การอบรมหลักจริยธรรมพื้นฐานและการทบทวนพิจารณาโครงการวิจัย ของเครือข่าย R2R ภาคตะวันออกเมื่อวันที่ 20-21 กันยายน 2553 ได้เสร็จสิ้นลงเรียบร้อยแล้ว มีผู้เข้าอบรมประมาณ 80 คน วัตถุประสงค์หลักก็เพื่อให้ผู้ที่เข้าร่วมอบรมมีพื้นฐานเกี่ยวกับการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยและกลับไปรวมตัวจัดตั้งคณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในหน่วยงานของตนเอง เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับนักวิจัย
จากการที่ได้เข้าร่วมรับฟังการบรรยายและสนทนากับวิทยากร ได้ความรู้และแง่มุมความคิดมากมายเกี่ยวกับการทำศึกษาวิจัยในคนว่าจะต้องมีความรอบคอบและระวังเกี่ยวกับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิส่วนบุคคลเป็นอย่างมาก

วิทยากรท่านแรก นายแพทย์ประวิช ตัญญสิทธิสุนธรได้แสดงให้เห็นวิวัฒนาการของงานวิจัยในอดีตว่ามีความโหดร้ายกับเพื่อนมนุษย์เป็นอย่างมาก ตั้งแต่ กรณีนำชาวยิวมาทำการศึกษาทดลองอย่างเหี้ยมโหดในค่ายกักกัน Nurembergของนาซี ถึงแม้จะมี คำประกาศเฮลซิงกิ (Declaration of Helsinki) ก็ยังมีการเอารัดเอาเปรียบจากประเทศที่ร่ำรวยและพัฒนาแล้ว โดยการนำเอางานวิจัยเกี่ยวกับยาบางชนิดไปเริ่มต้นศึกษาทดลองในประเทศที่ด้อยพัฒนา จนต้องเกิด CIOMS (Council for International Organizations of Medical Sciences) ขึ้นมาควบคุมการศึกษาประเภทนี้
วิทยกรท่านต่อมา นายปัญญา ใบทอง ก็ได้ให้ข้อคิดเห็นว่าปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายโดยตรงเกี่ยวการการดำเนินการวิจัยในคนในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นช่องว่างในการเอารัดเอาเปรียบอาสาสมัครในการศึกษาวิจัยได้
วิทยกรอีกท่าน นายแพทย์ปกรณ์ ศิริยง ได้ให้ข้อคิดว่า งานวิจัยกับงานกระทรวงสาธารณสุขเป็นของคู่กัน เพราะมีงานวิจัยเกิดขึ้นมากมายในกระทรวงสาธารณสุข แต่ในแง่ของภาระงานแล้วงานวิจัยจะไม่ได้นับรวมอยูในภาระกิจของงาน ยิ่งคนที่จะมาทำงานเป็นกรรมการพิจารณาจริยธรรมแล้ว จะต้องมีความเสียสละมาก เพราะจะไม่สามารถนับรวมเข้าเป็นภาระงานได้ ส่วนใหญ่ที่ทำงานอยู่ในตอนนี้เพราะเสียสละ
วิทยกรที่ประทับใจผู้ฟังอีกท่านคือ รศ.สิวลี ศิริไล ท่านได้ให้แง่คิดที่สำคัญประการหนึ่งคือเอกสารแสดงความยินยอมเข้าร่วมโครงการวิจัย เป็นเอกสารที่มีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องคุ้มครองอาสาสมัครที่เข้าร่วมโครงการศึกษาวิจัย ไม่ได้เป็นเอกสารที่ปกป้องคุ้มครองนักวิจัย นักวิจัยจะต้องให้ความสำคัญกับส่วนนี้ให้มาก
วิทยากรท่านสุดท้ายคือ นายแพทย์เกษม ตัมติผลาชีวะ ท่านได้อธิบายให้เข้าใจความหมายของคำว่ากลุ่มอ่อนด้อย (Vulnerability) ได้เป็นอย่างดี ทำให้มองเห็นภาพของกลุ่มอ่อนด้อยในงานวิจัยได้กว้างขึ้น จากมุมมองที่ผมเคยคิดว่าเป็นเพียงกลุ่มเด็ก กลุ่มคนพิการหรือปัญญาอ่อนเท่านั้น
ต้องขอขอบคุณวิทยากรทั้ง 5 ท่าน เป็นอย่างมากที่นำเรื่องดีๆมาบรรยายในการประชุมครั้งนี้ สิ่งที่ได้จากการประชุมทำให้ผมมองงานวิจัยกว้างไกลออกไปอีก ไม่ใช่เพียงแต่จะแค่ตั้งคำถามวิจัยแล้วหาคำตอบให้ได้เท่านั้น สิ่งที่ควรจะนำมาเป็นประเด็นสำคัญพิจารณาอีกก็คือ ความเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และเคารพสิทธิส่วนบุคคลของกลุ่มคนที่เราต้องเข้าไปศึกษาวิจัยด้วย ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและต้องการการพิจารณาอย่างรอบคอบทุกด้าน ผู้ทำการศึกษาวิจัยอาจจะมองบางประเด็นไม่ครบถ้วน ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพึ่งพาการพิจารณาและมุมมองจากคนอื่นด้วย
ตรงนี้ผู้ที่จะช่วยเหลือนักวิจัยได้ดีที่สุดเห็นจะเป็นคณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยที่ผ่านการอบรมเป็นอย่างดีแล้วเท่านั้น

ทนง ประสานพานิช
24 กันยายน 2553
โรงพยาบาลพระปกเกล้า