ละหมาดอีดิลฟิฏรี

สิ่งที่ควรปฏิบัติในวันอีดิ้ลฟิฏรี

     1.เตรียมตัวเพื่อไปละหมาดอีดิลฟิฏรี ด้วยการทำความสะอาดร่างกายและส่วมใส่เสื้อผ้าที่สวยงาม
รายงานจากนาเฟียะ เราะฎิยัลลอฮุอันฮู ว่า  แท้จริงอิบนุอุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮู อาบน้ำในวันอิดิ้ลฟิฎรี ก่อนที่จะไปยังสถานที่ละหมาด(มุศอ็ลลา)แต่เช้าตรู่ – รายงานโดยอิหม่ามมาลิก ในอัลมุวัฏฏออฺ ด้วยสายรายงานที่เศาะเฮียะ ท่านหาฟิซอิบนุหะญัร(ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน)กล่าวว่า
อิบนุอบีดุนยาและอัลบัยฮะกีย์ ได้รายงานด้วยสายรายงานที่เศาะเฮียะ สืบไปถึง อิบนุอุมัร ว่า เขาสวมใส่เสื้อผ้าที่สวยที่สุด ในวันอีดทั้งสอง” – ดู ฟัตหุ้ลบารีย์ เล่ม 2 หน้า 51
     2. ก่อนออกไปละหมาดอีดิ้ลฟิฏรี ชอบ(มีสุนนะฮ)ให้รับประท่านอินทผลัมก่อน หนึ่งเม็ด,สามเม็ด หรือมากกว่านั้น โดยให้เป็นจำนวนคี่ รายงานจากอะนัส เราะฎิยัลลอฮุอันฮูว่า
ปรากฏว่าท่านนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จะไม่ออกไปในวันอีดแต่เช้าตรู่ จนกว่าท่านจะรับประทานอินทผลัมหลายเม็ด และท่านกินมันเป็นจำนวนคี่”- บันทึกโดย อัลบุคอรี
    3. มีสุนนะฮให้กล่าวตักบีรด้วยเสียงดังสำหรับผู้ชายและด้วยเสียงค่อยสำหรับผู้หญิง ดังหะดิษอับดุลลอฮ บิน อุมัร ระบุว่า

แท้จริง ปรากฏว่า รซูลุ้ลลอฮ ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ออกไปละหมาดอีดทั้งสอง โดยกล่าวตะฮลีลและกล่าวตักบีร ด้วยเสียงดัง – เป็นหะดิษเศาะเฮียะ ดู อัลอิรวาอฺ เล่ม 3 หน้า 123

รายงานจากนาเฟียะว่า “แท้จริงอิบนุอุมัร เมื่อออกไปในวันอีดิลฟิฎรีและอีดิลอัฎหา แต่เช้าตรู่ เขาได้ตักบีร ด้วยเสียงดัง จนกระทั้งถึงสถานที่ละหมาด(มุศอ็ลลา) หลังจากนั้นก็ได้ตักบีร จนกระทั้งอิหม่ามมาถึง แล้วจึงกล่าวตักบีร ด้วยการตักบีรของอิหม่าม” – บันทึกโดย อัดดารุ้ลกุฏนีย์ ด้วยสายรายงานที่เศาะเฮียะ สำหรับถ้อยคำที่ใช้กล่าวตักบีรนั้น มีรายงานว่า
จากอิบนุมัสอูด เราะฎิยัลลอฮุอันฮู ว่า เขาได้กล่าวตักบีร ในบรรดาวันตัชรีกว่า “ อัลลอฮุอักบัร,อัลลอฮุอักบัร,ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮุ วัลลอฮุอักบัร,อัลลอฮุอักบัร วะลิ้ลลาฮิลหัมดุ” – บันทึกโดย อิบนุอบีชัยบะฮ ด้วยสายรายงานที่เศาะเฮียะ

    4. มีสุนนะฮให้เดินทางไปละหมาดอีดิ้ลฟิตรี โดยการเดินเท้า ดังหะดิษท่านอาลี เราะฎิยัลลอฮุอันฮู กล่าวว่า   ส่วนหนึ่งจากสุนนะฮ คือ การออกไปละหมาดอีด โดยการเดินเท้า”
 – บันทึกโดย อัตติรมิซีย์

    5. มีสุนนะฮให้ไปละหมาดอีดทางหนึ่งแล้วกลับอีกทางหนึ่ง ดังหะดิษญาบีร เราะฎิยัลลอฮุอันฮู กล่าวว่า  ปรากฏว่ารซูลุ้ลลอฮ ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เมื่อถึงวันอีด ท่านจะสลับทางเดิน – บันทึกโดย อัลบุคอรี

    6. การละหมาดอีด ไม่มีสุนนะฮให้อาซานและอิกอมะฮ จากอิบนุอับบาส เราะฏิยัลลอฮุอันฮู ว่า “แท้จริงรซูลุ้ลลอฮ ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ละหมาดอีด โดยไม่มีการอาซานและอิกอมะฮ”
 – เศาะเฮียะสุนนันอบีดาวูด
    7. เมื่อต้องการจะกล่าวอวยพร ก็ให้กล่าวคำว่า “ตะก็อบบะลัลลอฮุมินนา วะมิงกุม” อิบนุตัรกะมูนีย์ กล่าวว่า ในเรื่องนี้ มีหะดิษ อยู่ในระดับที่ดี คือ หะดิษมุหัมหมัด บินซิยาด กล่าวว่า “ข้าพเจ้าพร้อมกับ อบีอะมามะฮ อัลบาฮิลีย์ และคนอื่นจากเขา จากบรรดเหล่าสาวกของท่านนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ปรากฏว่าเมื่อพวกเขากลับ บางส่วนของของพวกเขาจะกล่าวกับอีกบางส่วนว่า “ขออัลลอฮได้โปรดรับจากเราและจากท่านด้วย” อิหม่ามอะหมัด บิน หัมบัล กล่าวว่า “สายรายงานของหะดิษนี้อยู่ในระดับดี – ดู อัลเญาฮะรุนนะกีย์ เล่ม 3 หน้า 320

 

 การจ่าย ซะกาตฟิตเราะฮฺ (ทานบังคับ) 
คือ ซะกาตที่จำเป็นจะต้องจ่ายอันเนื่องจากหมดภาระถือศีลอดในเดือนรอมฎอน ซึ่งจำเป็นแก่มุสลิมทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ชายหรือหญิง เพียงแต่ผู้ที่จะเป็นผู้จ่ายนั้นจะต้องเป็นหัวหน้าครอบครัว และผู้อุปการะผู้อื่นโดยจ่ายเพื่อตัวเขา และเพื่อคนที่อยู่ในครอบครัวทุกคน และคนที่ต้องรับผิดชอบด้วย
        สำหรับปริมาณที่ต้องจ่าย คนละ 1 ศออฺ (ในภาษาอาหรับ) หรือประมาณเกือบ 4 ลิตร ของอาหารหลักในท้องถิ่นนั้น ๆ เช่น ในประเทศไทยคือ ข้าวสาร เป็นต้นโดยจะจ่ายให้คนยากจน หรือให้เจ้าหน้าที่เก็บซะกาตของมัสญิดก็ได้ เพื่อจะได้แจกจ่ายให้แก่ผู้มีสิทธิ์รับซะกาตต่อไป
      เพราะฉะนั้นจะเห็นชาวบ้านจำนวนมากจะออกจากบ้านในคืนสุดท้ายหรือช่วงเช้าของวันอีด(ฮารีรายอ)ไปหาคนยากจนหรือ
เจ้าหน้าที่มัสยิด
 ภารกิจมุสลิมวันอีด (ฮารีรายอ)
เมื่อสำนักจุฬาราชมนตรีประกาศกำหนดวันอีดชัดเจนแล้ว มุสลิมจะมีหลักปฏิบัติ ดังนี้
           - กล่าว ตักบีร (สรรเสริญความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า) เมื่อมีการประกาศกำหนดวันอีดแล้ว มุสลิมทั้งชายและหญิงควรกล่าวตักบีรไปเวลาละหมาดอีด ในชุมชนมุสลิมจะเปิดเครื่องขยายเสียงดังที่มัสยิด
             - อาบ น้ำและทำความสะอาดร่างกาย ควรมีการอาบน้ำชำระล้างและทำความสะอาดร่างกายก่อนสวมใส่เสื้อผ้าไปยังที่ ละหมาด พร้อมทั้งขจัดขนอวัยวะเพศ ขนรักแร้ ตัดเล็บ กลิ่นกายที่น่ารังเกียจ และรบกวนผู้อื่น
              - แต่งกายด้วยอาภรณ์ที่ดี ที่สามารถหามาได้ พร้อมกับใช้น้ำหอม ยกเว้นบรรดาสตรี ซึ่งไม่อนุญาตให้พวกนางใช้น้ำหอมในการไปละหมาด
             -ไปยังที่ละหมาดตั้งแต่เช้า สำหรับผู้เป็นมะมูม (ประชาชน ทั่วไป) ควรรีบออกไปยังที่ละหมาดตั้งแต่เช้า เพื่อจองที่และรอละหมาด ยกเว้นผู้เป็นอิหม่าม (ผู้นำละหมาด)ให้ออกไปเมื่อใกล้เวลาละหมาด โดยการออกไปยังที่ละหมาดควรปฏิบัติดังนี้
                       ก.ควรออกไปและกลับด้วยการเดินเท้า นอกจากมีเหตุจำเป็น เช่น ไม่สบาย เป็นไข้ อยู่ไกล เช่นนี้อนุญาตให้ใช้พาหนะได้ 
                        ข.กล่าวตักบีรตลอดทางไปสู่ที่ละหมาด
                        ค.เดินเท้าไปและกลับควรใช้เส้นทางต่างกัน
                        ง.พาครอบครัวไปด้วยกัน
                       จ. ควรพาครอบครัว บุตร ภรรยา ไปที่ละหมาด เพื่อร่วมละหมาดหรือฟังคุฏบะฮฺ (ธรรมเทศนา) ร่วมกัน เช่นปีที่ผ่านมา ที่ปัตตานีจัดละหมาดอีดที่สนามโรงเรียนเบญจมราชูทิศมีผู้เข้าร่วมเกือบหมื่น คน
 ภารกิจหลังละหมาดอีด
          หลังละหมาดให้ต่างคนต่างแสดงความดีใจและยินดีซึ่งกันและกัน โดยให้กล่าว “ตะก๊อบ บะลัลลอฮู มินนา วะมินกุม” ซึ่งแปลว่า “ขอให้อัลลอฮฺเจ้าจงตอบแทนความดีของเรา” และขออภัยซึ่งกันและกัน หลังจากนั้นให้มีการบริจาคทานโดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาสตรี สุดท้ายไปเยี่ยมญาติและเพื่อนๆ
ถือศีลอดอีก 6 วัน
หลังจากวัน อีดิ้ลฟิตรี  ซึ่ง เป็นการถือศีลอดซุนนะฮฺ(ตามความสมัครใจและตามแบบฉบับศาสดา) ตามรายงานของอะบีอัยยู๊บ ร่อฏิยัลลอฮุอันฮฺ (อัครสาวกศาสดาท่านหนึ่ง) แจ้งว่า ท่าน     ร่อซูลุลลอฮฺ กล่าวว่า  "ผู้ใดถือศีลอดเดือนรอมฎอนแล้วติดตามหลังจากรอมฎอนอีก 6 วันจากเดือนเซาวัล เสมือนกับว่าเขาถือศีลอดทั้งปี"
          นี่ คือหลักปฏิบัติของอิสลามพอสังเขปซึ่งเป็นวิถีชีวิตของชุมชนมุสลิมภาคใต้ซึ่ง อยากจะให้เจ้าหน้าที่ของรัฐโดยเฉพาะผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับความมั่นคงเข้าใจ และนำเป็นกรอบในการกำหนดนโยบายและปฏิบัติ
ในพื้นที่ เพราะหลายๆกิจกรรมเป็นช่วงกลางคืนและดึกดื่น
         ใน ขณะเดียวกันการเรียกร้องให้องค์กรของรัฐและสังคมอื่นเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ได้อย่างสมบูรณ์นั้น มุสลิมเองต้องมีคุณลักษณะ และแสดงความเป็นมุสลิมที่ดีตามแนวทางศาสดาทุกอริยะบทของการดำเนินชีวิต รวมทั้งเข้าใจ เข้าถึงและร่วมมือกับสังคมอื่นตามกรอบที่ศาสนาได้กำหนดไว้เช่นกัน
           หากทุกฝ่ายยึดตามแนวทางที่ถูกต้องและเข้าใจซึ่งกันสังคมไทยจะอยู่ร่วมอย่างสมานฉันท์และหวังว่า “เหตุการณ์ตากใบ 2 ” คงไม่เกิดในช่วงท้ายรอมฎอนอีกครั้งในปีนี้