ไอสไตน์ กับ พระพุทธศาสนา
บทธรรมแต่ละหมวด ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์สอนไว้แล้วมีบันทึกในพระไตรปิฎก ล้วนคือ “ขุมทรัพย์ใหญ่ของมวลมนุษยชาติ” ความรู้ทางโลกที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อย แต่ความรู้ในพระไตรปิฎกเป็น อกาลิโก คือไม่ขึ้นกับกาล จะยุคไหนสมัยไหนก็ไม่มีเชย

ขณะที่ ไอสไตน์ ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ได้รับเลือกให้เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เก่งที่สุดในรอบ 100 ปี ที่ผ่านมา เป็นชาวยิวที่ย้ายมาอยู่อเมริกา คือเกิดมาในศาสนาอื่น แต่ต่อมาได้มาสัมผัสกับพระพุทธศาสนา มาศึกษาธรรมะของพระพุทธเจ้า ไอสไตน์ก็ตกตะลึงว่า มีคำสอนที่ยอดเยี่ยม และวิเศษอย่างนี้ด้วยหรือ จนเขาได้บันทึกไว้ว่า ศาสนาแห่งอนาคตจะเป็นศาสนาแห่งสากลจักรวาล หรือ “Cosmic Region” สามารถปฏิบัติจนเข้าถึงได้ด้วยตัวเอง สามารถตอบสนองความต้องการในเรื่องเหตุและผลได้ และศาสนานั่นคือ “พระพุทธศาสนา”
ไอสไตน์ ได้สรุปไว้ว่า คำสอนที่เลิศอย่างนี้ไม่ควรจะเป็นคำสอนของคนทั้งโลกอย่างเดียว ต่อให้มีสิ่งมีชีวิตที่ทรงภูมิปัญญาในจักรวาลอื่น ก็ควรจะนับถือพระพุทธศาสนาด้วย เพราะไม่มีคำสอนใดจะเลิศไปกว่านี้อีกแล้ว
ลงตัวที่สุด