น่ารัก

เรียนปรัชญาไปทำไม

1.2.1 ถ้าเรียนเพื่อใช้ประกอบอาชีพ อาชีพ "นักปรัชญา" คงตกงาน

1.2.2 ถ้าถามคนทั่วไป นอกจากจะไม่ได้คำตอบแล้ว เรายัง (อาจ) ได้คำถามเพิ่มเติมอีกว่าปรัชญาคืออะไร ไม่เคยได้ยิน ไม่เคยรู้จัก หรือเคยได้ยิน แต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร

1.2.3 เสนอแนะให้เริ่มต้น ด้วยการพิจารณาตัวอย่างขององค์กรที่นำปรัชญามาช่วยจัดระบบความคิด และอธิบายคำสอน จากร่องรอยในประวัติศาสตร์ พบว่ามีหลายองค์กร ที่นำปรัชญามาช่วยจัดระบบ และอธิบายคำสอนที่สำคัญองค์กรหนึ่ง ได้แก่ ศาสนาคริสต์ โดยเฉพาะตัวอย่างที่มีบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรที่มีพัฒนาสู่ปัจจุบัน จากประมวลกฎหมายพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ค.ศ. 1983 ในบรรพที่ 2 ว่าด้วยเรื่องประชากรของพระเจ้า หมวดการอบรมผู้เตรียมเป็นศาสนบริกร (สมณะ) มีการกล่าวถึงการศึกษาวิชาปรัชญาในสองมาตราที่สำคัญ คือ

ก. ประมวลกฎหมายพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ค.ศ. 1983 มาตรา 250 ระบุ ว่าต้องศึกษาวิชาปรัชญาและเทววิทยา อย่างน้อย 6 ปี (ปรัชญา อย่างน้อย 2 ปี และศึกษาวิชาเทววิทยาอีก 4 ปี) เพื่อเตรียมเป็นศาสนบริกร (บาทหลวง)

ข. ประมวลกฎหมายพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ค.ศ. 1983 มาตรา 251 ยัง ระบุต่ออีกว่า "การให้การศึกษาอบรมวิชาปรัชญาต้องมีพื้นฐานบนปรัชญาที่เป็นมรดกตกทอดกันมา ที่ใช้ได้อยู่ตลอดเวลา และต้องคำนึงถึงการค้นคว้าทางปรัชญาแห่งยุคสมัยด้วย การศึกษาอบรมนี้ต้องมุ่งให้เสมินาร์  (Seminarian, ผู้เตรียมตัวเป็นบาทหลวง) มีการพัฒนาทางด้านความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีสติปัญญาเฉียบแหลมและช่วยเขาให้มีความพร้อมมากขึ้นที่จะศึกษาเทวิทยาต่อ ไป

 

แหล่งที่มา: http://franciswut01.blogspot.com/