เทคนิคการผลิตไม้ผลออกนอกฤดูกาล
เทคนิคการผลิตไม้ผลออกนอกฤดูกาล

“ไม้ผลนอกฤดูกาล” คำๆ นี้ในปัจจุบันเป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในหมู่นักวิชาการเกษตร เกษตรกรและบุคคลทั่วไป ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากการประสบผลสำเร็จในการทำให้ไม้ผลบางชนิดสามารถออกดอกนอกฤดูได้นั่นเอง จากความสำเร็จดังกล่าวก็ได้สร้างความสนใจให้กับบุคคลในวงการเกษตรกันมาก จนถึงกับได้มีการศึกษาและทดลองกันอย่างกว้างขวางกับไม้ผลชนิดอื่น และก็มีแนวโน้มว่าสามารถที่จะบังคับใช้ไม้ผลบางชนิดออกดอกนอกฤดูได้เช่นเดียวกัน
การบังคับหรือกระตุ้นหรือชักนำเพื่อให้ไม้ผลออกดอกนอกฤดูนั้น หากเรามองย้อนกลับไปในอดีต จะเห็นได้ว่า วิธีการต่าง ๆ ที่ใช้บังคับให้ไม้ผลออกดอกนั้นมีการปฏิบัติกันมาช้านานแล้ว โดยในสมัยก่อนวิธีการเหล่านั้นอาจจะค้นพบโดยบังเอิญหรือไม่ได้ตั้งใจ ยกตัวอย่างเช่น การทรมานต้นไม้ด้วยวิธีการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การสับกิ่ง สับต้น การตอกตะปูที่ต้น การรมควัน การตอนกิ่ง รัดกิ่ง หรือแม้กระทั่งการที่ต้นไม้ขาดน้ำเป็นต้น และเป็นธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตทั่ว ๆ ไป เมื่อรู้ตัวว่าใกล้จะตาย เช่น ถูกทรมานด้วยวิธีการต่าง ๆ หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ก็มีการแตกดอกออกผลขึ้นมา มนุษย์ก็ได้ก็ได้สังเกตและรู้หลักการอันนี้จึงได้มีการบังคับให้ไม้ผลออกดอกด้วยวิธีการดังกล่าว ปัจจุบันนี้วิทยาการในการบังคับเพื่อให้ไม้ผลออกดอกนอกฤดูกาลได้ก้าวหน้าไปมาก มีการใช้สารเคมีบางชนิดและเทคโนโลยีใหม่ ๆ บังคับให้ไม้ผลออกดอกนอกฤดูกาลได้แน่นอนขึ้นและกระทำได้อย่างกว้างขวางกับไม้ผลหลายชนิด
อย่างไรก็ตาม การผลิตไม้ผลนอกฤดูกาลก็ยังเป็นศาสตร์ที่ละเอียดอ่อนและลึกซึ้ง กล่าวคือ แม้ว่าในขณะนี้เราสามารถผลิตไม้ผลนอกฤดูขึ้นได้ในพืชหลายชนิดและนั่นก็ไม่ใช่ว่าจะกระทำได้อย่างแน่นอนหรือกระทำได้ทั่ว ๆ ไปในทุกสภาพท้องที่แต่ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ อีกหลายชนิดอาทิเช่น พันธุ์ ความสมบูรณ์ของต้น สภาพภูมิอากาศ ตลอดจนเทคนิคและวิธีปฏิบัติของแต่ละคน ในบางครั้งถึงแม้จะมีปัจจัยเหล่านี้อยู่อย่างครบถ้วนแล้วก็ตามการผลิตไม้ผลนอกฤดูกาลก็อาจไม่ประสบผลสำเร็จเต็มที่เสมอไป
แนวทางในการผลิตไม้ผลนอกฤดูกาล
ไม้ผลเป็นพืชที่ทำให้ออกดอกนอกฤดูกาลได้ยาก หรือแม้ในฤดูเองบางครั้งก็ทำได้ยากเช่นกัน ทั้งนี้เพราะยังไม่สามารถกระทำได้หลายวิธีด้วยกันกล่าวคือ
1. การใช้พันธุ์ทะวาย พันธุ์ทะวายโดยทั่ว ๆ ไปเกิดจากการกลายพันธุ์ผ่าเหล่าที่แตกต่างไปจากต้นเดิม และต่อมาก็กลายพันธุ์กันอย่างถาวร เมื่อขยายพันธุ์จากต้นที่กลายพันธุ์อย่างถาวรก็ยังคงปรากฏว่ายังคงมีการทะวายอยู่เช่นเดิม ปัจจุบันมีไม้ผลหลายชนิดที่เป็นพันธุ์ทะวายและส่วนใหญ่จะรู้จักกันในมะม่วง เช่น พันธุ์น้ำดอกไม้ ทะวาย พิมเสนมันทะวาย ทองดำทะวาย มันแห้งทะวาย แก้วทะวาย อกร่องมัน ทะวาย เหล่านี้เป็นต้น ส่วนในไม้ผลชนิดอื่น แม้จะไม่มีการแยกเป็นพันธุ์ทะวายโดยเฉพาะ แต่ก็มีไม้ผลหลายชนิดที่ทยอยกันออกผลเป็นเวลานานหลายเดือน อาทิเช่นขนุน ซึ่งมีการออกผลยาวนานถึง 8 เดือน เช่น พันธุ์แม่น้อยทะวาย นอกจากนี้ยังมีทุเรียนบางสายพันธุ์ที่ปรากฏทะวายหรือออกผลนอกฤดูกาล โดยเฉพาะพันธุ์หมอนทองซึ่งมีการวางขายเกือบตลอดปี
2. การใช้พันธุ์เบา พันธุ์เบาก็คือพันธุ์ที่อาจจะมีการออกดอกก่อนหรือออกดอกพร้อมกับพันธุ์กลางหรือพันธุ์หนักก็ได้ แต่ช่วงการสุกแก่ของผลจะเร็วกว่าพันธุ์กลางหรือพันธุ์หนัก การทำให้พันธุ์เบาออกดอกก่อนฤดูนั้นสามารถทำได้ง่าย อีกทั้งยังสามารถนำสายพันธุ์เบาไปปลูกในต่างพื้นที่ และออกดอกก่อนการออกดอกในสภาพพื้นที่ปลูกเดิมอีกด้วย เช่น ลำไยพันธุ์อีดอ สามารถนำมาปลูกทางภาคกลางและบางพื้นที่ของภาคตะวันออกได้ และออกดอกให้ผลเร็วกว่าภาคเหนืออีกด้วย
3. การประวิงวงจรก่อนเก็บเกี่ยว การทำให้ไม้ผลเก็บเกี่ยวล่าช้ากว่าปกตินั้น นอกจากจะใช้สายพันธุ์หนักแล้ว และสามารถประวิงเวลาการออกดอกได้อีกเล็กน้อยตัวอย่างเช่น ถ้าต้องการเร่งให้ไม้ผลออกดอกก่อนกำหนดก็ต้องเร่งให้ใบแก่เร็วขึ้น เพื่อให้มีระยะเวลาพักตัวเร็วขึ้น แต่ถ้าต้องการให้ไม้ผลออกดอกช้ากว่าปกติ ก็ต้องประวิงเวลาการแก่ของใบให้ช้ากว่าปกติ เพื่อให้เกิดการพักตัวช้ากว่าปกติเล็กน้อย การทำให้ใบแก่ช้ากว่าปกติไม้ได้หมายความว่า จะให้ใบแก่เมื่อไหร่ก็ได้ แต่จะต้องขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์ทางธรรมชาติของการดอก ซึ่งมีปัจจัยเรื่องความหนาวเย็นของอากาศเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยปกติแล้วการทำให้ใบแก่ช้ากว้าปกติ จะต้องทำให้ใบแก่เต็มที่พร้อมจะออกดอกได้ก่อนที่อากาศหนาวเย็นจะหมดไป ซึ่งอาจช้ากว่าปกติได้ไม่เกิน 20 วัน ฉะนั้นการประวิงเวลาให้ใบแก่ช้าเมื่อหมดฤดูหนาวแล้วจึงทำไม่ได้เพราะอากาศไม่หนาวเย็นพอ ดังนั้นการบังคับให้ไม้ผลออกดอกล่าช้ากว่าปกติจะต้องทำการควบคุมสภาพลำต้นและใบให้อยู่ในลักษณะพร้อมที่จะออกดอกอย่างเข้มงวด มิเช่นนั้นแล้ว ถ้าพลาดไปก็แสดงว่าในปีนั้นจะไม่มีการออกดอกเลย
4. การใช้วิธีตัดแต่งกิ่ง มีไม้ผลหลายชนิดเมื่อตัดแต่งกิ่งแล้วจะตอบสนองต่อการออกดอกได้ดี ไม้ผลในกลุ่มนี้ เช่น น้อยหน่า องุ่น ฝรั่ง ส้มเขียวหวาน เป็นต้น ในน้อยหน่าโดยธรรมชาติแล้วก่อนการออกดอก น้อยหน่าจะเคลื่อนย้ายธาตุอาหารจะใบมาสะสมที่ลำต้นและกิ่งแล้วจะทิ้งใบ เมื่อมีความชื้นในดินเหมาะสมน้อยหน่าจะแตกกิ่งใหม่พร้อมกับการออกดอก ในองุ่น และฝรั่งก็เช่นเดียวกัน เกษตรกรมักจะเลือกฤดูในการตัดแต่งกิ่ง เพื่อให้มีการออกดอก และเก็บผลผลิตได้ในช่วงที่ไม่ตรงกับผลไม้อื่น
5. การตัดแต่งราก การตัดแต่งรากมีจุดประสงค์เพื่อให้ต้นไม้หยุดการเจริญทางกิ่งและใบ เพื่อให้ต้นไม้เกิดการพักตัวและสะสมอาหารเตรียมไว้ก่อนการออกดอก ฉะนั้น เมื่อรากของต้นไม้ถูกตัดโดยเฉพาะรากฝอย ซึ่งเป็นรากที่หาอาหารและน้ำมีน้อยลงก็จะทำให้เกิดการสะสมอาหารพวกคาร์โบไฮเดรตมากขึ้น ต้นไม่ก็สามารถออกดอกได้ ในการตัดแต่งรากนอกจากจะทำให้พืชออกดอกได้แล้ว ยังทำให้เกิดรากใหม่ที่มีประสิทธิภาพ และดูดอาหารไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของลำต้นได้ดีขึ้น
6. การรมควัน การรมควันเป็นวิธีการหนึ่งที่ค้นพบโดยบังเอิญ กล่าวคือ แต่เดิมไม่มีการใช้สารเคมีกันอย่างแพร่หลายเหมือนเช่นปัจจุบันนี้ เกษตรจึงได้หาวิธีการต่าง ๆ เพื่อป้องกันกำจัดแมลงศัตรูที่มาทำลายได้ผล การรมควันก็เป็นวิธีการหนึ่งที่ชาวสวนได้ทดลองปฏิบัติกัน แม้ว่าควันไฟไม่สามารถฆ่าแมลงได้ทั้งหมดก็ตามแต่อย่างน้อยก็เพียงพอที่จะไล่แมลง ให้บินหนีไปได้ ต่อมาชาวสวนสังเกต และพบว่าไม้ผลบางชนิด โดยเฉพาะมะม่วงที่ถูกควันไฟ สามารถออกดอกได้ดีกว่าต้นทีไม่ถูกควันไฟ และยังพบว่าอีก ต้นที่ถูกควันไฟยังออกดอกได้เร็วกว่าต้นที่ไม่ถูกควันไฟอีกด้วยเมื่อมีการสังเกตนานเข้า ก็ลงความเห็นว่า ควันไฟช่วยให้ได้ผลบางชนิดออกดอกได้ดีและออกดอกก่อนฤดูกาลได้อีกด้วย และได้ปฏิบัติกันมาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้
7. การกักน้ำ การกักน้ำก็เป็นวิธีการหนึ่งที่ทำให้ผลออกดอกนอกฤดูกาลได้เช่นเดียวกัน โดยพบว่า ถ้ามีการกักน้ำก่อนถึงฤดูการออกดอก ซึ่งทำให้ความชื้นในดินน้อยลง ก็จะเป็นผลให้ต้นไม่มีการออกดอกเร็วขึ้น และในทางกลับกัน ถ้าให้น้ำเป็นปริมาณที่มากไปจนถึงฤดูออกดอกก็ทำให้การออกดอกล่าช้าออกไป ด้วยวิธีเดียวกันนี้ได้มีการทดลองในส้มเขียวหวาน เพื่อบังคับให้ส้มเขียวหวานออกดอกล่าช้ากว่าปกติเพื่อเป็นการยืดเวลาการเก็บเกี่ยวออกไป ซึ่งปกติแล้วส้มเขียวหวานจะเก็บเกี่ยวผลได้มากในช่วงเดือนตุลาคมจนถึงธันวาคม แต่ชาวสวนต้องการยืดเวลาเก็บเกี่ยวออกไปจนถึงปลายเดือนมกราคมต่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อกักส้มเขียวหวานเอาไว้รอจำหน่ายในช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยใช้วิธีการทดน้ำเข้าไปช่วยตลอดเวลาที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยว ซึ่งสามารถบังคับให้ส้มเขียวหวานออกดอกช้าปกติได้
8. การทรมานต้นไม้ การทรมานต้นไม้เป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยให้ไม้ผลออกดอกนอกฤดูกาลได้ วิธีการนี้ในครั้งแรกเข้าใจว่าเป็นการกระทำที่บังเอิญมากกว่าการจงใจ และเมื่อเห็นว่าสามารถบังคับให้ไม้ผลออกดอกฤดูกาลได้ ก็กระทำกันเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน สำหรับวิธีการต่าง ๆ ในการทรมานต้นไม้มีดังต่อไปนี้
การควั่นกิ่ง การควั่นกิ่งเป็นการควั่นเอาเปลือกกรอบกิ่งหรือรอบลำต้น เพื่อให้มีรอยแผล แคบ ๆ ปรากฏอยู่ ซึ่งวิธีการนี้จะทำให้เซลล์ท่ออาหารถูกตัดขาด แต่เนื้อเยื่อเจริญและเซลล์ท่อน้ำตรงบริเวณแผลยังคงอยู่อย่างเดิม ดังนั้นอาหารที่ปรุงเสร็จแล้วก็จะเคลื่อนที่ลงมาคั่งอยู่ในบริเวณเหนือรอยแผลขึ้นไป ซึ่งมีผลทำให้ไม้ผลออกดอกได้
การลอกเปลือกออกเป็นแถบ วิธีการนี้ใช้มีดคม ๆ กรีดเปลือกให้เป็นแถบเล็ก ๆ ยาวพอประมาณตามความยาวของกิ่ง แล้วลอกดึงเอาเปลือกไม้ออกก็จะทำให้เกิดการสะสมอาหารไว้เหนือรอยแผล ซึ่งผลที่ได้ก็เช่นเดียวกันสับการควั่นกิ่ง
การเฉือนเปลือกเป็นรูปปากฉลาม วิธีการนี้ให้เฉือนกิ่งหรือลำต้นด้วยมีดคม ๆ ให้ลึกเข้าไปในเนื้อไม้ประมาณ 1 ใน 3 ของเส้นผ่าศูนย์กลางของบริเวณนั้นยาวประมาณ 1-2 นิ้วก็จะเป็นรูปปากฉลาม จากนั้นจึงใช้ก้านไม้ขีดสอดขัดเอาไว้แล้วจึงใช้เชือกพลาสติกพันทับส่วนนี้ให้กระชับและแน่น อาหารก็จะเคลื่อนย้ายไม่สะดวก เป็นผลให้ส่วนปลายของกิ่งเกิดดอกได้
การสับเปลือก ในสมัยก่อนการสับเปลือกรอบบริเวณลำต้นหรือกิ่งของไม้ผลนิยมทำกับมะม่วงและขนุนที่ไม่ยอมออกดอก โดยใช้มีดโต้หรือขวานสับตามกิ่งหรือลำต้น ก็จะทำให้ไม้ผลออกดอกได้เช่นเดียวกัน
การใช้ลวดรัดรอบกิ่งหรือรอบต้น วิธีนี้นิยมทำกับไม้ผลที่ยังมีขนาดเล็กอยู่โดยใช้ลวดเส้น เล็ก ๆ รัดรอบต้นหรือรอบกิ่ง เมื่อทำเสร็จควรใช้ปูนแดงหรือสีน้ำมันทาแผล เพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่แผล จากนั้นให้ใช้เชือกพลาสติกหรือเทปพันสายไฟพันหุ้มทับเพื่อป้องกันน้ำเข้าแผล เมื่อกิ่งหรือลำต้นโตขึ้นลวดที่ได้รัดไว้ก็จะรัดเปลือกขาดเช่นเดียวกับการควั่นกิ่ง ทำให้ต้นไม้ผลออกดอกได้เช่นกัน
การงอกิ่ง การงอกิ่งเป็นการงอหรือตัดกิ่งไม้ผลที่มีขนาดโตหรือกิ่งแก่เพื่อให้เอนมาสู่แนวระดับ และผูกมัดเชือกยึดไว้ให้แน่น ซึ่งสามารถทำให้ไม้ผลออกดอกได้ด้วยวิธีการเดียวกันนี้ ได้มีการทดลองงอกิ่งมะนาวเตี้ยที่มีความยาวประมาณ 1 คืบ ซึ่งต่อกิ่งบนต้นตอส้มโอ พบว่ากิ่งของมะนาวเตี้ยกิ่งนั้นสามารถผลิดอกออกมามากมาย
การทำให้ใบร่วง วิธีการนี้นิยมกระทำกับส้มเขียวหวาน โดยปล่อยให้ส้มเขียวหวานขาดาน้ำก่อนฤดูออกดอกเล็กน้อย เมื่อส้มเขียวหวานขาดน้ำใบก็จะร่วงหล่นเป็นผลให้อัตราส่วนคาร์โบไฮเดรตและในโตรเจนที่อยู่ในต้นมีปริมาณพอเหมาะที่จะเกิดดอก ส้มเขียวหวานก็จะออกดอกออกมาให้เห็น
9. การเลือกช่วงฤดูกาลปลูก การเลือกช่วงฤดูกาลปลูกมักจะทำกับไม้ผลที่มีอายุสั้น เช่น กล้วย มะละกอ ซึ่งปกติแล้วการปลูกของเกษตรกรที่อาศัยน้ำฝนส่วนใหญ่จะปลูกต้นฤดูฝนหากเกษตรการที่อยู่ในเขตชลประทานหรือ เกษตรกรที่สามารถหาแหล่งน้ำได้ และปลูกพืชดังกล่าวในช่วงปลายฤดูฝนหรือฤดูแล้ง เมื่อครบอายุของพืช พืชดังกล่าวก็จะออกดอกติดผลได้เอง ซึ่งจะไม่ตรงกับฤดูที่คนอื่นเขาปลูกกัน
10. การใส่ปุ๋ยเคมี การใส่ปุ๋ยเคมีก็มีผลทำให้ไม้ผลออกดอกได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะปุ๋ยที่มีธาตุไนโตรเจนสูงและปุ๋ยคอก ปุ๋ยชนิดดังกล่าวถ้าให้กับไม้ผลที่มีอายุน้อยจะทำให้ออกดอกช้าลง เพราะปุ๋ยจะไปเร่งการเจริญเติบโตทางด้านกิ่งก้านและใบส่วนไม้ผลที่ให้ผลแล้ว การให้ปุ๋ยที่มีธาตุไนโตรเจนสูงจะทำให้ได้จำนวนดอกลดลง ดังนั้นในระยะที่ต้องการให้เกิดดอก ชาวสวนจะใส่ปุ๋ยที่มีธาตุไนโตรเจนน้อยลง และเพิ่มธาตุฟอสฟอรัส และโปแตสเซียมให้มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้ปุ๋ยทั้งสองชนิดนี้ไปกระตุ้นการออกดอก ในประเทศไทยขณะนี้ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายได้แก่ การใช้ปุ๋ยโปแตสเซียมไนเตรท เพื่อเร่งให้มะม่วงออกดอก โดยใช้ปุ๋ยโปแตสเซียมไนเตรท อัตรา 500 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นต้นมะม่วง ทำให้มะม่วงออกดอกก่อนฤดูได้ประมาณ 15-21 วัน สำหรับพืชพวกส้มหรือมะนาว อาจใส่ปุ๋ยยูเรียเพื่อทำให้ใบร่วงและเกิดการแตกกิ่งใหม่ออกมาพร้อมกับการออกดอก
11. การใช้สารควบคุมการเจริญเติบโต การใช้สารควบคุมการเจริญเติบโตกับไม้ผลนั้น นับว่าเป็นวิธีใหม่สำหรับเกษตรกรไทย ส่วนในต่างประเทศมีการใช้กันอย่างแพร่หลายแล้ว อย่างไรก็ตามงานทดลองทางด้านการบังคับให้ไม้ผลออกดอกนอกฤดูกาล ยังไม่ไม่ถือว่าประสบผลสำเร็จอย่างแท้จริง และผลการทดลองที่ประสบความสำเร็จในปัจจุบัน ยังเป็นการทดลองกับไม้ผลเศรษฐกิจเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น
12. การใช้อุณหภูมิต่ำ อุณหภูมิก็มีผลต่อการผลิตไม้ผลนอกฤดูกาลเช่นกัน กล่าวคือ อุณหภูมิต่ำจะมีผลทำให้การสังเคราะห์แสงลดน้อยลง ซึ่งจะมีผลไปถึงการออกดอกด้วย ยกตัวอย่างเช่น ในไม้ผลหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น มะม่วง ทุเรียน ลำไย ลิ้นจี่ ถ้าปีใดที่อากาศเย็น (อุณหภูมิต่ำ) ในปีนั้นไม้ผลดังกล่าวจะออกดอกได้มากกว่าปกติ ทั้งนี้เพราะความหนาวเย็น ไปกระตุ้นให้มีการสร้างฮอร์โมนหรือสารอื่น ๆ ที่ช่วยในการออกดอกนั่นเอง
ผลกระทบจากการผลิตไม้ผลนอกฤดูกาล
การผลิตไม้ผลนอกฤดูกาลนั้น มีจุดประสงค์หลักเพื่อต้องการขายผลผลิตในราคาที่สูงกว่าปกติและมีผลผลิตออกมาจำหน่ายตลอดทั้งปี แต่ถ้าจะมองในแง่ของผลกระทบจากการผลิตไม้ผลนอกฤดูกาลแล้ว ย่อมจะเห็นได้ว่ามีเรื่องที่เสี่ยงอยู่หลายประการเช่นกัน
1. การผลิตไม้ผลนอกฤดูกาล เป็นการเปลี่ยนวงจรชีวิตของพืช ทั้งทางด้านการเจริญเติบโตของลำต้น กิ่งก้านและใบ ตลอดจนถึงการออกดอก ติดผล ซึ่งอาจจะเร่งให้เจริญเติบโตเร็วกว่าปกติหรือช้ากว่าปกติก็ได้
2. อาจเกิดความสับสนในเรื่องการตลาด ทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดต่างประเทศ ยกตัวอย่างเช่น ในทวีปยุโรป จะมีหน่วยงานที่รับซื้อผลไม้ ผักเมืองร้อนและผลผลิตนอกฤดูของยุโรปอยู่ ดังนั้นเมื่อเรามีการผลิตผักหรือไม้ผลนอกฤดูขึ้นก็ย่อมมีผลกระทบต่อตลาดเหล่านั้นด้วย
3. เป็นปัญหาต่อการวางแผนพัฒนาประเทศ ทั้งนี้เพราะไม่ทราบว่า ผลไม้ที่ผลิตได้มีปริมาณมากน้อยแค่ไหน ตลอดจนฤดูกาลผลผลิตผลไม้แต่ละชนิดที่จะออกสู่ตลาดเพราะทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป
4. การผลิตไม้ผลนอกฤดูกาล ถ้าจะทำการผลิตเพื่อการส่งออก ควรจะต้องรู้ถึงช่วงฤดูการผลิตไม้ผลของต่างประเทศด้วย ทั้งนี้เพราะ ถ้าหากเราสามารถผลิตไม้ผลนอกฤดูในประเทศได้เป็นปริมาณที่มากพอที่จะส่งไปจำหน่ายยังตลาดต่างประเทศแต่กลับไปตรงกับฤดูการผลิตไม้ผลของประเทศนั้น ๆ เข้า แทนที่จะได้ราคาดีกลับจะต้องประสบกับปัญหาการขาดทุนเรื่องนี้ย่อมเป็นไปได้เช่นกัน
5. การผลิตไม้ผลนอกฤดูในปัจจุบันนี้ ส่วนมากใช้สารเคมี และสารเคมีที่ใช้อยู่นั้นก็มีราคาที่ค่อนข้างสูง และเป็นที่แน่นอนว่าต้องมีการนำเข้ามาจากต่างประเทศ ดังนั้นหากมีการผลิตไม้ผลนอกฤดูกาลกันมากขึ้น ปริมาณการใช้สารเคมีก็จะเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย และจะต้องมีการสั่งซื้อจากต่างประเทศ ฉะนั้นผลที่ตามมาก็คือ ต้องเสียเงินเพื่อซื้อสารเคมีมากขึ้นทำให้ประเทศต้องขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นไปอีก
ต่อไปนี้เป็นวิธีปฏิบัติเพื่อบังคับให้ไม้ผลบางชนิดออกดอกฤดูกาล ซึ่งข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้เป็นการทดลองที่ได้จากนักวิชาการเกษตร และตัวเกษตรกรเอง
เข้ามาเรียนรู้