล  การรมควันก็เป็นวิธีการหนึ่งที่ชาวสวนได้ทดลองปฏิบัติกัน   แม้ว่าควันไฟไม่สามารถฆ่าแมลงได้ทั้งหมดก็ตามแต่อย่างน้อยก็เพียงพอที่จะไล่แมลง  ให้บินหนีไปได้  ต่อมาชาวสวนสังเกต   และพบว่าไม้ผลบางชนิด   โดยเฉพาะมะม่วงที่ถูกควันไฟ   สามารถออกดอกได้ดีกว่าต้นทีไม่ถูกควันไฟ   และยังพบว่าอีก   ต้นที่ถูกควันไฟยังออกดอกได้เร็วกว่าต้นที่ไม่ถูกควันไฟอีกด้วยเมื่อมีการสังเกตนานเข้า  ก็ลงความเห็นว่า  ควันไฟช่วยให้ได้ผลบางชนิดออกดอกได้ดีและออกดอกก่อนฤดูกาลได้อีกด้วย   และได้ปฏิบัติกันมาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ 

 

                7.   การกักน้ำ   การกักน้ำก็เป็นวิธีการหนึ่งที่ทำให้ผลออกดอกนอกฤดูกาลได้เช่นเดียวกัน  โดยพบว่า  ถ้ามีการกักน้ำก่อนถึงฤดูการออกดอก  ซึ่งทำให้ความชื้นในดินน้อยลง   ก็จะเป็นผลให้ต้นไม่มีการออกดอกเร็วขึ้น   และในทางกลับกัน   ถ้าให้น้ำเป็นปริมาณที่มากไปจนถึงฤดูออกดอกก็ทำให้การออกดอกล่าช้าออกไป  ด้วยวิธีเดียวกันนี้ได้มีการทดลองในส้มเขียวหวาน  เพื่อบังคับให้ส้มเขียวหวานออกดอกล่าช้ากว่าปกติเพื่อเป็นการยืดเวลาการเก็บเกี่ยวออกไป   ซึ่งปกติแล้วส้มเขียวหวานจะเก็บเกี่ยวผลได้มากในช่วงเดือนตุลาคมจนถึงธันวาคม  แต่ชาวสวนต้องการยืดเวลาเก็บเกี่ยวออกไปจนถึงปลายเดือนมกราคมต่อต้นเดือนกุมภาพันธ์  เพื่อกักส้มเขียวหวานเอาไว้รอจำหน่ายในช่วงเทศกาลตรุษจีน   โดยใช้วิธีการทดน้ำเข้าไปช่วยตลอดเวลาที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยว   ซึ่งสามารถบังคับให้ส้มเขียวหวานออกดอกช้าปกติได้

 

                8.   การทรมานต้นไม้   การทรมานต้นไม้เป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยให้ไม้ผลออกดอกนอกฤดูกาลได้  วิธีการนี้ในครั้งแรกเข้าใจว่าเป็นการกระทำที่บังเอิญมากกว่าการจงใจ  และเมื่อเห็นว่าสามารถบังคับให้ไม้ผลออกดอกฤดูกาลได้  ก็กระทำกันเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน  สำหรับวิธีการต่าง ๆ  ในการทรมานต้นไม้มีดังต่อไปนี้

                การควั่นกิ่ง   การควั่นกิ่งเป็นการควั่นเอาเปลือกกรอบกิ่งหรือรอบลำต้น  เพื่อให้มีรอยแผล  แคบ ๆ  ปรากฏอยู่  ซึ่งวิธีการนี้จะทำให้เซลล์ท่ออาหารถูกตัดขาด  แต่เนื้อเยื่อเจริญและเซลล์ท่อน้ำตรงบริเวณแผลยังคงอยู่อย่างเดิม  ดังนั้นอาหารที่ปรุงเสร็จแล้วก็จะเคลื่อนที่ลงมาคั่งอยู่ในบริเวณเหนือรอยแผลขึ้นไป  ซึ่งมีผลทำให้ไม้ผลออกดอกได้

          การลอกเปลือกออกเป็นแถบ   วิธีการนี้ใช้มีดคม ๆ  กรีดเปลือกให้เป็นแถบเล็ก ๆ  ยาวพอประมาณตามความยาวของกิ่ง   แล้วลอกดึงเอาเปลือกไม้ออกก็จะทำให้เกิดการสะสมอาหารไว้เหนือรอยแผล   ซึ่งผลที่ได้ก็เช่นเดียวกันสับการควั่นกิ่ง

          การเฉือนเปลือกเป็นรูปปากฉลาม   วิธีการนี้ให้เฉือนกิ่งหรือลำต้นด้วยมีดคม ๆ  ให้ลึกเข้าไปในเนื้อไม้ประมาณ  1  ใน  3  ของเส้นผ่าศูนย์กลางของบริเวณนั้นยาวประมาณ  1-2  นิ้วก็จะเป็นรูปปากฉลาม   จากนั้นจึงใช้ก้านไม้ขีดสอดขัดเอาไว้แล้วจึงใช้เชือกพลาสติกพันทับส่วนนี้ให้กระชับและแน่น     อาหารก็จะเคลื่อนย้ายไม่สะดวก  เป็นผลให้ส่วนปลายของกิ่งเกิดดอกได้

                การสับเปลือก  ในสมัยก่อนการสับเปลือกรอบบริเวณลำต้นหรือกิ่งของไม้ผลนิยมทำกับมะม่วงและขนุนที่ไม่ยอมออกดอก   โดยใช้มีดโต้หรือขวานสับตามกิ่งหรือลำต้น  ก็จะทำให้ไม้ผลออกดอกได้เช่นเดียวกัน

                การใช้ลวดรัดรอบกิ่งหรือรอบต้น   วิธีนี้นิยมทำกับไม้ผลที่ยังมีขนาดเล็กอยู่โดยใช้ลวดเส้น  เล็ก ๆ  รัดรอบต้นหรือรอบกิ่ง  เมื่อทำเสร็จควรใช้ปูนแดงหรือสีน้ำมันทาแผล   เพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่แผล   จากนั้นให้ใช้เชือกพลาสติกหรือเทปพันสายไฟพันหุ้มทับเพื่อป้องกันน้ำเข้าแผล   เมื่อกิ่งหรือลำต้นโตขึ้นลวดที่ได้รัดไว้ก็จะรัดเปลือกขาดเช่นเดียวกับการควั่นกิ่ง   ทำให้ต้นไม้ผลออกดอกได้เช่นกัน

                การงอกิ่ง   การงอกิ่งเป็นการงอหรือตัดกิ่งไม้ผลที่มีขนาดโตหรือกิ่งแก่เพื่อให้เอนมาสู่แนวระดับ   และผูกมัดเชือกยึดไว้ให้แน่น  ซึ่งสามารถทำให้ไม้ผลออกดอกได้ด้วยวิธีการเดียวกันนี้   ได้มีการทดลองงอกิ่งมะนาวเตี้ยที่มีความยาวประมาณ  1  คืบ  ซึ่งต่อกิ่งบนต้นตอส้มโอ  พบว่ากิ่งของมะนาวเตี้ยกิ่งนั้นสามารถผลิดอกออกมามากมาย

                การทำให้ใบร่วง   วิธีการนี้นิยมกระทำกับส้มเขียวหวาน   โดยปล่อยให้ส้มเขียวหวานขาดาน้ำก่อนฤดูออกดอกเล็กน้อย   เมื่อส้มเขียวหวานขาดน้ำใบก็จะร่วงหล่นเป็นผลให้อัตราส่วนคาร์โบไฮเดรตและในโตรเจนที่อยู่ในต้นมีปริมาณพอเหมาะที่จะเกิดดอก  ส้มเขียวหวานก็จะออกดอกออกมาให้เห็น

 

          9.   การเลือกช่วงฤดูกาลปลูก   การเลือกช่วงฤดูกาลปลูกมักจะทำกับไม้ผลที่มีอายุสั้น   เช่น  กล้วย  มะละกอ   ซึ่งปกติแล้วการปลูกของเกษตรกรที่อาศัยน้ำฝนส่วนใหญ่จะปลูกต้นฤดูฝนหากเกษตรการที่อยู่ในเขตชลประทานหรือ   เกษตรกรที่สามารถหาแหล่งน้ำได้  และปลูกพืชดังกล่าวในช่วงปลายฤดูฝนหรือฤดูแล้ง   เมื่อครบอายุของพืช  พืชดังกล่าวก็จะออกดอกติดผลได้เอง  ซึ่งจะไม่ตรงกับฤดูที่คนอื่นเขาปลูกกัน

 

                10.   การใส่ปุ๋ยเคมี  การใส่ปุ๋ยเคมีก็มีผลทำให้ไม้ผลออกดอกได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะปุ๋ยที่มีธาตุไนโตรเจนสูงและปุ๋ยคอก   ปุ๋ยชนิดดังกล่าวถ้าให้กับไม้ผลที่มีอายุน้อยจะทำให้ออกดอกช้าลง  เพราะปุ๋ยจะไปเร่งการเจริญเติบโตทางด้านกิ่งก้านและใบส่วนไม้ผลที่ให้ผลแล้ว   การให้ปุ๋ยที่มีธาตุไนโตรเจนสูงจะทำให้ได้จำนวนดอกลดลง   ดังนั้นในระยะที่ต้องการให้เกิดดอก   ชาวสวนจะใส่ปุ๋ยที่มีธาตุไนโตรเจนน้อยลง  และเพิ่มธาตุฟอสฟอรัส   และโปแตสเซียมให้มากขึ้นกว่าเดิม   เพื่อให้ปุ๋ยทั้งสองชนิดนี้ไปกระตุ้นการออกดอก   ในประเทศไทยขณะนี้ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายได้แก่   การใช้ปุ๋ยโปแตสเซียมไนเตรท   เพื่อเร่งให้มะม่วงออกดอก   โดยใช้ปุ๋ยโปแตสเซียมไนเตรท   อัตรา   500  กรัมต่อน้ำ  20  ลิตร   ฉีดพ่นต้นมะม่วง  ทำให้มะม่วงออกดอกก่อนฤดูได้ประมาณ  15-21  วัน  สำหรับพืชพวกส้มหรือมะนาว  อาจใส่ปุ๋ยยูเรียเพื่อทำให้ใบร่วงและเกิดการแตกกิ่งใหม่ออกมาพร้อมกับการออกดอก

 

          11.   การใช้สารควบคุมการเจริญเติบโต       การใช้สารควบคุมการเจริญเติบโตกับไม้ผลนั้น   นับว่าเป็นวิธีใหม่สำหรับเกษตรกรไทย   ส่วนในต่างประเทศมีการใช้กันอย่างแพร่หลายแล้ว   อย่างไรก็ตามงานทดลองทางด้านการบังคับให้ไม้ผลออกดอกนอกฤดูกาล   ยังไม่ไม่ถือว่าประสบผลสำเร็จอย่างแท้จริง   และผลการทดลองที่ประสบความสำเร็จในปัจจุบัน   ยังเป็นการทดลองกับไม้ผลเศรษฐกิจเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น

 

                12.   การใช้อุณหภูมิต่ำ       อุณหภูมิก็มีผลต่อการผลิตไม้ผลนอกฤดูกาลเช่นกัน   กล่าวคือ  อุณหภูมิต่ำจะมีผลทำให้การสังเคราะห์แสงลดน้อยลง  ซึ่งจะมีผลไปถึงการออกดอกด้วย   ยกตัวอย่างเช่น   ในไม้ผลหลายชนิด   ไม่ว่าจะเป็น  มะม่วง  ทุเรียน  ลำไย  ลิ้นจี่  ถ้าปีใดที่อากาศเย็น  (อุณหภูมิต่ำ)   ในปีนั้นไม้ผลดังกล่าวจะออกดอกได้มากกว่าปกติ  ทั้งนี้เพราะความหนาวเย็น  ไปกระตุ้นให้มีการสร้างฮอร์โมนหรือสารอื่น ๆ  ที่ช่วยในการออกดอกนั่นเอง

 

ผลกระทบจากการผลิตไม้ผลนอกฤดูกาล

                การผลิตไม้ผลนอกฤดูกาลนั้น   มีจุดประสงค์หลักเพื่อต้องการขายผลผลิตในราคาที่สูงกว่าปกติและมีผลผลิตออกมาจำหน่ายตลอดทั้งปี   แต่ถ้าจะมองในแง่ของผลกระทบจากการผลิตไม้ผลนอกฤดูกาลแล้ว   ย่อมจะเห็นได้ว่ามีเรื่องที่เสี่ยงอยู่หลายประการเช่นกัน

 

                1.  การผลิตไม้ผลนอกฤดูกาล   เป็นการเปลี่ยนวงจรชีวิตของพืช  ทั้งทางด้านการเจริญเติบโตของลำต้น  กิ่งก้านและใบ  ตลอดจนถึงการออกดอก  ติดผล   ซึ่งอาจจะเร่งให้เจริญเติบโตเร็วกว่าปกติหรือช้ากว่าปกติก็ได้

 

                2.  อาจเกิดความสับสนในเรื่องการตลาด      ทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดต่างประเทศ  ยกตัวอย่างเช่น  ในทวีปยุโรป   จะมีหน่วยงานที่รับซื้อผลไม้  ผักเมืองร้อนและผลผลิตนอกฤดูของยุโรปอยู่   ดังนั้นเมื่อเรามีการผลิตผักหรือไม้ผลนอกฤดูขึ้นก็ย่อมมีผลกระทบต่อตลาดเหล่านั้นด้วย

 

                3.   เป็นปัญหาต่อการวางแผนพัฒนาประเทศ       ทั้งนี้เพราะไม่ทราบว่า     ผลไม้ที่ผลิตได้มีปริมาณมากน้อยแค่ไหน   ตลอดจนฤดูกาลผลผลิตผลไม้แต่ละชนิดที่จะออกสู่ตลาดเพราะทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป

 

                4.   การผลิตไม้ผลนอกฤดูกาล   ถ้าจะทำการผลิตเพื่อการส่งออก  ควรจะต้องรู้ถึงช่วงฤดูการผลิตไม้ผลของต่างประเทศด้วย  ทั้งนี้เพราะ   ถ้าหากเราสามารถผลิตไม้ผลนอกฤดูในประเทศได้เป็นปริมาณที่มากพอที่จะส่งไปจำหน่ายยังตลาดต่างประเทศแต่กลับไปตรงกับฤดูการผลิตไม้ผลของประเทศนั้น ๆ  เข้า   แทนที่จะได้ราคาดีกลับจะต้องประสบกับปัญหาการขาดทุนเรื่องนี้ย่อมเป็นไปได้เช่นกัน

 

                5.  การผลิตไม้ผลนอกฤดูในปัจจุบันนี้   ส่วนมากใช้สารเคมี  และสารเคมีที่ใช้อยู่นั้นก็มีราคาที่ค่อนข้างสูง   และเป็นที่แน่นอนว่าต้องมีการนำเข้ามาจากต่างประเทศ   ดังนั้นหากมีการผลิตไม้ผลนอกฤดูกาลกันมากขึ้น   ปริมาณการใช้สารเคมีก็จะเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย   และจะต้องมีการสั่งซื้อจากต่างประเทศ   ฉะนั้นผลที่ตามมาก็คือ   ต้องเสียเงินเพื่อซื้อสารเคมีมากขึ้นทำให้ประเทศต้องขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นไปอีก

 

                ต่อไปนี้เป็นวิธีปฏิบัติเพื่อบังคับให้ไม้ผลบางชนิดออกดอกฤดูกาล   ซึ่งข้อมูลต่าง ๆ  เหล่านี้เป็นการทดลองที่ได้จากนักวิชาการเกษตร  และตัวเกษตรกรเอง

 

ที่มาข้อมูล  http://www.it.mju.ac.th/dbresearch/organize/extention/book-fruit/fruit043.htm