หลังจากที่เราทราบเกี่ยวกับประวัตของกีฒาเทเบิลเทนนิสกันแล้ว คราวนี้เรามาดูกันว่าลูกปิงปองที่เราเล่นกันอยู่ทุกวันนี้เค้าผลิตกันอย่างไร กว่าจะเป็นลูกปิงปอง 1 ลูกที่ให้ความสนุกสนานกับเรา มาดูกันดีกว่า
1. ต้องอาศัยแรงงานฝีมือและมีหลายขั้นตอน เพราะผลิตจากเซลลูลอยด์ เป็นวัสดุธรรมชาต ิภาพถ่ายต่อไปนี้ได้รับความเอื้อเฟื้อจากโรงงานผลิตลูกปิงปองโดนิก เมือง MANNHEIM เยอรมัน ที่แสดงกรรมวิธีที่น่าสนใจในการผลิตซึ่งยังคงมีวิธีผลิตเหมือนเมื่อ 110 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เพราะยังไม่มีใครสามารถหาวัตถุดิบชนิดอื่น ที่มีความคงทนและมียืดหยุ่นได้ดี เหมือนกับเซลลูลอยด์ที่ DONIC ได้ค้นพบ.
2. พิมพ์แล้วเป่า เป็นขั้นตอนแรกในการผลิต และถูกค้นพบกรรมวิธีเมื่อ 110 ปีมาแล้ว นำเซลลูลอยด์ เทลงแม่พิมพ์เหมือนกับการผลิตสินค้าที่ทำจากพลาสติกชนิดอื่นๆ เช่น ของเล่นเด็ก ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้ปัจจุบันได้เปลี่ยนมาใช้พลาสติกในการผลิตทำให้ง่ายต่อการผลิต

3. ขั้นตอนที่น่าประทับใจ การพิมพ์ลูกปิงปองจะพิมพ์ครึ่งลูก และต้องนำมาผ่านความร้อน ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะทำให้ลูกเซลลูลอยด์เด้ง ทั้งสองซีกจะมีขนาดต่างกัน ซีกหนึ่งจะเล็กและอีกซีกหนึ่งจะใหญ่กว่าเล็กน้อย
4. ลูกปิงปองที่พิมพ์เสร็จแล้วจะตกจากแม่พิมพ์และร้อนมากเพราะต้องผ่านความร้อนของไอน้ำ และต้องใช้เวลาหลายวันเพื่อรอให้แห้งสนิท

5. หลังจากทิ้งไว้ให้แห้งแล้วก็นำลูกปิงปองครึ่งซีกมาตัดขอบ โดยครึ่งเล็กตัดขอบออกหมด ส่วนครึ่งใหญ่จะเหลือขอบไว้นิดหน่อย

6. รายละเอียดแสดงขั้นตอนในการตัดขอบลูกปิงปอง
7. หลังจากตัดขอบเรียบร้อยแล้ว นำมาชั่งน้ำหนักเพื่อแยกกลุ่ม คงไม่ดีแน่ถ้าลูกปิงปอง 2 ซีกมีน้ำหนักไม่เท่ากัน ลูกอาจจะไม่ไปในทิศทางที่ต้องการ ลูกที่ผ่านการชั่งน้ำหนักแล้วจะแบ่งได้เป็น 5 กลุ่ม การชั่งน้ำหนักเป็นงานที่น่าเบื่อมากแต่จำเป็นต้องทำ

8. นำทั้งสองส่วนมาประกบกันโดยใช้กาวยางชนิดพิเศษที่สามารถเชื่อมลูกให้ติดกัน ในขั้นตอนนี้จำเป็นต้องใช้แรงงานฝีมือ โดยเลือกลูกปิงปองที่ถูกแบ่งเป็น 5 กลุ่มระหว่างขั้นตอนที่แล้ว มาประกบกันตามน้ำหนัก

9. ปล่อยลูกปิงปองที่ยังมีรอยต่ออยู่รอบนอกให้แห้ง ซึ่งยังมีขนาดใหญ่กว่าลูกปิงปองปกติทั่วไป

10. คุณคิดว่าพนักงานหนึ่งคนจะสามารถประกอบลูกปิงปองได้กี่ลูกในหนึ่งวัน?ไม่น่าเชื่อว่าจะทำได้มากกว่า 2,000 ลูก ต่อคน

11. ด้วยความร้อนจากไอน้ำ จะทำให้ลูกปิงปองมีขนาดใหญ่ขึ้นและกลวง ในขณะเดียวกันรอยต่อของลูกก็จะถูกปั๊มเข้าข้างใน ความลับที่จะทำให้ลูกกลมนั่นคือ การทดสอบให้ลูกลอยไปในทางที่ถูกต้อง ซึ่งไม่มีทางวัดได้ว่าลูกปิงปองลูกไหนจะกลม 100 %

12. พร้อมแล้วสำหรับขั้นตอนต่อไป ตอนนี้ลูกปิงปองมีขนาดใกล้เคียงกับลูกที่เสร็จสมบูรณ์ แต่ยังต้องผ่านอีกหลายขั้นตอน ผิวของลูกปิงปองยังเรียบไม่พอและยังมีน้ำหนักต่างกันถึง 5 กลุ่ม

13. ยุ่งยากอีกครั้ง... นี่คือขั้นตอนที่ต้องทิ้งลูกปิงปองไว้ในเครื่องอบที่มีความร้อนเพื่อทำให้แห้งนาน 1 อาทิตย์ โรงงานต้องการสถานที่ที่สามารถทำให้ลูกปิงปองแห้งได้หลายๆลูกในเวลาเดียวกันมาใช้ในขั้นตอนนี้ และที่สำคัญต้องประหยัดไฟด้วย

14. นี่คือสถานที่ลูกปิงปองจะถูกบรรจุใส่ถังเป่าทรายและหมุนไปหลายต่อหลายรอบ เพื่อให้ผิวลูกปิงปองเรียบ ลูกที่มีน้ำหนักมากสามารถปรับปรุงให้มีน้ำหนักเบาลงได้แต่ลูกที่เบาหมุนอยู่ในถังได้ไม่นานก็จะถูกคัดออก

15. นำมาคัดลูกปิงปองที่มีคุณภาพโดยเครื่องชั่งอัตโนมัติลูกที่มีน้ำหนักเกินจะถูกนำกลับเข้าไปในถังอีกครั้งเพื่อลดน้ำหนักและจะถูกนำมาตรวจสอบน้ำหนักใหม่อีกรอบ

16.ตรวจสอบสภาพผิวและความทนทานของลูก เครื่องจักรนี้จะทำการ ตรวจสอบและวัดรอบๆลูก ซึ่งลูกปิงปองจะต้องได้รับการตรวจสภาพทุกลูกไม่มีการยกเว้น

17. เครื่องทดสอบการหมุน เรามีการแบ่งมาตราฐานของลูกปิงปองง่ายๆโดยใช้สัญลักษณ์ดาว มีขั้นตอนการวัดโดยปล่อยให้ลูกหมุนไปในมุม 6 องศาถ้าลูกหมุนตรงไปยังจุดที่กำหนดจะติดเครื่องหมาย 3 ดาว ถ้าปานกลางจะติดเครื่องหมาย 2 ดาว และถ้าไปทางซ้ายจะติด 1 ดาว สิ่งที่สำคัญต้องใส่ลูกปิงปองทางขวาด้วยแรงดึงดูดทางซ้าย จะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับน้ำหนักของลูก

18. นี่คือ วิธีการที่จะทดสอบความหมุน ปล่อยให้ลูกหมุนไปรอจนกว่าจะหยุดและตกลงไปในหลุมแก้ว เมื่อลูกอยู่ตรงจุดศูนย์กลางของแรงดึงดูด ใช้คีมชนิดพิเศษจับขึ้นมาและหมุนประมาณ 90 องศาทางขวาจุดศูนย์กลางจะอยู่ทางซ้าย

19. หนทางยาวไกลกว่าจะได้ติดดาว ตอนนี้ลูกปิงปองจะได้ติดเครื่องหมาย 1, 2 และ 3 ดาว พร้อมด้วยเครื่องหมายการค้าแห่งตำนานลูกปิงปอง...

20. ขั้นตอนสุดท้ายแต่ไม่ใช่ท้ายสุด นำลูกปิงปองมาเข้าเครื่องบรรจุหีบห่อ...... ตอนนี้คุณก็แค่ซื้อลูกปิงปองเท่านั้นเอง.....

ดีครับ
กว่าจะได้ลูกปิงปองหนึ่งลูกยากมากๆ
กรรมวิธีการผลิตดูมีมาตรฐานมากๆเลยค่ะ น่าสนใจมากเลย
ว้าว
อ่อ...มันเป็นอย่างนี้นี่เองงงงง
ทีแรกนึกว่าลูกชิ้นต้ม
555+
กว่าจะได้...