โทรศัพท์มือถือบีบีเป็นที่นิยมกันในหมู่วัยรุ่นในปัจจุบัน

 วัยรุ่นกับการใช้โทรศัพท์มือถือบีบี

                ผลสำรวจวัยรุ่นไทยแฮปปี้ใช้สมาร์ทโฟนแบล็กเบอร์รี่และไอโฟนตามกระแสในกลุ่มเพื่อนไม่เลิก ตอบสนองความนิยมเครือข่ายสังคมได้ดีที่สุด พบช่วงอายุ 18-24 ปีใช้เวลากับสมาร์ทโฟนมากที่สุด ทำให้เชื่อว่าแคมเปญการตลาดของแบรนด์วัยรุ่นไทยจะหันมาใช้สมาร์ทโฟนเป็นช่องทางการสื่อสารในวงกว้างภายใน 4-5 ปีนับจากนี้

                จากการสำรวจที่จัดทำขึ้นโดยแมคแคนพัลส์ในชื่อ 'Mobile Watch เจาะลึกวัฒนธรรมสมาร์ทโฟน' สำรวจโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำของกรุงเทพฯ อย่าง จุฬาลงกรณ์ฯ ธรรมศาสตร์ เอแบค หอการค้าไทย ฯลฯ และผู้เริ่มต้นทำงาน พบว่าวัยรุ่นไทยกลุ่มอายุ 18-24 ปีใช้เวลากับสมาร์ทโฟนมากกว่ากลุ่มอายุ 25 ปีหรือคนทำงานทั่วไป ส่วนใหญ่ใช้งานทันทีที่มีเวลาว่าง และการใช้งานด้านข้อมูลไม่ได้ทำให้อัตราการโทรศัพท์ด้วยเสียงลดลง

                ความนิยมในเครือข่ายสังคมของวัยรุ่น ทำให้บีบีมาแรงที่สุดในวัยรุ่นไทย เพราะบีบีตอบโจทย์ด้านเครือข่ายสังคมได้มากกว่า เด็กบางคนบอกเลยว่าโนเกียไม่ใช้ มีแต่คนแก่ใช้งาน ไม่มีบีบีเอ็ม เพื่อนฝูงก็ไม่ได้ใช้ ขณะที่บางคนซื้อไอโฟนมาก่อน แต่สุดท้ายก็ต้องซื้อบีบีเพิ่มอีกเครื่องเพราะไม่รู้ว่าเพื่อนคุยอะไรกัน' วฤตดา วรอาคม Consumer Insights Director จากบริษัท แมคแคน เวิลด์กรุ๊ป (ประเทศไทย) กล่าวว่า

                การสำรวจพบว่า วัยรุ่นไทยใช้งาน 'บีบีเอ็ม' หรือโปรแกรมแชตระหว่างเครื่องบีบีมากที่สุด รองลงมาคือเฟซบุ๊ก นอกนั้นเป็นแอปพลิเคชั่นย่อยๆ โดยวัยรุ่นไทยต้องการให้บีบีมีหน้าจอที่ดีขึ้น และอยากให้ไอโฟนสามารถสื่อสารกับบีบีได้ 'ส่วนใหญ่แฮปปี้กับบีบีและไอโฟน กลุ่มตัวอย่างไม่ค่อยพูดถึงแอนดรอยด์' และจากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างจำนวน 40 คน แบ่งออกเป็นผู้ใช้แบล็กเบอร์รี่หรือบีบีและไอโฟนกลุ่มละเท่าๆ กันโดยไม่จำกัดโอเปอเรเตอร์ ผลการสำรวจพบว่าราคาที่วัยรุ่นไทยพึงพอใจจ่ายเพื่อซื้อสมาร์ทโฟนคือ 10,000-15,000 บาท ราคาการใช้งานข้อมูลอยู่ที่ 300-600 บาท ราคารวมค่าโทรศัพท์อยู่ที่ 500-1,000 บาท

       ผลสรุปสำคัญจากการศึกษาครั้งนี้คือ สมาร์ทโฟนกลายเป็นหน้าจอหรือสกรีนที่กลุ่มวัยรุ่นมองเห็นบ่อยที่สุดในชีวิตประจำวัน วิธีที่นักการตลาดจะสามารถเข้าถึงวัยรุ่นผู้มีความเป็นส่วนตัวสูงและต้องการประสบการณ์ใหม่ๆ เชื่อว่าน่าจะเป็นการใช้นานาแอปพลิเคชั่นสมาร์ทโฟนที่โดนใจวัยรุ่น ซึ่งแมคแคนมองว่านี่คือสัญญาณที่ชี้ว่าแคมเปญการตลาดของแบรนด์สินค้าวัยรุ่นจะเริ่มให้ความสำคัญกับสมาร์ทโฟนมากขึ้นในช่วง 4-5 ปีนับจากนี้ ซึ่งเป็นเวลาที่สมาร์ทโฟนจะมีราคาถูกลงจนกลายเป็นอุปกรณ์ที่มีการใช้งานในวงกว้าง

       'สินค้าประเภทเทคโนโลยี เครื่องดื่ม และอาหาร เริ่มใช้เทคโนโลยีโมบายในการทำตลาดแล้ว

 แบรนด์ที่เป็นวัยรุ่นจริงๆ จะเริ่มหันมาเล่นกับแอปพลิเคชั่นที่อิงจากสถานที่ที่วัยรุ่นไป และเวลาที่วัยรุ่นอยู่จริงๆ เน้นการทำให้วัยรุ่นได้รับประสบการณ์ใหม่แบบไม่ยัดเยียด' วฤตดา กล่าวและระบุว่า 'ยังไม่สามารถประมาณมูลค่าแคมเปญการตลาดเฉพาะในสมาร์ทโฟนได้ เนื่องจากแคมเปญการตลาดหนึ่งๆมักผูกกับหลายสื่อหลายช่องทาง แต่เชื่อว่าแคมเปญการตลาดสินค้าวัยรุ่นในไทยจะหันมาเล่นกับตลาดสมาร์ทโฟนมากขึ้นแน่นอน'