สภามหาวิทยาลัยมหิดลตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ๓ ท่าน เป็นคณะกรรมการประเมินอธิการบดี ทำให้เกิดนวัตกรรมขึ้นหลายด้านอย่างไม่น่าเชื่อ
อย่างแรกคือนวัตกรรมของการประเมินอธิการบดีเอง ซึ่งไม่ใช่ประเมินตัวอธิการบดี แต่เป็นการประเมินผลงานของมหาวิทยาลัย และประเมินว่ามหาวิทยาลัยได้ทำในสิ่งสำคัญยิ่งที่ที่ควรทำครบถ้วนไหม มีความสามารถในการเข้าถึงทรัพยากรเพื่อการทำหน้าที่อย่างดีหรือไม่ คือเป็นการประเมินเพื่อสร้างสรรค์ หรือเพื่อหาจุดแข็ง ไม่ใช่ประเมินเพื่อจับผิดหรือหาจุดอ่อน นี่คือนวัตกรรมประการที่ ๑
ผลประการที่ ๒ เกิด impact ต่อความสัมพันธ์กับ stakeholder ทำให้บุคคลภายนอกเห็นว่า มหิดล แคร์ต่อสังคม เปิดรับความคิดเห็นจากภาคีหรือพันธมิตรอย่างกว้างขวาง ทำให้มองเห็นโอกาสเข้าถึงทรัพยากรสำหรับนำมาใช้ในการทำหน้าที่ในฐานะสถาบันอุดมศึกษา
ผลประการที่ ๓ เกิดการเรียนรู้ หรือความตระหนัก ขึ้นภายในสมาชิกของมหาวิทยาลัยมหิดลว่า เมื่อเอ่ยถึง “ประชาคมมหิดล” เราต้องไม่ใช้ความหมายที่แคบ คือหมายถึงคนภายในของมหาวิทยาลัยมหิดลเท่านั้น ต้องใช้ความหมายที่กว้าง คือหมายรวมถึงผู้คนภายนอก ที่ไม่ได้กินเงินเดือนของมหาวิทยาลัยมหิดล แต่มีความสัมพันธ์ หรือกิจการเกี่ยวข้องกัน ที่จะรับผลจากการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยมหิดลจะต้องสร้างขีดความสามารถในการเข้าถึงพลังของประชาคมเหล่านั้น เพื่อร่วมกันทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคม และในการนั้น มหาวิทยาลัยมหิดลก็ได้ทำหน้าที่ของตน ได้สร้างชื่อเสียงเกียรติคุณจากการรับใช้สังคมและรับใช้ภาคีพันธมิตรของตน
ผลประการที่ ๔ กระบวนการประเมินอธิการบดี ที่ใช้วิธีการเก็บข้อมูลหลายด้าน รวมทั้งสัมภาษณ์หรือพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการกับ “ประชาคมมหิดล” ทั้งที่เป็นคนภายในและคนภายนอก ที่เลือกสรรแล้วจำนวนหนึ่ง ได้กลายเป็นกระบวนการเพื่อหาพลังพัฒนามหาวิทยาลัยมหิดล เราได้เห็นศรัทธา หวังให้ตอบโจทย์ประเทศชาติ ทำงานอย่างมีเป้าหมายหลัก (โฟกัส) ไม่กระจัดกระจาย
ประการที่ ๕ เราได้รับคำเตือนสติว่า มหิดลต้องมีความสัมพันธ์ที่เหมาะสมกับอุดมศึกษาทั้งระบบ อย่าแข็งแกร่งแบบโดดเดี่ยว ต้องแข็งแกร่งอย่างมีน้ำใจ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับสถาบันอื่นๆ
ประการที่ ๖ เมื่อนำรายงานผลการประเมินเบื้องต้น เข้ารายงานต่อสภาฯ เมื่อวันที่ ๑๘ ส.ค. ๕๓ กรรมการสภาฯ ผู้ทรงคุณวุฒิท่านหนึ่งได้เตือนสติว่า มหาวิทยาลัยมหิดลมีความสามารถสูงในการจัดการสมัยใหม่ เกิดการบริหารแบบพุ่งเป้า และกำหนดลำดับความสำคัญของกิจการ ท่านขอพื้นที่ให้แก่ปัจเจกที่ไม่เข้า agenda ของมหาวิทยาลัยบ้าง
โดยสรุป ท่านอธิการบดีของมหาวิทยาลัยมหิดล ศ. นพ. ปิยะสกล สกลสัตยาทร ได้รับการประเมินว่าเป็นนักบริหารมืออาชีพ เป็นอธิการบดีที่ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม
วิจารณ์ พานิช
๒๕ ส.ค. ๕๓
เรียน อ.วิจารณ์ ที่เคารพ
ขอแสดงความชื่นชมระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานรูปแบบใหม่
ขอแสดงความยินดีผู้ถูกประเมินท่านแรก
ด้วยความเคารพ