ขณะที่กำลังสอนเด็ก LD คนหนึ่งที่โรงเรียนวันนี้ เด็กคนนั้นถามดิฉันว่า "ครูครับ ทำไมถึงต้องแยกผมมาเรียน ทำไมไม่ให้ผมเรียนรวมกับเพื่อน รู้มั๊ยคะว่า ความรู้สึกแรกของดิฉันคือสงสารเด็กคนนนั้นจับใจ แม้ว่าคำตอบคือเพราะเขาเป็นเด็ก LD แต่ตั้งแต่ที่ดิฉันสอนมา ดิฉันไม่เคยพูดว่าเด็กคนไหนเป็นเด็ก LD เพราะไม่อยากจะตอกยำความรู้สึกที่เป็นปมด้อยของเด็ก
แม้ว่าจริงๆแล้ว มีการจำกัดนิยามของเด็ก LD ทางการศึกษาไว้มากมาย ได้แก่
นิยามของคำว่า ความบกพร่องทางการศึกษา (Learning Disabilities ใช้ชื่อย่อว่า LD) อาจมีหลายนิยาม
นิยามที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน มีระดับสติปัญญาเข้ามาเกี่ยวข้องนั่นคือ เป็นเด็กที่อ่านไม่คล่อง เขียนไม่คล่องที่มีระดับสติปัญญา 90 ขึ้นไป นิยามนี้ไม่ครอบคลุมถึงเด็กเรียนช้าที่มีระดับสติปัญญา 71-89
นิยามของเด็ก LD อาจใช้ผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านการเขียนเป็นดรรชนีกำหนด นั่นคือ เป็นเด็กที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านตำกว่าเพื่อนในวัยเรียนเดียวกัน 2 ชั้น เช่น เด็กเรียนอยู่ชั้น ป.4 แต่มีความสามารถการอ่านการเขียนเท่ากับนักเรียนชั้น ป.2 ซึ่งตำลงไป 2 ชั้น นิยามนี้ทำให้ง่ายต่อการจัดการศึกษา
นิยามล่าสุดของเด็ก LD พิจารณาจากความบกพร่องในการรับและแปลผลข้อมูล ( Information Processing ) ซึ่งอาจจะเป็นการแปลผลข้อมูลทางสายตา หรือทางการฟัง เด็กที่แปลผลข้อมูลที่ได้พบเห็นและ/หรือได้ยินได้ไม่ดีเท่าเด็กอื่นในวัยเดียวกัน จัดเป็นเด็ก LD
การคัดแยกเด็กจึงดำเนินการตามนิยาม เด็กที่อ่านไม่คล่องเขียนไม่คล่องตามนิยามนี้ เรียกว่า เด็ก LD เฉพาะทาง ภาษาอังกฤษใช้คำว่า SLD (Specific Learning Disabilities)
และเด็กคนนั้นก็อยู่ในนิยามเหล่านั้น แต่สิ่งที่ดิฉันให้คำตอบเด็กไป คือ เพราะครูรักเธอ ครูอยากให้เธอสามารถเรียนกับเพื่อนได้ในอนาคต ครูจึงจำเป็นต้องแยกเธอออกมา
เด็กคนนั้นยิ้มและตั้งใจเรียน......ต่อไป