หน้าที่ของ สกอ. ได้แก่
๑. ตั้งงบประมาณแผ่นดินสำหรับนำมาสนับสนุนกิจกรรมที่จะลงหลักปักฐานวิชาการสายรับใช้สังคมไทย ให้เป็นวิชาการที่แข็งแรง เลี้ยงตัวเองได้ในเวลา ๑๐ ปี ไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากงบประมาณแผ่นดินอีกต่อไป เพราะสถาบันอุดมศึกษาที่เด่นทางด้านนี้จะมีรายได้จากการทำงานเป็นหุ้นส่วนกับภาคชีวิตจริง
งบประมาณแผ่นดินดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อสนับสนุนกิจกรรมหลัก ๓ อย่าง ได้แก่
- การสร้างวารสารวิชาการสายรับใช้สังคมไทย และสร้างระบบผลงานวิชาการรับใช้สังคมไทย ที่มีวิธีประเมินคุณภาพและผลกระทบ/คุณประโยชน์ ต่อสังคมไทย
- เป็นเงินอุดหนุนสถาบันอุดมศึกษา ให้เข้าไปทำงานเป็นหุ้นส่วนกับภาคชีวิตจริงในพื้นที่ที่สถาบันระบุไว้ การสนับสนุนนี้ เป็นการสนับสนุนให้แข็งแรง ช่วยตัวเองได้ ดังนั้น สถาบันที่หาหุ้นส่วนเก่ง หาเงินและสร้างผลงานร่วมกับหุ้นส่วนเก่ง จะได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้น สถาบันที่หาหุ้นส่วนไม่เป็นหรือไม่เก่ง สร้างผลงานไม่เก่ง ก็จะได้รับงบประมาณน้อยลง
- เป็นเงินสำหรับใช้สร้างกระบวนการ (process) เพื่อให้สังคมเห็นคุณประโยชน์จากการเข้าเป็นหุ้นส่วนกับสถาบันอุดมศึกษา ทำงานสร้างสรรค์วิชาการเพื่อเอามาใช้พัฒนาสัมมาชีพ พัฒนาการมีงานทำหรือเกิดการสร้างงาน พัฒนางานในพื้นที่ ให้เป็นงานชนิดที่ใช้ความรู้ (knowledge-based) สูงขึ้น การจัดการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประจำปี “มหกรรมหุ้นส่วนนวัตกรรมอุดมศึกษาเพื่อเมืองไทยน่าอยู่”
๒. หาทางสนับสนุนและสร้างเงื่อนไข ให้เกิดผลงานวิชาการสายรับใช้สังคมไทยที่มีคุณภาพสูง มีความเป็นเลิศจริงๆ ไม่ใช่ผลงานวิชาการชั้นสอง ไม่ใช่สายงานวิชาการที่ง่าย ไม่ต้องใช้ความพยายามมากก็ได้รับผลประโยชน์ทางวิชาการ
๓. จัดสรรงบประมาณวิจัยแบบแข่งขัน (และร่วมมือ) แบบที่โจทย์วิจัยมาจากฝ่ายผู้ใช้ผลงานวิจัย และมีการจัดการงานวิจัยที่จะทำให้เงินก้อนนี้ก่อผลทางเศรษฐกิจดีกว่าการลงทุนอื่นๆ เมื่อประเมินผลกระทบในระยะยาว (เช่น ๑๐ ปี) เงินก้อนนี้จะต้องโตขึ้นเรื่อยๆ และเป็นคนละก้อนกับงบประมาณตามข้อ ๑ เมื่อครบ ๑๐ ปี งบประมาณตามข้อ ๑ จะหมดไป แต่งบประมาณตามข้อ ๓ จะโตอย่างน้อย ๓ เท่าของในปีแรก
๔. ดำเนินการให้เกิดการสื่อสารสาธารณะ ว่ากิจการหุ้นส่วนวิชาการสร้างสรรค์สังคมไทยก่อประโยชน์แก่สังคมอย่างไรบ้าง โดยมีเป้าหมายหลักที่การสร้างความเชื่อมั่นของสังคม ว่าสถาบันอุดมศึกษามีศักยภาพในการเป็นหุ้นส่วนทำงานรับใช้สังคม/พื้นที่/ชุมชน หากสังคม/พื้นที่/ชุมชน ลงทุนให้สถาบันอุดมศึกษาทำงานวิชาการตามเป้าหมายที่ต้องการ การลงทุนนั้นจะให้ผลคุ้มค่ากว่าการลงทุนอื่นๆ การสื่อสารนี้ต้องไม่ใช่การโฆษณาชวนเชื่อผลงานของสถาบันอุดมศึกษาแบบเลื่อนลอย แต่ต้องเป็นการสื่อสารบนฐานของตัวอย่างจริง
ขอบคุณสำหรับความรู้และข้อมูลครับ อาจารย์หมอ ;)