๔.๔ การสร้างความเป็นพลเมืองของนิสิตนักศึกษา อาจารย์และบุคลากร การพัฒนาองค์ความรู้และกระบวนการกำหนดวิชาความเป็นพลเมืองแก่นิสิตนักศึกษาทุกคน เพื่อปลูกฝังจิตอาสา ความเป็นธรรม รู้จักเหตุผล มีจิตสำนึก สร้างทักษะการประมวลความรู้ วิเคราะห์ข้อเท็จจริง กลั่นกรองรอบด้าน รู้เท่าทันสถานการณ์ที่แท้จริง การสร้างความปรองดองต้องเน้นที่กระบวนการส่งเสริมบทบาทของการมีส่วนร่วมของเยาวชนในสังคมท้องถิ่นและชุมชน รูปแบบการมีส่วนร่วมจากภายในมหาวิทยาลัยสู่การมีส่วนร่วมที่เป็นเครือข่ายภายนอกมหาวิทยาลัย เช่น สภาเยาวชน เครือข่ายสังคมทางอินเตอร์เน็ต (Social Net)
๔.๕ การสร้างบรรยากาศเพื่อการปรับตัวของสถาบันอุดมศึกษา
การดำเนินการของสถาบันอุดมศึกษาเพื่อร่วมสร้างประเทศไทยน่าอยู่ มีกระบวนการที่สนับสนุนให้สถาบันอุดมศึกษาปรับบทบาทและวิธีทำงานที่เอื้อต่อการขับเคลื่อนในการขจัดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งถือว่าเป็นการปฏิรูปอุดมศึกษา ในบทบาทและการมีส่วนร่วมในการรับใช้สังคม ด้วยกลไกดังต่อไปนี้
๔.๕.๑ การปรับมาตรฐานอุดมศึกษาให้สถาบันอุดมศึกษาสามารถปรับบทบาทไปสู่สถาบันอุดมศึกษารับใช้สังคม ประกอบด้วย
๔.๕.๑.๑ มาตรฐานหลักสูตรให้มีความยืดหยุ่นเอื้อต่อสถาบันอุดมศึกษาสามารถจัดเนื้อหา สาระ และกระบวนการเรียนรู้ แก่นิสิตนักศึกษาในกลุ่มการศึกษาทั่วไป และกลุ่มวิชาชีพ รวมทั้งสนับสนุนให้สถาบันอุดมศึกษาที่มีความพร้อม จัดการศึกษาศิลปะวิทยาศาสตร์ (Liberal arts Education)
๔.๕.๑.๒ กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาเป็นเครื่องมือในการนำนโยบายสู่การปฏิบัติในสถาบันอุดมศึกษา โดยมุ่งเน้นผลการเรียนรู้ของบัณฑิตตามมาตรฐานการเรียนรู้ ๕ ด้าน คือ ด้านคุณธรรมจริยธรรม, ด้านความรู้, ด้านทักษะทางปัญญา, ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ และด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยี
๔.๕.๑.๓ มาตรฐานการสอน การวิจัย การบริการวิชาการแก่สังคม ด้วยการสนับสนุนให้เครือข่ายการพัฒนาวิชาชีพอาจารย์และองค์กรระดับอุดมศึกษาในการปรับปรุงการเรียนการสอน การแสวงหาความรู้ใหม่ของอาจารย์ให้ทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมท้องถิ่นและกระแสโลก สามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่สังคม
๔.๕.๒ ระบบแผนงาน แผนเงิน และแผนคน กำหนดให้เพิ่มแผนงาน พัฒนาวิชาการสายรับใช้สังคมและจัดตั้งงบประมาณตามแผนงานดังกล่าว สำหรับแผนคนส่งเสริมให้ปรับหลักเกณฑ์การเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการให้สามารถรองรับกลุ่มวิชาการรับใช้สังคม
๔.๕.๓ การจัดโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ เครือข่ายเทคโนโลยีเพื่อรองรับผลงาน หรือ เผยแพร่วารสารงานวิชาการรับใช้สังคมไทย (Public library of Thailand : PLoT) ที่ทุกคนสามารถเข้ามาเรียนรู้ โดยเน้นบริบทของการประยุกต์ใช้และเนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของระบบวิจัยจึงต้องร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
๔.๕.๔ การจัดเวทีนำเสนอผลงาน ทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ การเปิดพื้นที่สำหรับนักวิชาการ นักวิจัย ที่ทำงานสายรับใช้สังคม มีโอกาสนำเสนอผลงานวิจัยเพื่อสังคม เผยแพร่สู่สาธารณชน และมีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวคิด ความรู้ ประสบการณ์ระหว่างกัน เพื่อนำไปสู่แนวทางในการพัฒนางานวิจัย หรือทำงานวิชาการร่วมกันเพื่อรับใช้สังคมตามเป้าประสงค์ต่อไป
๔.๕.๕ การชมเชย การให้กำลังใจแก่ผู้ที่ดำเนินการ การเผยแพร่กรณีตัวอย่างที่ดี (Best Practice) สำหรับการเสริมสร้างขวัญกำลังใจ แรงจูงใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน และสถาบันอุดมศึกษารับใช้สังคม ให้มุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ผลงานและพัฒนางานเพื่อสังคม อันนำไปสู่การดำเนินงานที่เกิดประโยชน์แก่ชุมชน ท้องถิ่น
ที่มาข้อมูล : สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
ทีโกสรัมย์
๒๒ ก.ย.๒๕๕๓