เพื่อนผมคนหนึ่งเลือกคู่ครองที่จิตวิปริต มองโลกแง่ร้าย บ้าเงิน โดยนึกว่าจะใช้ความรัก เมตตาเปลี่ยนแปลงเธอได้ แต่สุดท้าย 18 ปีผ่านก็สุดทน จึงยกทรัพย์สินและเงินในบัญชีมูลค่ารวม ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาทให้ไป เหลือบ้านตึกแถวที่กำลังซื้อผ่อนอยู่คนเดียวเพื่อเตรียมยกให้ลูก
ผ่านมาร่วม 10 ปี เธอผู้นั้นบริหารจัดการจนต้องขายทรัพย์สินไปเกลี้ยง แล้วก็หันมาฟ้องร้องจะเอาตึกแถวอีก ขึ้นโรงขึ้นศาล เพื่อนผมบอกว่าพอแล้วไม่อยากให้อีก ถ้าให้ลูกก็ OK. แล้วเขาก็ยอมกู้เงินมาจัดสรรเงินสดให้ลูกสองคน คนละ 2.5 แสน เอาเงินไปเคลียร์บ้านออกมาจาก Bank โอนให้เป็นของลูกและขออย่าให้ขาย แถมส่งเสียลูกคนเล็กอีกเดือนละ 13000 บาท จนจบปริญญาวิศวกรรมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชื่อดังของรัฐ พอจบ คนเป็นแม่ก็ฟ้องขับไล่เพื่อนผม โดยให้ลูกไปโกหกในศาลต่างๆนาๆ จนดูเหมือนว่าแม่ลูกช่วยกันไล่พ่ออกจากบ้านที่เพิ่งยกให้ลูกไป และบ้านนั้นก็ถูกขายไปในที่สุด เพื่อนผมจึงแทบไม่เหลืออะไรเลยในทางวัตถุ แต่ก็ได้มีโอกาสดีออกจากกทม.ไปใช้ชีวิต ใกล้ชิดธรรมชาติอยู่ที่บ้านเกิด
ระยะเดียวกัน เขาก็ถูกฟ้องโดยธนาคารยักษ์ใหญ่ เหตุเพราะก่อหนี้สะสมไว้ ทั้งต้นทั้งดอก ยอดรวมล่าสุดเป็นตัวเลขกว่า 9 ล้านบาท เงินดังกล่าวเป็นการกู้มาเพื่อช่วยให้บ้านของลูกศิษย์ไม่ถูกยึด เพราะสงสารลูกศิษย์ และลูกเมียของเขา โดยที่ตัวเขาเองไม่ได้รับประโยชน์จากเงินก้อนนั้นแม้แต่บาทเดียว แค่นั้นยังไม่พอ คอนโดฯ ของเพื่อ่นต่างชาติที่อาศัยชื่อเพื่อนผมซื้อไว้ก็ถูกธนาคารยึดไป เพื่อนผมก็เห็นใจไปกู้ยืมเงินหลานมาประมูลซื้อคืนให้เขาฟรีๆเรียบร้อยแล้ว เป็นเงิน 4 แสนบาท ... ฯลฯ
เรื่องนี้น่าจะมีการ เป็นบ้า ฆ่าตัวตาย หรือ ฆ่าคนตาย แต่โชคดีที่เพื่อนผมมีครูบาอาจารย์ดี สามารถยิ้มรับทุกอย่าง ด้วยการเห็น "เช่นนั้นเอง" อยู่เสมอ จึงไม่ต้องบ้า ฆ่าคนตาย หรือ ฆ่าตัวตาย แต่ประการใด ยังใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข ทำงานที่รัก เกื้อกูลผู้คนไปตามกำลังที่เขามี และรอวันยิ้มรับความตายที่จะมาถึงเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ด้วยความเชื่อลึกๆในใจว่า "อะไรๆก็กัดชีวิต-จิตวิญญาณของฉันไม่ได้หรอก" เรื่อยมาครับ
การเห็นเงินเป็นพระเจ้า ก็จะเจอชะตากรรมแบบนี้แหละคะ เรียบง่ายดีกว่ามัย สบายใจดีคะ
สวัสดีคะอาจารย์พินิจ (Handy)
ดิฉันคิดว่านะคะ
ถึงพ่อแม่จะถูกโกงหรือเป็นอย่างไร ก็ยังห่วงลูก ยังทำอะไรให้ลูกอีกมากมาย
ยังไม่คิดถึงตัวเองเป็นหลักค่ะ
น.ส. เสาวณีย์ ศรีเผือก นักศึกษา ป.บัณฑิต SRU กลุ่ม4 ค่ะ
http://gotoknow.org/blog/saowanee444/391947
สวัสดีค่ะ
พึ่งได้แวะมาทักทายเป็นครั้งแรก ฉันก็อยากเป็นเหมือนผู้ชายที่สมมติขึ้นมาเหมือนกัน แต่สำหรับตัวฉันเองคงทำไม่ได้เพราะมันดีเกินไป แต่ยังไม่ถึงขั้นนั้น
นักศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพครู กลุ่ม 3
จากที่อ่านเรื่องของเพื่อนอาจารย์แล้วรู้สึกว่าเขาจะเป็นคนมองโลกในแดเกินไปโดยทำกิจการทุกอย่างด้วยความเห็นใจโดยไม่ได้นึกถึงผลที่อาจจะเกิดตามมากับตัวเองเลย คงจะเป็นคนขี้สงสาร นิ่งดูดายไม่ได้กับทุกเรื่อง คนเราบางครั้งเรื่องบางเรื่องก็สมควรจะปฏิเสธบ้าง เพราะบางครั้งการที่เราไม่รู้จักปฏิเสธเรานั่นแหละจะทุกเอง
หึ หึ
อนุโมทนาด้วยครับ สำหรับจิตที่เข้าถึงตถตา
สวัสดีค่ะอาจารย์
หนูก็พึ่งเข้ามาอ่านบันทึกล่าสุดนี้ ของอาจารย์เป็นครั้งแรก พอได้อ่านแล้วมันทำให้
หนูได้แง่คิดอะไรหลายๆอย่าง (ตามความรู้สึกส่วนตัว) ก็คือ
1.การเลือกคู่ครองชีวิต (ต้องเลือกดูให้ดีๆ)
เพื่อนของอาจารย์มีความอดทนสูงมาก(หนูไม่แน่ใจว่า เรียกว่า "อดทน" หรือปล่าว)
ในการใช้ชีวิตอยู่กับคู่ครองคนนี้ แต่เพราะอยู่ด้วยความรัก เพื่อนของอาจารย์คงไม่มีความ
สุขเลย ทั้งที่คิดว่าความรักและเมตตาที่ตนมีให้นั้นจะเปลี่ยนคู่ครองไปในทางที่ดีขึ้นได้
แต่ด้วยคำว่ารักก็มอบทุกสิ่งทุกอย่างให้กับคู่ครอง จึงแสดงให้เห็นว่า ความรัก-เมตตา
บวกกับระยะเวลาอันยาวนาน ก็ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงนิสัย หรือพฤติกรรมของคนๆ
นั้นได้ .....แล้วเราจะต้องทำเช่นไรละ!
2.ความไม่รู้จักคำว่า " พอดี " ของคน
ความโลภ ทางวัตถุภายนอก ความเอาแต่ได้คิดมุ่งหวังที่จะเอาของผู้อื่นมาเป็นของ
ตนนั้น อย่างที่เห็นได้ชัด คือ "เงินตรา"ไม่รู้จักคำว่า "พอดี" ชีวิตก็จะไม่มีความสุขเลย
ต่อเมื่อให้มีเงินทองมากมายสักเพียงใด แต่ไม่รู้จักนำเอาเงินนั้นมาใช้ให้เกิด ประโยชน์
งอกเงยต่อยอดเงินขึ้นมา เงินทองเหล่านั้นไม่นานก็จะหมดไป หากรู้จักอดออมบ้างในวัน
ข้างหน้าเราก็คงจะไม่ลำบาก
3.ความรักของคนที่รูกเรียกว่า "พ่อ"
ก็ตามที่อาจารย์แชร์ประสบการณ์ของเพื่อนอาจารย์ท่านนี้ เพื่อนอาจารย์มีความรับ
ผิดชอบต่อคำว่า "ผู้เป็นพ่อ" ถึงทุกอย่างจะดูแย่ไปเสียหมด แต่ก็ยังทำทุกวิถีทาง เพื่อให้
ชีวิตของลูกเรื่องชีวิตการศึกษาเป็นไปในทางที่ดี แม้ตัวเองจะลำบากสัก แค่ไหนก็ตาม
4.การที่เราจะช่วยเหลือผู้อื่น ก็ต้องดูกำลังและสถานะภาพของเราด้วย
เพื่อนของอาจารย์เป็นคนดีมีน้ำใจและมีเมตตามากๆเลยค่ะ
(ถ้าใครได้คู่ครองแบบนี้ คงจะมีความสุขแน่!) จากการที่ให้ความช่วย เหลือต่อลูกศิษย์
และเพื่อนชาวต่างชาติ ทั้งที่ผลสุดท้ายตัวเอง เป็นคนที่ต้องแบกภาระหนี้สินไว้มากมาย
เพราะเพียงเพื่ออยากเห็นคน อื่นพ้นจากความทุกข์ที่กำลังเผชิญอยู่
5.เกิดเรื่องแย่หลายๆเรื่องในชีวิต แต่ทำไม! (บุคคลท่านนี้ยังมีแรงสู้ต่อ)
ข้อนี้แหละค่ะ ประเด็น!ที่หนูอ่านแล้ว ...ทึ่ง! กับเพื่อนอาจารย์มาก เพื่อนอาจารย์อยู่
กับสิ่งเหล่านี้ได้ด้วยกำลังใจจากบุคคลหลายคน ไม่มีความคิดที่จะฆ่าตัวตายเลย ซึ่งบาง
คนที่เราเห็นออกข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ เช่น นักเรียนเอนท์เข้ามหาลัยชื่อดังไม่ติด
แล้วกระโดดตึกฆ่าตัวตายก็มี , สามี-ภรรยาทะเลาะกัน ที่สามีแอบไปมีภรรยาน้อยเลย
ตัดสินใจฆ่าตัวตายประชด ซึ่งเหตุการณ์ที่เรารับรู้นี้ ความตาย! เพื่อ "หนีปัญหา"ไม่ใช่
ทางออกสุดท้ายของชีวิต ปัญหามีไว้ให้แก้ไขเสมอ.
----
คนเราทุกคนไม่มีใครจะอยู่ค้ำฟ้า จึงใช่มั้ยคะอาจารย์ เกิดมาแล้วก็ต้องตายกันทุกคน
เพียงแค่ว่าจะตายก่อนหรือตายหลัง สิ่งสำคัญ หนูคิดว่า เราได้รับชีวิตมาแล้ว เรานั้นได้
ทำประโยชน์อะไรบ้าง หากทำความดี (โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน) ทำสิ่งที่ดี คิดในสิ่งที่ดี
ด้วยแล้ว อยู่ที่ไหนเราก็มีความสุข มีคนรักใคร่ หากแม้นคงเหลือไว้เพียงแต่ชื่อ คนรุ่น
หลังก็ยังพอได้คิดถึงกันบ้าง หาเราเพียงแต่จะ คิด ร้ายกับผู้อื่นตลอดเวลา คอยแต่จับผิด
ไม่มีเมตตา แล้งน้ำใจ ไปอยู่ที่ไหนก็จะไม่มีมิตรแท้ มีแต่คนใส่หน้ากากเข้าหากัน ชีวิตก็
จะไม่ พบความสุข หากตายไป ก็คงจะมีแต่คนพูดว่า "โล่งใจ"
หนูได้รับประโยชน์ ในหลายๆแง่คิดมากเลยคะอาจารย์ ถ้าหากวันนึง ตัวหนูเองอาจ
จะต้องประสบพบเจอกับปัญหาที่มารุมเร้าชีวิตสิ่งแรกที่หนูคิด หนูจะไม่ฆ่าตัวตายเพื่อหนี
ปัญหาเด็ดขาด จะพยายามแก้ปัญหาไปทีละปม ลูกศิษย์ของอาจารย์คนนี้ จะไม่คิดสั้น
จะคิดให้ ยาวๆ แน่นอนคะ^^ ขอบคุณสำหรับประสบการณ์ที่อาจารย์นำมาเล่าสู่กันฟังใน
วันนี้ ที่หนูไม่ต้องลงมือออกไปหาหรือปฏิบัติเอง....เพื่อให้รู้จริง ด้วยตนเอง!
------------ โห! การเยี่ยมชมครั้งแรก เอาสะ ยาวเลย เห่ะๆ -------------
สวัดดีคะอาจารย์
ส่วนใหญ่ โลกนี้จะเป็นอย่างนี้ เป็นธรรมชาติ เรื่องครอบครัว พ่อแม่แยกทางกัน ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเป็นผู้เห็นแก่ตัว คิดว่าความคิดของเองถูกต้อง อีกฝ่ายหนึ่งผิดเสมอ หรือแม้กระทั้งถึงสมบัติ เงินทอง มันไม่เข้าใครออกใคร มีให้ทั่วไปที่จะพบเห็น กลายเป็นปัญหาของสังคมที่ต้องการความช่วยเหลือ และผลกระทบ ก็กลายมาเป็น ลูกที่เกิดมา เป็นเด็กมีปัญหา ก้าวร้าว เอาแต่ใจ นิสัยเสีย ไม่ฟังใคร เป็นมาจากการอบรมเลี้ยงดู รวมถึงการดูแลเอาใจใส่ของผู้เป็นพ่อ เป็นแม่ ที่มีความรักให้ไม่เพียงพอ หรือ เลี้ยงลูกไปในทางที่ผิด ถ้าเราต้องการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงอะไร ก็จะต้องเป็นการเริ่มจากคนภายในครอบครัว หรือจากส่วนที่เล็กไปถึงส่วนที่ใหญ ตามลำดับ ถึงจะมีผลดี หรือสิ่งที่ดีจะตามมา และทุกคนก็จะมีความสุข สังคมไทยก็จะไม่เจอปัญหาวุ่นวายเหมือนอย่างทุกวันนี้
สวัสดีครับอาจารย์ ( ลุง Handy )
ถ้าผมเป็นผู้ชาย คนที่อาจารย์กล่าวถึง ผมคงไม่รู้จะทำตัวอย่างไร
มันเหมือนกับว่าเราไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว แล้วอยู่ไปเพื่ออะรัย
แต่ผมดีใจกับเขาด้วยที่เขาสามารถยิ้มรับกับปัญหาที่เกิดขึ้น ยังไงเกิดมาทั้งที
ต้องใช้ชีวิตให้คุ้มค่า ไม่ใช่ หมดหวังแล้วคิดฆ่าตัวตาย เพราะเรายังมีคนที่เป็นห่วงเราอยู่ข้างหลัง
เป็นเรื่องราวที่ดีมากเลยค่ะอาจารย์ อยากให้พวกที่มีปัญหาเล็กๆ น้อยๆ แล้วฆ่าตัวตาย เช่นแฟนบอกเลิก แฟนทิ้ง สอบตก เอ็นไม่ติด ได้มาอ่านบ้างจัง
พวกเค้าเหล่านั้นจะได้รู้ว่า ในโลกใบนี้มีคนที่เจออุปสรรคและปัญหามากมายและหนักกว่าเค้าหลายเท่านัก แต่ก็ยังยืนหยัดและต่อสู้ไม่ยอมแพ้กับอุปสรรคเหล่านั้นที่ผ่านเข้ามาในชีวิตค่ะ
ป.บัณฑิตวิชาชีพครู กลุ่ม 3
ทำดีเอาไว้ แล้วผลดีก็จะกลับมาหาตัวเราเอง
สวัสดีค่ะอาจารย์
ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่หนูสามารถเข้ามาพูดคุยกับอาจารย์ หนูดีใจมากที่มีบล็อคเป็นของตนเองและสามารถเข้าไปดูมีความรู้หลากหลายมากขึ็น ลองทำหลายครั้งกว่าจะเข้ามาได้ ต้องทบทวนที่อาจารย์สอนทีละขั้นตอน ในที่สุดก็ทำได้ดีใจมากเลยคะ่อาจารย์
เรื่องครอบครัวเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน ต้องอยู่ด้วยรักและความเข้าใจ การให้อภัย อดทนหนักแน่นและที่สำคัญต้องรักกันที่ใจไม่ใช่สิ่งของหรือวัตถุ ต้องให้เกียรติกันชีวิตครอบครัวจึงจะมีความสุขนะคะ
สวัสดีค่ะ...
ดิฉันอ่านแล้วอิจฉาผู้หญิงคนนั้นจัง..คู่ครองที่ดีแสนดีแบบนี้มีที่ไหนอีก..เสียดายนะคะที่ภรรยาของเขาไม่เห็นคุณค่า..
ขอให้กำลังใจเพื่อนของอาจารย์ด้วยอีกคน..
สวัสดีค่ะ อาจารย์
หนูอ่านเเล้วรู้สึกเศร้ามากค่ะ ไม่อยากเชื่อว่าผู้ชายคนหนึ่งจะอดทนอยู่กับผู้หญิงเเบบนี้ได้นานสักขนาดไหน ถ้าหนูเป็นผู้ชายคงไม่ปล่อยให้นานขนาดนี้หรอก แต่ก็นั่นเเหละคนเรานิสัยไม่เหมือนกันเลวชั่วอยู่ที่ตัวทำ รอเวณกรรมก็กว่าจะตามทัน....ช้า...เเล้วทำไมลูกถึงไม่คิดจะสงสารพ่อบ้างหล่ะ เล่นพ่อเกือบไม่เหลืออะไรสักอย่างเลยลูกแบบนี้ไม่มีวันจะเจริญได้หรอกค่ะ คนเราจะรู้สึกว่าบั้นปลายชีวิตจะมีความสุขได้คือการได้อยู่กับครอบครัวที่รัก ลูก...ก็คือคนที่เรารักมาก ทำร้ายไม่ลง ได้เเต่ปลงเท่านั้น เรื่องนี้ผู้หญิงไม่รู้จักคำว่าพอ โลภเห็นเเก่เงินจริงๆ เชื่อเถอะว่าไม่มีวันที่เขาจะสามารถมีความสุขได้หรอกถ้าทุกสิ่งที่เขาได้มาบนความเจ็บปวดเเสนสาหัสของใครคนหนึ่ง ตัวหนูเองถ้าเกิดมีชีวิตคู่เเบบนี้เลิกไปนานเเล้วค่ะ
ป.วิชาชีพ ศูนย์กระบี่
ถ้าชะตาฟ้ากำหนดมาเช่นนี้
ฟ้าคงให้ท่านผู้นี้..มีชีวิตสุขสงบตลอดไป
การที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ มันก็ดีพอแล้ว .....อย่าทำให้มนุษย์อย่างเรากลายไปเป็นสรรพสิ่งอย่างอื่นเลย เงินไม่ได้ช่วยให้เรารวยได้ตลอดหรอก ถ้ามีมากจนเกินตัว
จะช่วยพาเราไปหาศัตรูมิตร ต่างหากคะ ขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนอาจารย์นะคะ นับถือหัวใจท่านนี้จริงๆ สุดยอดคะ ...........
นักศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพครู กลุ่ม 3
สุขหรือทุกข์มันอยู่ที่ตัวของเราจริงๆเลยนะคะ แต่ละคนก็ย่อมมีเหตุผลของตัวเองกันทั้งนั้นขอแค่ถ้าทำแล้วตัวเองสบายใจและไม่เดือดร้อนใครก็พอ
สวัสดีค่ะ
คิดว่าคนที่ทำแบบนี้แม้เงินทองกองท่วมหัวก็ไม่พอใจ
เขาร้อนร้นตลอดเวลา คนที่ทุกข์ก็คือตัวเขาเอง
ในยุคนี้อะไรๆก็เร็วไปหมด
รวมไปถึงกรรมที่ตามสนอง
มันไม่ได้ต้องมาจากไหนเลย
เพราะมันอยู่กับเจ้าขอวตลอดเวลา
นศ. ป.บัญฑิต มรส.รุ่น 11 กลุ่ม 4
คนเราเดียวนี้บ้าวัตถุภายนอก...........โดยไม่นึกถึงจิตใจผู้อื่น........ช่างน่าละอายใจเสียยิ่งนัก...สู้ๆเข้าไว้ชีวิตยังไม่สายเสมอไปตราบใดที่เรายังมีพลังและจิตใจที่เข้มแข็ง......เป็นกำลังใจให้ค่ะ