ใช้เชื้อราบิวเวอร์เรียร่วมกับเชื้อราเมธาไรเซียม ตามสัดส่วนที่เหมาะสมในอัตรา 500 กรัม ผสมกับสารสกัดสะเดา ซึ่งออกฤทธิ์ยับยั้งการกัดกินทำลายของหนอน แมลงในอัตรา 200 ซีซี.ต่อน้ำเปล่า 200 ลิตร ทุกๆ 3 - 5 วัน/ครั้ง (รุนแรง) หากควบคุมการระบาดนั้นให้เว้นระยะห่าง 20 วัน/ครั้ง
โดยปกติแล้วในนาข้าวจะมีศัตรูธรรมชาติจำพวกแมลง แมงมุม โรคแมลงต่างๆ คอยจัดการควบคุมทำลายแมลงศัตรูข้าว ให้จำนวนประชากรแมลงศัตรูอยู่ในระดับสมดุล ไม่ทำลายข้าวให้เกิดความเสียหาย โดยเฉพาะนาข้าวที่ไม่มีการใช้สารเคมีกำจัดโรคแมลง จะทำให้แมลงดังกล่าวสามารถเจริญพันธุ์ต่อไปได้ หากปราศจากแมลงเหล่านี้แล้ว แมลงศัตรูข้าวก็จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนทำความเสียหายให้แก่ข้าวในนาได้อย่างมาก สำหรับแมลงศัตรูข้าวที่พบเจอในแปลงนาเกษตรกรทั่วไป ได้แก่ เพลี้ยไฟ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยจักจั่นสีเขียว บั่ว หนอนกอแถบลาย หนอนกอสีครีม หนอนกอแถบลายสีม่วง หนอนกระทู้กล้า หนอนห่อใบข้าว แมลงสิง เป็นต้น
แนวทางควบคุมป้องกันกำจัดโรคแมลงศัตรูในนาข้าว
- ใช้พันธุ์ข้าวที่ต้านทานโรคแมลง
- การปฏิบัติด้านเขตกรรม เช่น การเตรียมแปลงกำหนดช่วงเวลาปลูกที่เหมาะสม ใช้อัตราเมล็ดและระยะปลูกที่เหมาะสม การปลูกพืชหมุนเวียนเพื่อตัดวงจรการระบาดของโรค แมลงศัตรู การรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดินและสมดุลของธาตุอาหาร การจัดการน้ำเพื่อให้ต้นข้าวเจริญเติบโตดี สมบูรณ์แข็งแรง
- จัดการสภาพแวดล้อมไม่ให้เหมาะสมกับการระบาดของโรค แมลงศัตรู อย่างเช่น การกำจัดวัชพืช เศษซากพืชที่เป็นโรคโดยใช้ปูนขาวหว่าน
- รักษาสมดุลทางธรรมชาติ โดยส่งเสริมการแพร่ขยายปริมาณของแมลงที่มีประโยชน์ เช่น ตัวห้ำ ตัวเบียน ศัตรูธรรมชาติเพื่อช่วยควบคุมปริมาณแมลงศัตรู
- ใช้จุลินทรีย์ร่วมกับสมุนไพรป้องกันกำจัดควบคุมวงจรการแพร่ระบาดของแมลงศัตรูข้าว โดยเฉพาะสภาวะปัจจุบันพบว่ามีการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในแปลงนาในพื้นที่ภาคกลาง ภาคเหนือและพื้นที่ใกล้เคียงนำความเสียหายมาสู่เกษตรกรเป็นอย่างมาก และเพลี้ยชนิดดังกล่าวทำให้เกิดอาการฮอพเพอร์เบิร์น( Hopper burn) นั้นคือ อาการข้าวเหลืองคล้ายน้ำร้อนลวก ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสที่ติดมากับเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ชาวนามักเรียกว่า “ไอ้จู๋” เขียวเตี้ย ออกรวงไม่พ้นใบ เมล็ดข้าวลีบไม่มีแป้งและแห้งตายไปในที่สุด สำหรับการควบคุมเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลนั้นแนะนำให้เกษตรกรใช้เชื้อราบิวเวอร์เรียร่วมกับเชื้อราเมธาไรเซียม ตามสัดส่วนที่เหมาะสมในอัตรา 500 กรัม ผสมกับสารสกัดสะเดา ซึ่งออกฤทธิ์ยับยั้งการกัดกินทำลายของหนอน แมลงในอัตรา 200 ซีซี.ต่อน้ำเปล่า 200 ลิตร ทุกๆ 3 - 5 วัน/ครั้ง (รุนแรง) หากควบคุมการระบาดนั้นให้เว้นระยะห่าง 20 วัน/ครั้ง หรืออาจฉีดพ่นสลับกับสมุนไพรที่มีกลิ่นฉุน รสขม อย่างเช่น ตะไคร้หอม ฟ้าทะลายโจร เป็นต้น เพื่อขับไล่แมลง ในอัตรา 100 กรัม/น้ำ 200 ลิตร หรือผสมรวมกันก็ได้ นอกจากเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลแล้ว จุลินทรีย์ดังกล่าวสามารถป้องกันกำจัดและควบคุมวงจรแมลงศัตรูข้าวที่สำคัญ อย่างเช่น เพลี้ยไฟ เพลี้ยกระโดดหลังขาว เพลี้ยจักจั่นสีเขียว หนอนกอข้าว หนอนกระทู้กล้า หนอนปลอก หนอนกระทู้คอรวง หนอนม้วนใบข้าว แมลงสิง บั่ว แมลงหล่า แมลงดำหนาม ได้อีกด้วย
เผยแพร่โดย ... นายเอกรินทร์ (วัชนะ) ช่วยชู
มิติใหม่การป้องกันก่อนการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลโดยใช้อาวุธชีวภาพ คือ "หัวเชื้อจุลินทรีย์บิวเมธาซินัส" ซึ่งประกอบเชื้อราที่เป็นศัตรูธรรมชาติ 3 ชนิด คือ บิววาเรีย เมธาไรเซียม และ พาซิโลมัยซิส อยู่ในรูปผงสปอร์พร้อมใช้ ใช้ง่ายและสะดวก ปลอดภัยต่อผู้ใช้
ประโยชน์: บิววาเรีย และ เมธาไรเซี่ยม มีความสามารถเข้าทำลาย แมลงศัตรูพืชทุกชนิด โดยผ่านเข้าทางผิงหนังของแมลง ด้วยการสร้างหลอดออกมาแทงทะลุผิวหนังของแมลงเข้าไปภายใน เชื้อจะสร้างกลุ่มเส้นใยเข้าไปตามท่ออาหารและขยายจำนวนมากขึ้น โดยเส้นใยแตกและหักออกเป็นท่อนสั้นๆเข้าไปทำลายอวัยวะต่างๆในตัวแมลง และเพิ่มจำนวนภายในตัวแมลง ซึ่งจะทำลายเนื้อเยื่อของแมลง และ ปล่อยสารพิษทำลายแมลงด้วย ทำให้แมลงป่วย ร่างกายอ่อนแอ และตายในที่สุดและติดต่อไปยังแมลงข้างเคียงอย่างรวดเร็ว และทำลายแมลงตัวอื่นๆด้วย ส่วนแมลงไม่สามารถ แสดงอาการดื้อยา เหมือนสารเคมีกำจัดแมลงทั่วๆไป ในขณะที่ พาซิโลมัยซิส จะกำจัดไข่ของแมลงทุกชนิด เช่น ไข่หนอนเจาะลำต้น ไข่เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ไข่หนอนใยผัก ไข่หนอนเจาะสมอฝ้าย ไข่หนอนกระทู้หอม และไข่ของแมลงทุกชนิดทั้งปากกัดและปากดูด รวมทั้งไข่หอยเชอรี่ในนาข้าว แต่ หัวเชื้อจุลินทรีย์บิวเมธาซัสไม่เป็นอันตรายต่อ มนุษย์ และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด จึงปลอดภัยกับคนฉีดกว่าสารเคมี
ติดต่อสั่งซื้อสินค้า คุณอำนวย โทร.089-1777260
www.amnuaykaset.com