tot

ทีโอที ทุ่มกว่า 100 ล้าน เพิ่มสถานีฐานรองรับการใช้งานไวไฟ อีก กว่า 5 พันสถานี ตั้งเป้าลูกค้าเพิ่มกว่า 2.5 แสนราย หวังโกยรายได้รวม 45 ล้านบาท ใน 1 ปี พร้อมเล็งเพิ่มไวไฟตามแหล่งท่องเที่ยวไตรมาส 4

เมื่อวันที่ 27 ส.ค. นายกำธร ไวทยกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริการสื่อสารไร้สายและบริการเพื่อสังคม บมจ. ทีโอที กล่าวว่า ทีโอที ใช้งบประมาณลงทุนกว่า 100 ล้านบาท เพื่อติดตั้งสถานีฐานบริการ ทีโอที ไวไฟ จำนวนกว่า 5,000 สถานีฐานทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าขยายไปในเขตพื้นที่ องค์การส่วนตำบล (อบต.) องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และพื้นที่ในเขตชุมชนทั่วไป เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มีพฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภค ที่ชอบพกพาอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่สามารถรองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย นอกจากนี้ ยังทำให้ ทีโอที สามารถแข่งขันกับผู้ให้บริการรายอื่นได้

ขณะที่ ทีโอที มีจุดให้บริการ ทีโอที มีจุดให้บริการ ไวไฟ อยู่ที่ 9,000 จุดทั่วประเทศ ติดตั้งตามสถานที่ท่องเที่ยว สถานที่สาธารณะ พื้นที่ธุรกิจ สนามบิน และสถานศึกษา รวมถึงพื้นที่ที่มีความเหมาะสมกับการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไร้สาย เกือบ 1,000 แห่งทั่วประเทศ คาดว่าการจัดทำโปรโมชั่นดังกล่าวจะช่วยเพิ่มลูกค้าผู้ใช้บริการไวไฟ มากกว่า 10,000 ราย และคาดว่าภายในสิ้นปี 2553 จะมีลูกค้าที่ใช้บริการไวไฟ ราว 250,000 ราย และมีรายได้รวมกว่า 45 ล้านบาทภายใน 1 ปี

น.ส.พุ่มแพทิพย์ เอี่ยมโสภา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักงานตลาด สายงานการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์  ทีโอที กล่าวว่า ตลาดอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง หรือ ไวไฟ มีการแข่งขันสูง ทำให้มีอัตราการเติบโตที่สูงด้วย ปัจจุบัน ทีโอที ให้บริการไวไฟ ในรูปแบบบัตรเติมเงิน หรือ พรีเพด เป็นหลัก ที่สร้างรายได้ให้ทีโอทีกว่า 90% มาจากการขายบัตรพรีเพด ขณะที่ ทีโอที มีรายได้บริการไวไฟ ปี 2552 ที่ผ่านมา อยู่ที่ 30 ล้านบาท ทั้งนี้ ช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา ทีโอที มีรายได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 50% ล่าสุดทีโอทีเปิดโปรโมชั่น ทีโอทีไวไฟดับเบิ้ล มินิท โดยผู้ที่ซื้อบัตรเติมเงิน ราคา 30 บาท จะมีระยะเวลาการใช้งานได้ 30 วัน จะให้งานได้ 120 นาที จากเดิม 60 บาท จะใช้ได้ 60 นาที โดยโปรโมชั่นดังกล่าวเปิดให้ใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 ก.ย. 2553

ขณะนี้ ทีโอที มีแผนเพิ่มไวไฟในทุกเขตพื้นที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยอาจจะนำร่องที่ จ.กาญจนบุรี เพื่อตอบสนองการลูกค้าที่ใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์ค และสนุกสนานกับการเดินทางท่องเที่ยว คาดการณ์ว่า จะเริ่มแผนงานได้ประมาณไตรมาส 4/2553.