เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในประเทศไทยของเราที่คนไทยจะไม่ลืมและยังเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้ได้จดจำไปจนถึงลูกหลานนับเป็นความเศร้าโศกของประเทศชาติ การก่อจลาจลเผาทำลาย การใช้อาวุธสงคราม การเรียกร้องทางการเมืองที่เรียกว่าเป็น สันติอหิงสา รวมถึงการที่รัฐบาลใช้วิธีการเพื่อสลายการชุมนุมสิ่งเหล่านี้นำมาซึ่งความสูญเสีย ทั้งบุคคล ทรัพย์สิน การขาดความเชื่อมั่นของประเทศไทย จำเป็นอย่างยิ่งที่คนในชาติ ต้องช่วยกันฟื้นฟูให้คนไทยเป็นเมืองที่มีแต่รอยยิ้ม เมืองแห่งพระพุทธศาสนาและยังคงเป็นแหล่งสวรรค์ของนักท่องเที่ยวเช่นเดิม จากผลการสำรวจของสวนดุสิตโพลได้นำเสนอการวิธีการฟื้นฟูสภาพจิตใจของคนไทยที่ดีที่สุดก็คือ คนไทยทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจและเป็นกำลังใจให้กันและกัน ถ้าไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเช่นนี้อีกต้องปลูกจิตสำนึกให้คนไทยทุกคน รักกันสมัครสมานสามัคคีปรองดอง/รักชาติบ้านเมืองอีกทั้งการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมทางภาษา การเกิดศัพท์ใหม่ที่จะต้องจดบันทึกเอาไว้ราชบัณฑิตเตรียมบัญญัติศัพท์ในเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองใน พจนานุกรมศัพท์ใหม่ อาทิ สุ่มเสี่ยง ก่อการร้าย ขอคืนพื้นที่ หรือกระชับพื้นที่ แผนปรองดอง เยียวยา หรือ แม้แต่ศัพท์ที่วัยรุ่นนำมาใช้ เช่น เหวง ตู่ เป็นต้น ถือว่าเป็นคำใหม่ที่ยังไม่ได้นำมาบรรจุลงในพจนานุกรมและจำเป็นต้องมีการแปลความเพื่อให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้นในด้านของความหมายและคำจำกัดความ การแยกความชัดเจนในการบรรจุหรือจัดเป็นพจนานุกรมทางด้านการเมืองเพื่อให้เกิดการศึกษาต่อไป นอกจากการเกิดขึ้นของคำศัพท์ใหม่ๆที่รัฐบาลนำมาใช้เพื่ออธิบายหรือสร้างความเข้าใจในการดำเนินการทางด้านการเมืองนั้น ความบอบช้ำที่เกิดขึ้นจากการก่อจราจล การเผาทั้งสถานที่ราชการ การใช้อาวุธ การจัดตั้งเวทีชุมนุมที่แยกราชประสงค์ซึ่งถือว่าเป็นย่านธุรกิจที่สำคัญส่งผลต่อจิตใจของคนไทยเป็นอย่างมาก มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต โดยสวนดุสิตโพล ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนในด้านการฟื้นฟูจิตใจหลังจากการเกิดปัญหาทางการเมือง ผู้เขียนได้ขอยกผลสำรวจ 2 ประเด็นที่มีความน่าสนใจ คือ วิธีการที่จะช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจของคนไทยทั้งประเทศ อันดับ 1 คนไทยทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจกันฝ่าฟันเหตุการณ์ร้ายนี้ให้ผ่านไป /เป็นกำลังใจให้กันและกัน 51.61% อันดับ 2 รัฐบาลต้องให้ความดูแล ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ครอบครัว / ญาติของผู้เสียชีวิต และผู้ที่ตกงานอย่างเร่งด่วน 22.02% อันดับ 3 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคม ฯ กระทรวงแรงงานต้องเร่งหามาตรการหรือแนวทางที่จะช่วยเหลือและฟื้นฟูสภาพจิตใจ ของคนไทย 16.56% อันดับ 4 ส่งเจ้าหน้าที่หรืออาสาสมัครลงไปในพื้นที่เพื่อเยียวยาและ ฟื้นฟูสภาพจิตใจ 9.81% และ ประชาชนคิดว่าควรทำอย่างไร? จึงจะทำให้บ้านเมืองสงบสุขและจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกอันดับ 1 ปลูกจิตสำนึกให้คนไทยทุกคนรักกัน สมัครสมานสามัคคี ปรองดองกัน /รักชาติบ้านเมือง 61.39% อันดับ 2 ต้องปฏิรูปโครงสร้างของประเทศไทยในทุกด้านให้ควบคู่กันไป โดยเฉพาะการขยายโอกาสทางการศึกษาให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ 16.27% อันดับ 3 ต้องให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ลดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน /สร้างอาชีพ สร้างรายได้ 11.90% อันดับ 4 นักการเมืองจะต้องมีคุณธรรม จริยธรรม /บริหารบ้านเมืองด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม 10.44 ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่คนไทยทุกคนต้องทำตอนนี้คือการร่วมมือร่วมใจกัน มิใช่การเล่นสีหรือสาดโคลนใส่กันแต่ต้องร่วมมือร่วมใจกัน เป็นกำลังให้กัน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชนทุกคนในประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นคนไทย ฝ่าฟันอุปสรรคให้สามารถพัฒนาประเทศ ให้คนไทยเห็นว่าเมืองไทยเป็นเมืองสวรรค์แห่งรอยยิ้ม ส่งเสริมให้ชาวต่างชาติเห็นถึงความงดงามของสังคมไทยดังเก่าก่อนต่อไป
อ.หยาดพิรุณ นาชัยสินธุ์ หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ศูนย์ตรัง