น้องผมเพิ่งสอบเสร็จและกำลังกังวลใจหลังใช้สมองอ่านหนังสือนาน 1 ปี...ผมจึงอยากทดสอบความไวตอบสนองการรับความรู้สึกที่จัดการจิตที่ล้าได้ในบันทึกนี้

เริ่มจากวัดเวลาการตอบสนองการรับความรู้สึกของการมองเห็น เลือกเวลาที่เร็วที่สุดหนึ่งในห้าครั้งการทดสอบ

ได้แก่ 0.322, 0.248, 0.221, 0.266, และ 0.208 วินาที

เวลาที่น้องของผมตอบสนองเร็วสุดคือ 0.208 วินาที

จากนั้นตามด้วยการวัดเวลาการตอบสนองการรับความรู้สึกของการได้ยิน เลือกเวลาที่เร็วที่สุดหนึ่งในห้าครั้งการทดสอบ

ได้แก่  0.288, 0.213, 0.176, 0.187, และ 0.194 วินาที

เวลาที่น้องของผมตอบสนองเร็วสุดคือ 0.176 วินาที

จากนั้นผมให้น้องสำรวจสิ่งแวดล้อมที่หลากหลายความรู้สึก จะอยู่ จะเล่น จะทำอะไรก็ได้ ใน 15 นาที ได้แก่ การมองเห็นแสงที่มีวัตถุเคลื่อนไหว การมองเห็นแสงที่มีภาพเคลื่อนไหว การมองเห็นม่านแสงที่อยู่นิ่ง การมองเห็นและได้ยินแสงสีที่สดใส การมองเห็นแสงที่เปลี่ยนตามจังหวะการพูด การโยกตัวบนเปลไกวมา การนอนบนอ่างบอลและสัมผัสบอลใสที่มีแสงผ่านได้ เป็นต้น

ตามด้วยการให้โอกาสเลือกความรู้สึกต่อสิ่งแวดล้อมหนึ่งฐานที่สบายที่สุด แล้วอยู่กับความสุขนั้นนาน 5 นาที

สุดท้ายวัดเวลาการตอบสนองการรับความรู้สึกของการมองเห็น เลือกเวลาที่เร็วที่สุดหนึ่งในห้าครั้งการทดสอบ

ได้แก่ 0.255, 0.467, 0.237, 0.185, และ 0.166 วินาที

เวลาที่น้องของผมตอบสนองเร็วสุดคือ 0.166 วินาที

และวัดเวลาการตอบสนองการรับความรู้สึกของการได้ยิน เลือกเวลาที่เร็วที่สุดหนึ่งในห้าครั้งการทดสอบ

ได้แก่  0.180, 0.250, 0.249, 0.205, และ 0.152 วินาที

เวลาที่น้องของผมตอบสนองเร็วสุดคือ 0.152 วินาที

จะเห็นว่าน้องของผมเรียนรู้การผ่อนคลายความล้าทางจิตที่มาจากการทำงานของสมองที่รับข้อมูลภาพและเสียงได้ กล่าวคือ เวลาการตอบสนองของการมองเห็นไวขึ้น 0.042 วินาที และการได้ยินไวขึ้น 0.024 วินาที หลังจากได้มีเวลาว่างและเลือกความรู้สึกสบายในสิ่งแวดล้อมที่หลากหลายความรู้สึก พร้อมฝึกผ่อนคลายด้วยตนเอง

อย่างไรก็ตามข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นว่า "น้องของผมยังผ่อนคลายจิตจากข้อมูลเสียงไม่มากนักเมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลภาพ" เพราะการผ่อนคลายจิตจากข้อมูลภาพที่ดีทีสุดคือ การหลับตาและไม่รับรู้ข้อมูลใดๆ แต่การผ่อนคลายจิตจากข้อมูลเสียงที่ดีที่สุดคือ การหลับตาและการปิดหูพร้อมฝึกจิตสำนึกให้สมองตัดข้อมูลที่เป็นอารมณ์ พร้อมแยกแยะทบทวนให้เกิดการรู้คิดกับข้อมูลที่เป็นจริงในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตด้วยความสุขและความมั่นใจ ซึ่งอาจใช้เวลาในการฝึกฝนที่เรียกว่า Mental Life Practice อีก 3 ครั้งในสิ่งแวดล้อมที่หลากหลายความรู้สึก และอีก 3 ครั้งในสิ่งแวดล้อมจริงในสถานการณ์ชีวิตที่ปรับความรู้สึกได้จากจิตสำนึกที่ผ่อนคลายได้ทันที