เทคนิคการเขียนรายงานวิจัย (ตอนที่ 1)
การเขียนรายงานวิจัยเป็นภารกิจสำคัญอีกประการหนึ่งของนักวิจัย นอกจากจะมีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการทำวิจัยแล้ว การเขียนรายงานวิจัยต้องมีความถูกต้องด้วย ผู้เขียนได้เคยนำเสนอหลักการเขียนรายงานวิจัยมาบ้างแล้ว ครั้งนี้เราลองมาดูเทคนิคง่ายๆ สำหรับการเขียนรายงานวิจัยในประเด็นต่างๆ ดังนี้ค่ะ
การเขียนชื่อเรื่องงานวิจัย
1. ต้องกะทัดรัด มีความชัดเจนในตัวเอง
2. ชี้ให้เห็นลักษณะของตัวแปร กลุ่มตัวอย่าง และขอบเขตของการวิจัย
3. ภาษาที่ใช้ต้องเป็นภาษาที่เชื่อถือได้ในวิชาชีพนั้น ๆ
4. ป็นประโยคที่สมบูรณ์ ข้อความ หรือวลีก็ได้
การเขียนความเป็นมาและความสำคัญของการวิจัย
- แนวในการเขียนแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ
1.1 เริ่มจากจากสภาพปัจจุบันของสิ่งที่จะวิจัย
1.2 ปัญหาที่เกิดขึ้นสำหรับสิ่งที่จะวิจัย
1.3 แนวทาง หรือ หลักการที่จะแก้ปัญหานั้น
2. ตรงประเด็น และชี้ให้เห็นความสำคัญของสิ่งที่จะวิจัย ไม่ควรเขียนเยิ่นเย้อ และนอกเรื่อง เพราะจะทำให้ผู้อ่านไขว้เขวได้
3. มีข้อมูลอ้างอิง เพื่อความน่าเชื่อถือ การมีข้อมูลอ้างอิงจะทำให้งานวิจัยมีคุณค่า และบางครั้งทำให้การเขียนมีความสละสลวย มีเหตุมีผล
4. มีความต่อเนื่องกัน ในแต่ละย่อหน้าผู้เขียนต้องเขียนให้ต่อเนื่องกัน ห้ามเขียนวกไปวนมา โดยต้องยึดหลักการเขียนตามข้อ 1
5. สรุปเหตุผลที่ผู้วิจัยจะศึกษา ในส่วนสุดท้ายของความเป็นมาและความสำคัญของการวิจัย
การเขียนวัตถุประสงค์ของการวิจัย
1. สอดคล้อง/สัมพันธ์ กับชื่อเรื่องการวิจัย
2. ระบุอย่างชัดเจนว่าต้องการศึกษาอะไร กับใคร ที่ไหน
3. ถ้าเรื่องที่วิจัยเกี่ยวข้องกับตัวแปรหลาย ๆ ตัว ควรเขียนแยกเป็นข้อ ๆ
4. ภาษาที่ใช้ต้องเข้าใจง่าย และแจ่มชัดในตัวเอง
5. สามารถเก็บข้อมูลได้ ประเด็นนี้สำคัญมาก เพราะถ้าเขียนแล้ว ผู้วิจัยไม่รู้ หรือไม่สามารถที่จะเก็บข้อมูลได้ จะทำให้การวิจัยประสบความล้มเหลวได้
การเขียนสมมุติฐานการวิจัย
สมมุติฐานการวิจัย (Research hypothesis) เป็นการคาดคะเนผลของการวิจัยไว้ล่วงหน้า โดยใช้ข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง เพื่ออ้างอิงไปยังประชากร การกำหนด/เขียนสมมุติฐานการวิจัย ควรเขียนหลังจากที่ผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยเรียบร้อย เพราะจะทำให้ผู้วิจัยมีเหตุผลในการกำหนดสมมุติฐาน
1. หลักการกำหนดและทดสอบสมมุติฐาน
1.1 มีข้อมูลพอเพียงเกี่ยวกับตัวแปร และ ความสัมพันธ์ของตัวแปร จากเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
1.2 มีการสุ่มกลุ่มตัวอย่าง (Samples , not populations, are used.)
1.3 ผู้วิจัยต้องการจะใช้วิธีการ การทดสอบสมมุติฐาน
2. หลักการเขียนสมมุติฐานการวิจัย
2.1 งานวิจัยจะมีสมมุติฐานการวิจัย เมื่อวัตถุประสงค์การวิจัยเป็นการเปรียบเทียบหรือมีลักษณะเป็นการเปรียบเทียบ
2.2 ต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการวิจัย
2.3 สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่รู้กันทั่วไป หรือ มีทฤษฎี งานวิจัยรองรับ
2.4 ถ้ามีข้อมูลสนับสนุนพอเพียง ให้ตั้งสมมุติฐานว่า “สูงกว่า/น้อยกว่า” ในทางตรงกันข้าม ถ้ามีข้อมูลสนับสนุนน้อย หรือไม่มีข้อมูลสนับสนุน ให้ตั้งสมมุติฐานว่า “แตกต่างกัน”
2.5 ใช้คำที่เข้าใจง่าย ชัดเจน เป็นข้อความที่คนทั่วไปเข้าใจได้ตรงกัน
อ้างอิง
รัตนะ บัวสนธ์. (2551). ปรัชญาวิจัย (Philosophy of Research). กรุงเทพฯ. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.