จากการบูรณาการของหน่วยงานทำให้ผู้เขียนได้ข้อมูลที่น่าสนใจของคุณพรทิพย์ เมืองมาน้อย มาเล่าในแบบของพัฒนาชุมชน เพราะบังเอิญบุคคลเป้าหมายเราเป็นคนคนเดียวกันคือลุงเคี่ยน ริเป็ก ที่เป็นเครื่อข่ายการเลี้ยงสัตว์ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ตามเนื้อเรื่องเชิญติดตามเลยครับ

เนื้อเรื่อง: เป็นการเล่าเรื่องถึง ความเป็นมาเหตุการณ์ และวิธีการปฏิบัติงานในเรื่องนั้นๆ อย่างไรบ้าง สะท้อนการทำงานของเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน ในการปฏิบัติงานร่วมกับชุมชน โดยย่อ

พ่ออุ้ยเคี่ยนลิเป็กเกิดเมื่อวันที่15มิถุนายน2483ปัจจุบันอายุ70ปี อยู่บ้านเลขที่25หมู่ที่5บ้านสันไทรงามตำบลดงมหาวันอำเภอเวียงเชียงรุ้งอาศัยอยู่กับภรรยามีอาชีพทำนาปัจจุบันไม่สามารถทำนาได้เพราะร่างการชรา จึงให้คนในหมู่บ้านทำนารับจ้างพ่ออุ้ยเคี่ยนเป็นคนที่มีภูมิปัญญาด้านการจักสานเครื่องใช้ในครัวเรือนทุกชนิด ซึ่งได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ ทุกวันนี่พ่ออุ้ยจะสาน กระบุง ตระกล้า สุ่มไก่ ทำกระบวย ไม้กวาด ฯลฯ เพื่อใช้ในคร้วเรือนและขายภายในหมู่บ้านพ่ออุ้ยเคี่ยนยังปลูกพืชผักสวนครัวเอาไว้บริโภคเอง เป็นการลดค่าใช้จ่ายและได้ทานผักที่ปลอดสารพิษ นอกจากนั้นพ่ออุ้ยเคี่ยนยังเลี้ยงไก่พันธุ์พื้นเมืองขายภายในหมู่บ้านเป็นรายได้เสริม รายได้ประมาณเดือนละ 1,000 2,000 บาท ระยะแรกพ่ออุ้ยเคี่ยนเลี้ยงไก่ไม่กี่ตัว แต่พอนานเข้า ไก่ออกลูกเพิ่มมากขึ้น และไปทำลายผักสวนครัว อุ้ยเคี่ยนเลยหาวิธีเลี้ยงไก่ไว้ในกรงเหมือน นก เหมือนสุนัข โดยการเอาไม้ไผ่มาสานขัดแตะธรรมดา ขนาด ประมาณ60 X 80ซม. แล้วนำมาประกอบกันเป็นกรงทั้งสี่ด้าน พื้นกรงก็สานให้ถี่หน่อย ทำประตูสำหรับใส่อาหาร ใส่น้ำไว้ช่องหนึ่ง กรงหนึ่งสามารถใส่ลูกไก่ประมาณ10ตัว พอไก่โตก็สามารถขนายใส่กรงอื่นต่อไป ขนาดกรงก็อาจะจะเพิ่มขนาดก็ได้ แต่สำหรับพ่ออุ้ยร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงก็เอาขนาดพอดี พอยกไหว และสามารถใช้พื้นที่ไม่มากนัก และง่ายต่อการดูแลรักษา 

 

อุ้ยเคี่ยนยังสามารถเอาหญ้า และผักกระถินที่อยู่ในสวนเป็นอาหารของไก่พ่ออุ้ยได้เป็นอย่างดี ทำให้ไก่โตเร็ว และเป็นไก่ที่สะอาด ไม่ต้องลงไปเขี่ยดินไม่ติดเชื้อ และไม่เสี่ยงต่อการเป็นโรค

บันทึกขุมความรู้(Knowledge Assets): นำเหตุการณ์ ประเด็น สำคัญในเนื้อเรื่องมาถอดเป็นขุมความรู้ 

พ่ออุ้ยเคียนได้ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตความพอประมาณคือเลี้ยงไว้บริโภคภายในครัวเรือน ที่เหลือก็ขายในหมู่บ้านความมีเหตุผล เนื่องจากพ่ออุ้ยเคียนเป็นครอบครัวที่อยู่ในชนบทวิถีของการบริโภคก็จะทานอาหารพื้นเมืองที่ผลิตเองในครัวเรือนการมีภูมิคุ้มกัน สามารถมีแหล่งอาหารปลอดภัย ไว้บริโภคในครอบครัวได้ตลอดเวลาเหมือน7 eleven ในครัวเรือนบนเงื่อนไขของความรู้ /คุณธรรม 

1.ความรู้ด้านภูมิปัญญาการจักสาน 

2.ความรู้เรื่องการหาอาหารพื้นบ้านสำหรับไก่ เช่น ปลูกหญ้า ปลูกกระถิน ใช้ลำเข้าที่ได้จากการสีข้าว 

3.ความรู้เรื่องการเลี้ยงไก่พื้นเมือง พ่ออุ้ยมีความรู้จากประสบการณ์ว่า ในฤดูฝนจะไม่ให้ไก่ฟักไข่เป็นตัว ช่วงเดือน สิงหาคม -กันยายนเนื่องจากเลี้ยงต่อการติดโรค

4.มีรายได้เสริมจากการขายในท้องถิ่น 

แก่นความรู้(Core Competency) : นำขุมความรู้มาสกัดเป็นแก่นความรู้

ถึงพ่ออุ้ยเคี่ยนจะอายุ70 ปีแต่ก็ยังสามารถดำรงชีพได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องเป็นภาระของลูกหลาน ดำรงชีวิตแบบพอเพียง

กลยุทธ์ในการทำงาน: นำแก่นความรู้มากำหนดเป็นกลยุทธ์ในการทำงาน

อุ้ยเคียนนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต โดยยึดหลักการปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวัน

กฎระเบียบ/แนวคิด/ทฤษฏีที่เกี่ยวข้อง

1.ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

2.หลักการจัดการความรู้(KM = Knowledge Management) ในฐานะบทบาทพัฒนากร ต้องสวมบทบาทคุณเอื้อ

3. ทฤษฎีการจัดการความรู้(KM) มาสู่การปฏิบัติให้เกิดประโยชน์แก่การปฏิบัติจริง

ชื่อผู้บันทึกความรู้

นางพรทิพย์เมืองมาน้อยนักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเวียงเชียงรุ้งจังหวัดเชียงรายTel.0-5395-3500

คลิกดูภาพประกอบกิจกรรมของลุงเคี่ยน เพิ่มอีกครับ