สุขภาพหลังเกษียณราขการ

 โรงพยาบาลน่าน กับยุทธศาสตร์สุขภาพดีวิถีไทย

 โดย... ผักใบเขียว

เรื่อง  สุขภาพดีวิถีไทย(Thailand Healthy Lifestyle)  

ก่อนเขียนบทความฉบับนี้ผู้เขียนเดินขึ้นไปที่ห้องประชุม เพื่อจัดอบรมกลุ่ม อสม. เขตเมือง ระหว่างทางเจอพี่ๆป้าๆ ที่จะเกษียณทักทายสวัสดี เราก็เดินต่อ และคิดอยู่ในใจนับวันถอยหลัง ก็เหลือไม่กี่วันแล้วนี่   

โอ...เวลาช่างเร็วเหลือเกิน นึกถึงบรรยากาศงานเกษียณในปีที่ผ่านมาทันที ปีนี้ก็คงมีไม่แตกต่างกันทั้งของโรงพยาบาลและของชมรมต่างๆที่จัดงานให้ผู้เกษียณและหลายกลุ่มที่สนิทสนมก็จัดเลี้ยงกันตามสะดวกตามอัธยาศัย ก็เป็นบรรยากาศการส่งท้ายของการทำงานของผู้ที่จะเกษียณอายุราชการ เป็นบรรยากาศที่มีแต่ความปิติ ยินดี ที่พี่ๆป้าๆ ที่จะต้องลาจากการทำงานประจำ บ้างท่านก็อายุครบ 60 ปี บางท่านก็ใกล้ครบ 60 ปี ผู้เขียนก็ขอให้พี่ๆป้าๆใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในวัยเกษียณราชการ

คำว่าเกษียณตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานได้นิยามเอาไว้ว่าเกษียณแปลว่า
สิ้นไป แต่ว่าเป็นการสิ้นของอายุราชการใช้กับอายุราชการ เพราะฉะนั้นเวลาเราพูดถึงเกษียณอายุเราก็มักจะหมายถึงการหมดกำหนดอายุราชการหรือว่าครบวาระอายุราชการ เดี๋ยวนี้ก็มีเกษียณอายุก่อนอายุราชการ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Early retry   แต่ว่าทั่วๆไปเวลาเราพูดถึงคนเกษียณอายุที่เราเข้าใจกันมาเนิ่นนานก็จะหมายถึงคนที่อายุ60ปี สำหรับคนไทยเรา แต่ฝรั่งเขาอาจจะ 65 ปี

เมื่อก่อนนี้ไม่ค่อยให้ความสำคัญแต่ปัจจุบันให้ความสำคัญเพราะถือว่าคนที่ทำงานมานานอย่างน้อยกว่า40 ปี เกือบจะเป็นครึ่งหนึ่งหรือค่อนหนึ่งของอายุชีวิตเลยที่เดียว เพราะฉะนั้นถือว่าได้ทำงานมานาน ถึงเวลาที่จะครบเกษียณหรือว่าหมดอายุราชการก็ควรจะเป็นเวลาที่ได้พักผ่อนได้ทำอะไรตามใจตัวเอง เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมยินดีจนบางคนถึงกับบอกว่าการเกษียณอายุราชการนั้นเหมือนกับการได้มีชีวิตใหม่อีกครั้งหนึ่ง
          แต่การมีชีวิตใหม่หลังเกษียณ ก็อย่าลืมเรื่องการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจให้มีความสุข   ถ้าเราคิดว่าชีวิตต้องอยู่นิ่งๆมันคงเศร้า เพราะฉะนั้นอย่าไปอยู่นิ่ง การทำร่างกายและจิตใจให้มีความสุข กระปรี่กระเปร่า มีชีวิตชีวา สมารถปรับตัวเองได้  ต้องปรับกิจนิสัยของตัวเองให้เหมาะกับวัยคือ กิจนิสัยในเรื่องของการกินอาหารให้พอดี  การนอน การออกกำลังกาย การเอาใจใส่ต่อสุขภาพ พอเราอายุมากขึ้นระบบย่อยอาหารเรียกว่าเริ่มเข้าสู่สภาวะเสื่อมถอย เพราะฉะนั้นอาหารการกินที่จะบอกว่ากินอะไรก็ได้นั้น บางทีก็ชักจะไม่ค่อยดีแล้ว คงต้องระมัดระวังในเรื่องของการกินอาหาร พยายามกินอาหารที่เป็นประโยชน์มีสารอาหาร     กินเป็นเวลา  ครบ  5 หมู่  ครบ 3 มื้อ  เน้นการกินเนื้อปลาและกินผักให้มากขึ้น ผลไม้พอประมาณ ดื่มนมพร่องมันเนย ดื่มน้ำสะอาดวันละ 8-10 แก้ว งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ น้ำหวาน น้ำอัดลม ออกกำลังกายที่เหมาะสม เช่นการเดิน ปั่นจักรยาน  เล่นเปตอง  รำไม้พลอง รำไทเก๊ก ฯลฯ ทุกวันวันละ 30 นาที  เสริมสร้างให้ร่างกายแข็งแรง

 ก็เป็นคำแนะนำเล็กๆน้อยๆจากผู้เขียนตัวเล็กๆ ค่ะท้ายบทความนี้ ก็อยากแนะนำเมนูสุขภาพที่เรารู้จักกันดี น้ำพริกกะปิ เมนูที่พร้อมไปด้วยสารอาหารและวิตามิน เกลือแร่ ทีเป็นประโยชน์กับสุขภาพ อาจจะต้องกินกับข้าวเหนียว 1 ปั้น หรือข้าวสวยกล้อง 2 ทัพพี (เน้นให้เลือกอย่างเดียวค่ะ) ก็เป็นอาหารอีกมื้อที่สุดแสนอร่อยเลยที่เดียว

ได้ทั้งคุณค่าทางอาหารและความอร่อย ก็คงกระตุ้นน้ำย่อย ให้กับผู้อ่าน อ่านจบกลับบ้านคงจะเป็นเมนูอาหารที่ท่านเลือกให้กับตัวเองและครอบครัวนะค่ะ...ฉบับหน้าพบกัน...สวัสดีค่ะ