ถือได้ว่าตอนนี้เป็นช่วงที่ฝุ่นตลบมากที่สุดช่วงหนึ่งของอุตสาหกรรม โทรคมนาคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิ่งที่จุติ ไกรฤกษ์ รมว.ไอซีที ประสานมือกับกรณ์ จาติกวนิช รมว.คลัง หวังที่จะสะสางปัญหาที่หมักหมมมานานไม่ว่าจะเป็นเรื่องสัญญาดาวเทียมไทยคม และสัญญาร่วมการงานโทรศัพท์มือถือ
ช่างสวนทางกับถ้อยแถลงที่รมว.ไอซีทียอมรับว่าน่าจะนั่งในตำแหน่งใน ระยะสั้นเพียง 4 เดือน แต่นโยบายด้านโทรคมนาคมอาจทำ 4 ปีก็ยังไม่บรรลุผล เพราะทุกโซลูชั่นของทางออก ไม่ใช่แค่อาศัยมติครม.แล้วจะทำทุกอย่างได้สมใจนึก หากเอกชนไม่ยอม และพิสูจน์ได้ชัดแล้วว่า เอกชนแม่นยำในข้อกฎหมายมากกว่าหน่วยงานรัฐแค่ไหน เท่าที่รับรู้ในประวัติศาสตร์ หน่วยงานรัฐไม่ว่าจะเป็นทีโอทีหรือกสท หากต้องเดินเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ แล้ว รัฐมักเป็นฝ่ายแพ้ทั้งสิ้น
ในขณะที่ตัวแปรในสมการรัฐ มีมากมายและยากที่จะควบคุมได้ เส้นตายการประมูล 3G ถูกกำหนดไว้ชัดเจนด้วยน้ำมือกทช. ความคลุมเครือที่เกิดขึ้นกลายเป็นช่องว่างและโอกาสของผู้ที่ต้องการฉกฉวยผล ประโยชน์
แผนปล้นชาติ ปล้นความถี่ จึงเกิดขึ้นอย่างแยบยล
มีเสียงลือสะพัดว่าในวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมาบอร์ด กสท ที่มีนายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ เป็นประธานจะพิจารณาเร่งผลักดันให้ดีแทคและทรูมูฟ เปิดให้บริการ 3G HSPA เชิงพาณิชย์บนความถี่ 850 MHzบนสัญญาสัมปทานเดิม โดยไม่ต้องรอผ่านคณะกรรมการมาตรา 22 กรณีดีแทค และคณะกรรมการมาตรา 13 ของทรูมูฟตามพ.ร.บ.ร่วมทุนปี 2535เพราะทรูมูฟไม่ได้รับสัมปทานบนคลื่นความถี่ 850 Mhz
การดำเนินการดังกล่าวกสทอ้างว่าที่ผ่านมากฤษฎีกาได้ตีความแล้วว่า กสท สามารถเปิดให้เอกชนดำเนินการในเชิงพาณิชย์ได้ หากบอร์ดกล้าพอที่จะอนุมัติ
แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครเห็นหนังสือความเห็นของกฤษฎีกายืนยันว่า กสท สามารถอนุญาตในส่วนใดได้บ้าง
รวมทั้งยังอ้างด้วยว่าที่ผ่านมา กสท ได้ถามเรื่องนี้ไปยังกทช. และได้รับคำตอบมานานแล้วว่า กสท สามารถอนุญาตให้เอกชนดำเนินการได้ทันที เพียงแต่ที่ผ่านมาบอร์ดกสทชุดก่อนๆไม่มีใครกล้าเดินหน้าอนุมัติเพราะยังเกรง ว่าหากเปิดให้บริการไปแล้วอาจเกิดปัญหาทางข้อกฎหมายตามมาภายหลัง
กสท ยังอ้างว่าการต้องรีบอนุมัติให้ดีแทค และทรูมูฟ สามารถให้บริการเชิงพาณิชย์ 3G HSPA บนความถี่ 850 MHz เป็นเพราะต้องการจูงใจให้โอเปเรเตอร์ทั้งสองอยู่กับ กสท ต่อไป เพราะ กสท ก็จะได้ส่วนแบ่งรายได้จากสัญญาสัมปทานและยังได้โครงข่ายภายใต้สัมปทานที่ ต้องโอนเข้ารัฐตามสัญญาBTO(สร้างแล้วโอนให้รัฐ) ก็ยังงอกงามเพิ่มมากขึ้นจากการอัพเกรดระบบ 2G ไปเป็น 3G ด้วย เทคโนโลยี HSPA แทนการที่จะหนีไปขอใบอนุญาตใหม่จาก กทช.แล้วทิ้งไว้เพียงซากโครงข่ายให้ดูต่างหน้า ส่วนลูกค้าก็หายหมดเพราะจะถูกโอนย้ายไปบนใบอนุญาตใหม่ และ กสท ก็ไม่มีปัญญาบริหารต่อให้ดีเท่าเอกชน
ในประเด็นดีแทค อาจมีความเหมาะสมและเป็นไปได้ เพราะตามสัญญาสัมปทานเดิม ดีแทคมีสิทธิ์ใช้คลื่นย่าน 850 MHz อยู่แล้ว ในขณะที่สัญญาสัมปทานของทรูมูฟ ได้สิทธิ์ใช้คลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz เท่านั้น
หากทรูมูฟสามารถให้บริการ 850 MHz ด้วย 3G HSPA ก็เหมือนได้สัมปทานใหม่ เทคโนโลยีใหม่ ในขณะที่ไม่ได้มีการเจรจาเรื่องผลประโยชน์แต่อย่างใด เพราะยังไม่ได้ผ่านคณะกรรมการมาตรา 13 ที่จะเข้ามาเจรจาต่อรอง เพราะหากย้อนประวัติศาสตร์สัมปทานของทรูมูฟ เกิดจากการเซ็งลี้ความถี่หรือเป็นซับ-สัมปทานจากดีแทค ที่กสทตอนนั้นไม่ได้รับประโยชน์ในรูปเม็ดเงินแต่อย่างใด
ในขณะที่ความถี่ 850 MHz ปัจจุบันถือว่ามีค่ายิ่งกว่า 2.1 GHz ที่กทช.กำลังจะประมูล 3G ด้วยซ้ำ
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ที่รับผิดชอบดูแลเรื่องการออกใบอนุญาต3Gให้ความเห็นเกี่ยวกับมูลค่ามหาศาล ของคลื่น800-900 MHzไว้อย่างน่าสนใจว่า จากสถิติการประมูลคลื่นในทวีปยุโรป โดยเฉพาะกรณีล่าสุดที่ประเทศเยอรมัน มูลค่าคลื่นความถี่ดังกล่าวถูกเคาะออกมาเป็นมูลค่าสูงกว่าคลื่น2.1GHzที่ กทช.จะประมูลเพื่อให้บริการ3Gในเดือนก.ย.นี้ถึง4-5เท่า อีกทั้งคลื่นดังกล่าวยังเป็นคลื่นอนาคตสำหรับประเทศไทยในอีก4-5ปีข้างหน้า เพื่อนำมาพัฒนาให้บริการLTEหรือ ระบบ4Gต่อยอดบริการ3Gในอนาคต
'หาก เอกชนสามารถให้บริการ3Gพร้อมกับการให้บริการภายใต้สัญญาสัมปทานเดิม ด้วยคลื่น800 MHzวันนี้เขาอาจจะให้บริการ3Gพร้อมกับลงทุน LTEควบคู่กันไป แล้วเขาจะกลายเป็นผู้ให้บริการที่ไม่มีใครเทียบรัศมีได้'
ในมุมมองของนักวิชาการอย่างดร.อนุภาพ ถิรลาภ ระบุว่า กสทไม่มีอำนาจที่จะยกคลื่น850 MHzที่มีอยู่ไปให้เอกชนใช้ได้ตามอำเภอใจ เพราะคลื่นความถี่ดังกล่าวก็มีสิทธิใช้ เฉพาะในกรอบที่ได้รับอนุญาตให้บริการแบบอนาล็อกเท่านั้น ไม่มีสิทธิจะนำมาอัพเกรดให้บริการ3GแบบHSPAซึ่งเป็นระบบดิจิตอลและยังให้ บริการในรูปแบบบรอดคาสติ้งหรือการแพร่ภาพกระจายเสียงได้อีกด้วย
นอกจากนี้ยังไม่พบว่ามีกฎหมายข้อไหนอนุญาตให้กสทเอาคลื่นความถี่ 850 MHzไปยกให้ใครก็ได้ เพราะคลื่นดังกล่าวเมื่อมี กสทช.(คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่ง ชาติ ตามพรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นฯฉบับใหม่) ก็ต้องคืนคลื่นความถี่กลับไปให้กสทช.จัดสรรใหม่ทั้งหมดตามกฎหมาย
แต่ หากกสท ยังดันทุรังดำเนินการต่อและเอกชนก็เล่นด้วย เอกชนก็ต้องยอมแบกรับความเสี่ยง เพราะหากลงทุนไปแล้วสุดท้ายไม่สามารถเปิดให้บริการได้เพราะผิดกฎหมายถึงเวลา นั้นใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ กสทจะยอมคืนเงินให้เอกชนหรือไม่ และสิ่งที่กสททำยังดูขัดแย้งกับนโยบายของรัฐบาลที่พยายามผลักดันยกเลิก สัมปทานเป็นใบอนุญาต แต่กสทกับพยายามผลักดันให้เอกชนอยู่ภายใต้สัมปทานเดิมที่สำคัญกสท เป็นหน่วยงานรัฐไม่ควรทำผิดกฎหมายเสียเอง ส่วนกรณีที่กสทอ้างว่ากฤษฎีกาให้ความเห็นว่า กสท ทำได้ ที่ผ่านมาก็มีบทเรียนให้เห็นอยู่บ่อยครั้งว่ากฤษฎีกาไม่ได้ให้ความเห็นที่ ถูกเสมอไป
กรณีทรูมูฟ หากบอร์ดกสทไม่พิจารณารอบคอบและรอบด้านเพียงพอ อาจเกิดเหตุการณ์ค่าโง่ประวัติศาสตร์ซ้ำซากอีก เพราะหากเทียบเคียงกับราคาการประมูลความถี่ 2.1 GHz เพื่อให้บริการ 3Gของกทช.ที่เริ่มต้นที่ 12,800 ล้านบาทต่อ 1 ใบอนุญาต หากราคาประมูลอยู่ระหว่าง 1.5 หมื่น - 2 หมื่นล้านบาท ก็หมายความว่าถ้าเป็นความถี่ 850 MHz จะมีมูลค่าสูงกว่า 4-5 เท่า หรืออย่างน้อย 6 หมื่นล้านถึง1แสนล้านบาท
รัฐกำลังเสียหาย หากบอร์ดกสท อนุมัติยกความถี่ที่มูลค่าไม่น้อยกว่า 6 หมื่นล้านถึง1แสนล้านบาทให้เอกชนแบบฟรีๆเพียงเพราะอาจแลกกับอามิสสินจ้างที่ มองไม่เห็นเล็กน้อย !!!
จับตาแผนปล้นชาติ ปล้นความถี่ !!
จับตาแผนปล้นชาติ ปล้นความถี่ !!
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ขนิษฐา · 29 ก.ย. 2553
ninuma artprom · 29 ก.ย. 2553
anchaya · 29 ก.ย. 2553
ขนิษฐา · 29 ก.ย. 2553
ครูปอง · 29 ก.ย. 2553
พ.แจ่มจำรัส · 29 ก.ย. 2553