ขอบคุณกรณีศึกษาวัยรุ่นที่ผู้ปกครองแนะนำมาให้ตรวจประเมินการฟื้นสภาพของมือหลังต่อกระดูกแขนใกล้ศอก เนื่องจากอุบัติเหตุจนกระดูกศอกหลุด เข้าเฝือก 3 สัปดาห์ และถอดเฝือก 3 สัปดาห์ กระดูกติดกันไม่สนิท มีช่องไม่เกิน 1 ซม. ยังคงคว่ำหงายติดขัดและหยิบจับลำบาก

กรณีศึกษารู้สึกสงสัยว่า "ทำไมถอดเฝือกแล้ว มือขวายังใช้งานไม่ได้"

ผมจึงตรวจประเมินและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พบว่า กระดูดติดกันไม่สนิท เหลือช่องห่างไม่ถึง 1 ซม. มีอาการชาบริเวณนิ้วโป้งและนิ้วชี้ รับรู้อุณหภูมิน้ำอุ่นได้ไวและแรงในข้างขวามากกว่าข้างซ้าย ไม่มีแรงแยกนิ้วโป้งกับนิ้วอื่นๆ ไม่มีแรงตั้งฉากและเหยียดมือในแนวตั้ง (เกรดกล้ามเนื้อ 2 จาก 5) จับปากกาเขียนหนังสือได้ แต่ใช้แรงจากนิ้วโป้งหุบมาที่นิ้วชี้มากเกินไป หยิบจับสลับกับปล่อยลูกเทนนิสไม่คล่องในท่าคว่ำมือและขยับข้อมือบนโต๊ะ

ผมเสียดายเวลาที่กรณีศึกษาท่านนี้ควรได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพมือแบบสหวิชาชีพมากกว่านี้ ทั้งๆ ที่เป็น รพ.เอกชน ที่มีชื่อเสียง ไม่ได้ส่งปรึกษานักกิจกรรมบำบัดมาก่อน แต่ปรึกษานักกายภาพบำบัดเรื่อง กระตุ้นไฟฟ้าที่กล้ามเนื้อมือที่อ่อนแรง ขยับข้อต่อที่ข้อศอก ทำมา 3 อาทิตย์ ก็ดีขึ้นเพียง 10% จาก 0% (ช่วงเข้าเฝือก)

 หลังจากตรวจประเมินอย่างละเอียดนาน 30 นาที ก็พบว่า กรณีศึกษารู้สึกว่า ได้ออกแรงกล้ามเนื้อภายในมือมากขึ้น ผมอธิบายให้ติดตามผลความก้าวหน้าภายใน 3-6 อาทิตย์ หลังจากใช้เครื่องมือและกระบวนการทางกายภาพบำบัดตามที่แพทย์แนะนำและฝึกวิธีการทางกิจกรรมบำบัดที่ผมสาธิตและให้กรณีศึกษาลองทำท่าทางจำนวน 4 ท่าให้ผมดูตามโปรแกรมกิจกรรมบำบัดง่ายๆ และเน้นฝึกด้วยตนเองที่บ้านและที่ใดๆ ท่าละ 5-10 ครั้งต่อมื้อ - เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน หากมีอาการเมื่อยล้า ก็ให้พัก 30-60 นาที แล้วค่อยเพิ่มการทำงานของกล้ามเนื้อภายในมือข้างอ่อนแรงด้วยมือข้างที่ดี

โปรแกรมกิจกรรมบำบัดง่ายๆ ได้แก่

1. ใช้ปลายทู่ปากกากดตรงจุดโคนนิ้วโป้งข้างขวา แล้วลูบสัมผัสบริเวณใกล้เคียงว่ามีอาการชาปลายประสาทที่ฟื้นตัวขึ้นนั้นลดลงหรือไม่ ถ้าไม่ลดลง ก็ให้กดลึกลงไปเพื่อลดความไวของอาการชาที่ปลายประสาท ให้ถูมือสองข้างเร็วๆ จนเกิดความอุ่นบนฝ่ามือเพื่อลดความไวของอาการชาที่ปลายประสาท และจับแก้วน้ำอุ่นด้วยมือสองข้างเทียบความรู้สึกสัมผัสอุณหภูมิเพื่อให้ปลายประสาทเรียนรู้ใกล้เคียงกันทั้งมือซ้ายและขวา ทำได้บ่อยครั้ง แต่ไม่ควรทำมากกว่า 3 รอบต่อครั้ง เพราะอาจให้เส้นประสาทช้ำได้

2. จับปากกาด้วยนิ้วโป้งหุบเข้าติดนิ้วชี้เขียนชื่อตามรูปแบบการหยิบจับที่เคยชิน สลับกับจับปากกาด้วยนิ้วโป้งกางเล็กน้อยดันให้นิ้วชี้ กลาง นาง ก้อย หุบประคองปากกาเขียนชื่อ ทำได้บ่อยครั้งต่อวัน

3. การคว่ำมือหยิบจับลูกเทนนิสสลับกับเหยียดนิ้วมือปล่อยไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ทำรอบละ 5-10 ครั้ง ต่อวันๆ ละอย่างน้อย 4 รอบ โดยไม่ใช้มือข้างดีช่วย

4. การคว่ำมือแล้วพยายามเหยียดนิ้วทั้งห้าบนลูกเทนนิส แล้วใช้มือข้างดีจับเหยียดต้านแรงในขณะที่กดสันฝ่ามือลงบนลูกเทนนิส เกร็งข้างนับในใจ 1-5 แล้วผ่อนคลาย ทำรอบละ 5-10 ครั้งต่อวันๆ ละอย่างน้อย 4 รอบ

5. การตั้งฝ่ามือบนโต๊ะ ให้นิ้วโป้งตั้งขึ้น แล้วงอนิ้วชี้ กลาง นาง ก้อย พร้อมกันให้ตั้งฉากกับข้อมือแล้วเหยียดออกไปพร้อมกันทั้งสี่นิ้วเหมือนท่าตั้งต้น ทำรอบละ 5-10 ครั้ง ต่อวันๆ ละอย่างน้อย 4 รอบ โดยใช้มือข้างดีช่วย

จริงๆ แล้วควรมีการทำอุปกรณ์ดามมือในรูปแบบไม่ให้ข้อมือตก และจัดท่าทางให้พร้อมในการใช้งานของมือ และถ้าเป็นระบบมากกว่านี้ ก็อาจมีการประดิษฐ์อุปกรณ์ดามมือที่มีการใช้แรงลวดสปริงหรือยางช่วยเพิ่มระบบการเหยียดงอของนิ้วมือมากกว่านี้

ผมจึงรอติดตามผลอีกหนึ่งอาทิตย์ครับ