ข่าวของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กระทบกับเกษตรกร
ต้องขอใช้คำว่า มี "งานเข้าเลย"ค่ะ 
 
เมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา คงได้ยินข่าวกันว่า 
 

สคบ.จับมือกทม.เตือนผลไม้รถเข็นสุดเสี่ยงพบเชื้อแบคทีเรียโคลิฟอร์มเกินค่ามาตรฐาน 67.3%ฝรั่งดองบ๊วยอันตราย สุด

 

ต้องขอยอมรับเลยว่าครั้งแรกที่ได้ยินข่าวนี้ไม่ได้สนใจอะไรมาก คิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว อาจจะเป็นเพราะคิดว่าเราไม่ได้กินผลไม้รถเข็นบ่อย ๆ และแล้วเมื่อวานนี้เรื่องนี้มันก็เข้ามาเป็นเรื่องใกล้ตัว แบบสร้างปัญหาซะด้วย ไม่ได้เป็นปัญหาในด้านของผู้บริโภค หรือว่าของพ่อค้าแม่ค้าผลไม้รถเข็นแค่นั้นนะคะ แต่เป็นปัญหาของเกษตรกรและเกษตรตำบลอย่างเราซะด้วย
 
เนื่องจากเมื่อวานนี้มีเกษตรกรที่ปลูกฝรั่งได้โทรมาคุยเชิงตัดพ้อ ว่าทำยังไงดี ขายฝรั่งไม่ได้แล้ว นาก็โดนเพลี้ย ฝรั่งก็ขายไม่ได้ ขายได้ก็ถูกจนไม่อยากจะเก็บ ก็ยังไม่เข้าใจนัก เลยถามกลับไปว่าทำไม เขาก็ถามว่าไม่ได้ยินข่าวเหรอ เราก็ยังง ??? ว่าข่าวอะไรนะ ทำไมไม่รู้เรื่องเลยน้อ
 
ปรากฎว่าข่าวเรื่องผลไม้รถเข็น ฝรั่งแช่บ๊วยนี่ล่ะค่ะ ปัญหา
 
เพราะว่าเขาขายฝรั่งสดให้กับโรงงานทำฝรั่งแช่บ๊วย และทำฝรั่งแช่บ๊วยขายเองกันค่ะ ตามที่เคยเสนอไปแล้วค่ะ   http://gotoknow.org/blog/mottanoi/174782
 
  พี่เขาบอกว่าพอมีข่าวนี้ออกมาทำให้ฝรั่งแช่บ๊วยขายไม่ได้ โรงงานก็ไม่รับซื้อฝรั่งสดจากเกษตรกร หรือรับซื้อในราคาที่ถูกมาก  ปกติช่วงนี้ฝรั่งจะกิโลกรัมละ 10 บาท จากสวนนะคะ แต่ช่วงนี้ขายได้กิโลกรัมละ 3-5 บาทค่ะ ซึ่งไม่คุ้มกับการลงทุนเลย ขายฝรั่งสดก็ขายไม่ดี ราคาถูกกว่าขายไปทำฝรั่งแช่บ๊วย งานนี้ไม่รู้ว่าโรงงาน/พ่อค้าคนกลางถือโอกาสเอาเรื่องนี้มากดราคา  หรือว่าฝรั่งขายไม่ได้จริงๆกันแน่
 
ถามว่าสำนักงานเกษตรจะช่วยเกษตรกรอย่างไร? พอเจอคำถามนี้ อึ้งค่ะ ไปไม่เป็นเลย
ได้แต่แนะนำไปว่าใจเย็นๆก่อนนะพี่ เราคงต้องมารวมกลุ่มกัน เอาใบรับรองหรือที่เรียกกันว่าใบ Q ที่ได้รับมาใช้ประโยชน์กัน แต่ก็ยังไม่รู้จะไปต่อยังไงดี
ช่วยคิดทีสิคะ
 
 
MoTtAnOi 29/09/53