ต่อไปนี้เป็นการสรุปเนื้อหาการประชุมวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๓ ในช่วงภาคเช้า ผลงานจาก note taker ของเครือข่าย

บรรยากาศคึกคักมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 120 ท่าน มาจากทุก node ในเครือข่าย เริ่มต้นด้วย รพ.ตราด พระปกเกล้า จันทบุรี ระยอง ชลบุรี พนัสนิคม บ้านบึง อ่าวอุดม สสจ.ชลบุรี และเจ้าภาพ คือสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา วัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้ เพื่อให้เกิดเครือข่ายคุณอำนวย ที่ทำงานสนับสนุนการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย และเกิดเวทีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์คุณอำนวยในเครือข่ายให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และนำไปพัฒนาระบบบริการสุขภาพต่อไป มีวิทยากรที่เข้าร่วมอภิปรายในครั้งนี้ ได้แก่ นพ.ทนง ประสานพานิช จากรพ.พระปกเกล้า จันทบุรี ดอกเตอร์นิภาพร นครวงศ์จากรพ.ยโสธร, นายแพทย์กุญธร เทพมงคลจากคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล, คุณบุษกร พงษ์ชวลิต จากรพ.พนัสนิคม, ผศ.(พิเศษ) นพ.ไพโรจน์ บุญลักษณ์ศิริ และพญ.หทัยทิพย์ ธรรมวิริยะกุล จากรพ.หาดใหญ่ ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนในวันแรก

เอกสารประกอบการบรรยาย:http://gotoknow.org/file/easternr2r/legendeasternr2r.pdf
เริ่มด้วยอาจารย์ทนง กล่าวถึง การทบทวนกิจกรรมตลอดปีของเครือข่ายภาคตะวันออกความเป็นมาของเครือข่ายภาคตะวันออก โดยเริ่มกิจกรรมจากการอบรมคุณอำนวยที่บ้านผู้หว่าน เมื่อเดือนธันวาคมปลายปีที่แล้ว มีตัวแทนของภาคตะวันออกไปร่วมประมาณ 8 ท่านมารวมตัวกันจัดตั้งเครือข่ายการทำงานที่ทำด้วยใจมีการนัดประชุมการทำงานกันทางE-mail และการประชุมของคณะทำงานของเครือข่ายในช่วงแรกมีการพบปะกันเกือบทุกเดือน โดยเราให้ความสนใจที่จะสัญจรไปในทุกโรงพยาบาลที่เป็นเครือข่าย จนในที่สุดมีการประชุมลงนาม MOU กันที่ระยอง เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และเรามีการจัดเวลาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อให้นักวิจัยมีมุมมองและร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันในเครือข่ายโดยมีรพ.ระยองเป็นเจ้าภาพ มีการจัดเพิ่มเติมความรู้ เมื่อเร็วๆนี้เครือข่ายก็มีการอบรมเรื่องจริยธรรมการวิจัยที่จันทบุรี และกิจกรรมพัฒนาทักษะคุณอำนวยในครั้งนี้ โดยกิจกรรมที่จัดขึ้นได้รับการสนับสนุนจากสวรส. และ สปสช.ในเรื่องวิทยากรและงบประมาณ และจากเครือข่ายกันเองในแต่ละครั้งของการจัดงานในเรื่องงบประมาณ การทำงานและการส่งผู้เข้าร่วมอบรมแลกปลี่ยนเรียนรู้
อาจารย์ได้แนะนำช่องทางการสื่อสารเพิ่มเติมอีกช่องทาง คือ http://r2rhsri.or.th/ มีการกล่าวชมอาจารย์กระปุ๋มที่มีการเข้าไปแสดงความคิดเห็นที่รวดเร็ว ทันเหตุการณ์ ว่าอาจารย์จะมาเป็นวิทยากรครั้งนี้มีอะไรเล่าสู่กันฟัง มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทำให้อาจารย์ได้เตรียมตัวก่อน และอีกช่องทางที่เราจะมีของเราเองได้แก่ www.EASTERNR2R.com
อาจารย์ได้พูดคุยกับอาจารย์แต๋ม ถึงการประเมินผลการดำเนินงานของเครือข่าย “สวรส. ไม่ได้คาดหวังการทำงานที่จำนวนงานวิจัยแต่หวังให้นักวิจัยบุคลากรทำงานด้วยใจ ไม่ใช่การบังคับ และเน้น Concept ของอาจารย์พิจารณ์ พานิช ที่ให้ทำงานเพื่อการพัฒนางาน”
ก้าวต่อไปของการทำงานไปพร้อมๆกันอย่างยั่งยืน “ทำด้วยใจ ไม่มีการบังคับและอย่าใหข้ออ้างมาทำลายความตั้งใจเดิม” และฝากให้เครือข่ายทบทวนกิจกรรมเดิมของตนเอง แล้วนำกิจกรรมที่มีอยู่มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในเครือข่าย เช่น มีการจัดมหกรรมของรพ.สมเด็จฯ หรือการจัดงานแสดงผลงานการทำ R2R ของสสจ.ชลบุรี ก็อยากให้มีการเชิญเครือข่ายเข้าร่วมส่งผลงานด้วย

ในช่วงต่อไปเป็นการทำ BAR (Before action review) โดยอาจารย์กระปุ๋ม เป็นกิจกรรมที่ให้ผู้เข้าร่วมประชุมทบทวนใจตนเองว่ามาด้วยใจ ทำด้วยใจแล้วเราจะหน้าตาใสใสปิ๋งปั๋ง ด้วยการหายใจเข้าลึกๆและหายใจออกด้วยความสบาย จะทำให้ผิวพรรณสดชื่น มาทบทวนดูใจของตนเองว่ามาร่วมกิจกรรมครั้งนี้เราคาดหวังอะไรมาด้วยความยินดี เต็มใจมา ให้ถามใจเราว่าเราอยากรู้อะไร อยากได้อะไร และให้ติดตามดูใจของตนเอง หากไม่เต็มใจมาให้คิดต่อว่าอะไรเป็นเหตุจูงใจให้ต้องมา หลังจากนั้นมาร่วมดูใจ ความคาดหวังของผู้เข้าร่วมประชุม โดยส่วนใหญ่มีความคาดหวังอยากรู้การทำงานของคุณอำนวย อาจมีเครือข่าย อยากแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ส่วนความคาดหวังที่โดยใจวิทยากร มีพี่ๆบอกว่าอยากเห็นคุณอำนวยที่เบ่งบานเหมือนดอกไม้ที่บานตลอดไปและกระจายไปบานในที่ต่างๆ มีการแซวประธานเครือข่ายถึงสัญลักษณ์ของเครือข่ายว่าสงสัยต้องเพิ่มดอกไม้ไปที่โลโก้รึเปล่า (ขออธิบายสัญลักษณ์ของเครือข่ายเล็กน้อย เรามีสัญลักษณ์เป็นรูปปลาโลมาอิรวดี เนื่องจากเป็นปลาโลมาที่พบในภาคตะวันออก เป็นปลาสั้นเรียนรู้ได้ ฝึกฝนได้ รูปน้ำทะเลและตาข่ายที่ร้อยเรียงคลุมชื่อเครือข่ายภาคตะวันออกที่แสดงถึงเครือข่ายการทำงานของเรา)

กิจกรรมที่สองเป็นกิจกรรมที่ให้ผู้เข้าร่วมประชุมมีการเคลื่อนไหวเพื่อร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันภายในกลุ่มโดยให้มีการนั่งคละกันในแต่ละ node ในประเด็นคุณอำนวยมีบทบาทหน้าที่อย่างไร และเป็นคุณอำนวยอย่างมีความสุขได้อย่างไร อาจารย์กระปุ๋มแนะนำว่าคุณอำนวยต้องมีคุณลักษณะส่วนบุคคล เป็นพรหมวิหาร 4 ได้แก่ มีเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา แล้วจะไม่ท้อกับการเป็นคุณอำนวย แต่สามารถเหนื่อยได้นะ เหมือนกับที่อาจารย์พิจารณ์ กล่าวว่า หากคุณอำนวยเอาผลงานมาเป็นของเราเองเราก็เป็นได้แค่ พรหมสามหน้า สอดคล้องกับอาจารญ์สมศักดิ์ ชุนณรัศมิ์ ที่กล่าวว่า คุณอำนวยที่ดีต้องมี 5 ช คือ “ชี้ ให้นักวิจัยพัฒนางานอะไร เชียร์ โดยการให้กำลังใจหรือการให้ความสนับสนุน, ช่วย เป็นการให้ความสนับสนุนในทุกเรื่องเช่นการให้ความรู้ แนะนำให้พบผู้รู้ เป็นการช่วยทุกอย่างที่ช่วยได้โดยที่เราไม่เดือดร้อน, เชื่อม โดยการให้มีการได้พูดคุยมาเจอกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน และใช้ เป็นการนำงานเหล่านั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์”

คำสำคัญ (Key word) ของการเป็นคุณอำนวย คือ การให้ ให้ด้วยใจ จากกิจกรรม BAR ให้เรากลับไปฝึกตนเอง ดูใจตนเอง ใจเป็นอย่างไรในขณะนั้น รู้สึกอย่างไร และคาดหวังอะไร ไม่ต้องมีการสั่งให้เป็นไปโดยธรรมชาติ เป็นด้วยใจ ใจของผู้ให้อยากให้คนพัฒนา คุณค่า ให้ผู้อื่นได้เรียนรู้ สัมผัส มองเห็นคุณค่าของงาน และโอกาสนั้นมีตลอดเวลา ทำให้เราได้มาเจอกัน มาเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ให้เราคว้าโอกาสนั้นๆ เพื่อการเรียนรู้ร่วมกัน ให้เรามองให้เห็นว่าโอกาสนั้นยิ่งใหญ่ มาร่วมแบ่งปันกัน แล้วเราจะเป็นคุณอำนวยอย่างมีความสุข
“เหนื่อยนะ แต่อยากทำ ทำด้วยใจ เห็นคุณค่าและปรารถนาให้คนอื่นได้มีโอกาสมาเรียนรูร่วมกัน”
“ขับเคลื่อนด้วยใจ และปัญญา เป็นการก้าวเดินที่เป็นจังหวะ”
“การเป็นคุณอำนวย เมื่อสัมผัสนักวิจัย จะมีความรู้สึกอย่างโอบอุ้ม ดูแล ประคอง ปกป้องเหมือนสัญชาตญาณความเป็นแม่ที่อยากดูแลลูก เพื่อให้เห็นความดีงามของงาน”
“การมาเจอกันทำให้เกิดเครือข่าย แตกยอดโครงสร้างทางปัญญา ถักทอปัญญาให้เกิดขึ้น โดยการมองหาโอกาสที่มีทุกลมหายใจ โดยหาคุณค่าให้เจอ”
รับประทานอาหารว่างหลังจากนั้นมาเริ่มการประชุมในเรื่องเทคนิคการหา Reference และการสืบค้น Review Literature โดยอาจารย์กุญธร เทพมงคล จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มาให้ความรู้ในการค้นหา Reference และมีพี่นก บุษกร จากรพ.พนัสนิคม มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วย

อาจารย์เริ่มจากการกล่าวถึงความสำคัญของการ review literature และข้อควรระวัง โดยการ “แกะรอยเท้าทางเดินเก่า” ที่ “น่าเชื่อถือที่สุด”และมีคำตอบไว้แล้ว (literature review) เพื่อไม่ให้เดินซ้ำ โดยการกลับมาทบทวนตนเองว่าเรามาจากไหน จะไปไหนต่อ ด้วย ลำดับแรกเป็นการตั้ง research question ว่าเกิดปัญหาอะไร เรารู้สึกอย่างไร หรือผู้ป่วยรู้สึกอย่างไร แล้วไปกำหนด Methodology และ review literature โดยถ้าเรามีคำถามการวิจัยคร่าวๆ เราจะค้นหาคำถามหรือการเหลาคำถามให้คมขึ้น ดีขึ้นโดยการค้นหาได้ตรงประเด็นมากขึ้น เพื่อเป็นการสนับสนุนคำถามวิจัยนั้นๆ อาจารย์แนะนำช่องทางในการสืบค้น เช่น จาก
- www.PUBMED.com โดยแนะนำว่าการค้นหาที่ดี ให้ใส่เฉพาะคำที่ต้องการที่ clinical queries แล้ว key คำที่ต้องการ โดย key word มาจากคำถามการวิจัย ในเรื่องกลุ่มประชากร การรักษาหรือการศึกษาที่ต้องการเปรียบเทียบ
- SCOPUS เป็น online ของมหาวิทยาลัย ข้อดีคือมี database ต่างหาก นอกจากของอเมริกาแล้วยังมีของยุโรปด้วย รวมถึงจีนด้วย มี template มากกว่า
- Search MeSH ดู key word แล้วใส่ชื่อว่าอะไร แนะนำให้ไปดูที่ search detail แนะนำวิธีการ Save abstract ไปอ่าน
- Supersearch
- Tripdatabase.com
- CINAHL เป็นงานของพยาบาล
- Health-evidence-ca เป็นของแคนาดา เป็นงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ
- จพสท ออนไลน์
- สำนักวิชาการสาธารณสุข
- วิทยานิพนธ์มหิดล online free
- Thai LIS Digital
- สกว.
- Thai Medical Index
หลังจากทบทวนแล้ว ก็ให้เขียนบทนำงานวิจัย ชี้ให้เห็นความสำคัญของการเขียนบทนำว่ามีส่วนสำคัญให้มีคนติดตามเนื้องานวิจัย ผู้บริหารหรือผู้ที่จะให้ทุนเกิดความสนใจ
อาจารย์แนะนำการเขียนในลักษณะแบ่งเป็น 3 paragraph คือ ในส่วนที่ 1 ให้กล่าวถึงความสำคัญอย่างไรของปัญหา ส่วนที่ 2 เป็น specific problem ปัญหาที่เราต้องมาทำวิจัยมีความสำคัญ เราทำอย่างไร มีการแก้ไขแล้วยังมีปัญหาอยู่ และส่วนที่ 3 แสดงให้เห็นว่างานชิ้นนี้สามารถแก้ปัญหาได้อย่างไร หลุดพ้นจากปัญหานั้นได้อย่างไร หรือแบบ แบ่งออกเป็น 2 paragraph ได้แก่ ส่วนแรกเป็น background และส่วนที่สองเป็นจุดประสงค์ของการทำงานชิ้นนี้
อาจารย์แนะนำข้อพึงระวังจากการ review literature หรือ error ของการ review และการคัดลอก (Plagiarism)

ช่วงท้ายของการประชุมในครึ่งวันแรก พี่นก บุษกร มาร่วมแลกเปลี่ยนโดยการเล่าประสบการณ์การเป็นคุณอำนวยของตนเอง พี่นกทำด้วยใจ ไม่เบื่อหรือท้อ มีความพยายามในการช่วยนักวิจัยในการสืบค้นข้อมูลและพบปัญหาคือ key word ไม่ตรงและข้อมูลที่ค้นหามาได้มีมากเกินไปไม่ทราบว่าจะนำข้อมูลส่วนไหนมาใช้ การดาวน์โหลดข้อมูลหรือความรู้เกี่ยวกับการใช้โปรแกรมต่างๆก็ได้รับการแนะนำและเรียนรู้ด้วยกัน ต้องมีพรหมวิหาร 4 มีความพยายามในการเรียนรู้ ทั้งจากผู้ร่วมงาน พี่ น้อง เพื่อน หรือแม้แต่ลูกที่อยู่ชั้น ประถม 6 ที่เรียนรู้การใช้เทคโนโลยีมากกว่าผู้ใหญ่ และการเข้า web ของ r2r สืบค้นจากเรื่องเล่าใน goto know ซึ่งการทบทวนวรรณกรรมทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคนในหน่วยงานก็สามารถช่วยได้ รู้สึกยินดีที่ได้มาประชุมรับความรู้ขั้นเทพจากอาจารย์กุญธรในการสืนค้นข้อมูล
“การทบทวน ทำให้เกิดการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนกันในทีม เพื่อนกัน พี่กัน ไม่เก่งกว่ากัน ใช้บุคลากรร่วมกัน ช่วยกัน เพื่อนำพาไปสู่ความสำเร็จในการทำงาน”

วันเพ็ญ สุขส่ง
28 กันยายน 2553
โรงพยาบาลสมเด็จฯ ณศรีราชา