“สติทำหน้าที่มากขนาดนี้เชียว” “ใช่แล้วโยม พระเปรียบว่า สติเหมือนเสาหลัก เหมือนนายประตู เหมือนขุนคลัง เหมือนหางเสือ” “สติมีประโยชน์มากจริงๆ”
ไม่ประมาทในธรรม-3
โสภณ เปียสนิท
...........................
“สติทำหน้าที่มากขนาดนี้เชียว” “ใช่แล้วโยม พระเปรียบว่า สติเหมือนเสาหลัก เหมือนนายประตู เหมือนขุนคลัง เหมือนหางเสือ” “สติมีประโยชน์มากจริงๆ” เขาเห็นด้วยกับพระจึงถามต่อว่า “ประโยชน์ของสติยังมีอะไรอีก” “มีอยู่ สติควบคุมรักษาสภาพจิตให้อยู่ในภาวะที่ต้องการ “เมื่อมีสติก็ย่อมมีสมาธิ” ฝึกสติทำให้ระลึกถึงการเว้นจากทุจริต ระลึกถึงการประพฤติสุจริต ระลึกถึงทุกข์ในอบายภูมิ ระลึกถึงทุกข์แห่งการเวียนว่ายตายเกิด ระลึกถึงกรรมฐานเพื่อละกิเลสเสมอ”
เขานิ่งคิดและกล่าวแย้งว่า “ชีวิตชาวบ้านคงไปไม่ถึงการละกิเลสอะไรนั่นหรอกครับหลวงปู่” พระมองหน้าและสอนว่า “นั่นเป็นเพราะเขาไม่รู้ว่า กิเลสทำให้คนคิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่ว ในที่ก็พาตัวเองไปสู่เคราะห์กรรมนานา” “ใช่ เหมือนที่ผมรับกรรมอยู่ขณะนี้” “แต่มีทุกข์ก็ดีไปอย่าง” “ดีอย่างไรครับหลวงปู่ ผมทุกข์จะแย่” พระชรายิ้มจนรอยชราบนใบหน้าเด่นชัด “ไม่ทุกข์ไม่เห็นธรรม นี่ชักเริ่มตาสว่างแล้วซิ”
เขายิ้มรับแล้วถามต่อ “สิ่งที่ไม่ควรประมาทยังมีอีกหรือไม่” “คนเราไม่ควรประมาทในเรื่องเวลา วัย ความไม่มีโรค ชีวิต การงาน การศึกษา การปฏิบัติธรรม” “ขอคำอธิบายเพิ่มเติมหน่อยครับหลวงปู่” “เวลาเหมือนสายน้ำผ่านไปแล้วไม่ย้อนคืน วัยของคนก็เช่นกัน วันนี้ไม่มีโรคแต่พรุ่งนี้ไม่แน่ ชีวิตอาจสิ้นลงเมื่อใดก็ได้ การงานต้องตั้งใจทำ การศึกษาเป็นรากฐานของชีวิต การปฏิบัติธรรมต้องเร่งเรียนรู้และลงมือทำ” “การปฏิบัติธรรมเป็นเรื่องของพระเณรนะหลวงปู่” “ใครบอกโยมเล่า เป็นเรื่องของทุกคนต่างหาก”
สวัสดีค่ะอาจารย์
คนเราถ้ามีสติก็ย่อมมีสมาธิ โอกาสผิดพลาดก็มีน้อย และคิดดี พูดดี ทำดี นะคะ
เรียนคุณครูอิ๊ด
ภาพอันเป็นมงคล แก่ชีวิตครับ เห็นแล้วชื่นชมย่อมได้บุญ
ก่อนเราคิดจะทำอะไรลงไปเราต้องมีสติคิดก่อนทำเสมอค่ะ
เรียนหนูดวงใจ