เด็กยกพวกตีกัน
ผมยั่งใจอยู่หลายวันว่าจะเขียนเรื่องนี้ดีหรือไม่ ภายหลังจากให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อไปหลายแขนง แล้วก็ลงมือนำเสนอ ณ ที่นี้เพียงแห่งเดียวอย่างเป็นทางการ
หนึ่ง เด็กยกพวกตีกัน อย่าเอาบาปไปลงที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เขาไม่เกี่ยวอะไรด้วย อีกทั้งผู้ใหญ่ก็ไม่มีสิทธิทำเช่นนั้น เพราะอำนาจสั่งการลงโทษเช่นไรเป็นเรื่องของ ศาลสถิตยุติธรรม
สอง เด็กยกพวกตีกัน อย่าเอาบาปไปลงที่สถานศึกษา ด้วยการปิดเรียน เพราะเด็กในสถานศึกษานั้นๆ ส่วนใหญ่ไม่ได้เกเรด้วย กลับต้องโดนลงโทษไปด้วย ซึ่งไม่เป็นธรรม
สาม เด็กยกพวกตีกัน ถ้าใครทำร้ายใคร รุนแรงเพียงใด ก็มีโทษตามที่กฎหมายบัญญัติ อย่าคิดว่าโทษอาญาสำหรับเด็กตีกันไม่รุนแรงนะครับ ถ้าทำร้ายถึงตายติดคุกไม่ต่ำกว่า 20 ปี ถ้าพิการก็ลดหย่อนกันลงมา
สี่ เด็กยกพวกตีกันนั้น หากจำแนกแยกแยะให้ดี จะแบ่งเด็กออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกนั้นมีไม่มากแต่เป็นหัวโจก พวกนี้จะรุนแรง เมื่อทำรุนแรงก็ได้รับโทษตามกฎหมาย พวกสองคือพวกแห่แหนตาม ซึ่งเป็นส่วนมากจะพัฒนาไปสู่การเป็นแกนนำต่อไป ส่วนนี้เองที่ผมมีข้อเสนอว่าควรทำ คือ
..บางส่วนส่งฝึกกับทหาร เดี๋ยวนี้เขาพัฒนามาก ฝึกวินัย ความรับผิดชอบ ควบคู่กับการปฏิบัติฝึกจิตด้วย
..บางส่วนส่งฝึกกับนักพัฒนา ไปอยู่ช่วยงานพัฒนาส่วนต่างๆ บนดอย ท้องทะเลกับชาวเล กลุ่มสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ กลุ่มช่วยผู้ติดเชื้อเอดส์
..บางส่วนส่งไปพัฒนาจิตกับกลุ่มศาสนาต่างๆ ที่มีความเชี่ยวชาญเป็นการเฉพาะ
เหล่านี้ เป็นแนวทางลงโทษเชิงพัฒนา ที่สังคมไทยมีความเข้มแข็งอยู่มาก โดยรัฐสนับสนุนงบประมาณเข้าไปช่วยในการฝึก กลับออกมาอย่างมีสภาพดี จิตดี มีมุมมองสาธารณะเพิ่ม เพราะหากนำไปลงโทษในสถานพินิจต่างๆ แล้ว เขาจะเข้าไปเรียนรู้กับคนที่ต้องคดีรุนแรงกว่า หรือไปเป็นเป็นหัวโจก กลับออกมาก็จะกลายเป็นพลังร้ายกลุ่มใหม่ต่อไป
ส่วนสาระเอาผิดกับพ่อแม่ กับผู้ดูแลสถานศึกษา ก็ปฏิบัติกันไปตามกฎหมาย ระเบียบที่มีอยู่
สำคัญอีกเรื่องที่หลายคนไม่ได้ครุ่นคิดคือ การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชอบตั้งด่านรีดไถกันมาก โดยเฉพาะใกล้สิ้นเดือน หากใช้พลังดีตั้งด่านตรวจตราอาวุธและตรวจยามค่ำคืนแล้ว ความรุนแรงและทำผิดต่างๆ จะน้อยลงมาก
คิดเห็นเป็นประการใด ร่วมแสดงความคิดได้ครับ


เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ..ไม่ควรปิดการศึกษา..
ส่งฝึกกับทหาร..ยิ่งดี..ฝึกวินัย ความรับผิดชอบ
ผมว่าผู้ทำผิดตั้งใจกระทำ ขาดความยับยั้งชั่งใจ การฆ่าคนควรมีบทลงโทษที่สาสม จะได้เข็ดหลาบ เพราะชีวิตที่เสียไปเอาคืนไม่ได้ เป็นความเห็นส่วนตัวครับ
สวัสดีครับครูหยุย
เห็นด้วยกับข้อเสนอครับ
สิ่งที่ผมแปลกใจมาก ๆ ทำไมบ้านเราจึงจัดการกับปัญหานี้ไม่ได้เลย
ติดขัดตรงไหนครับ
แก้ข้อกฏหมายใหม่ หามาตรการที่ครอบคลุม เพราะเด็กตีกันมักจะมีความรุนแรงมากขึ้น
เรียน ครูหยุย (ขอบคุณนะครับที่แวะเวียนไปเยี่ยมblog และ share idea)
ความรุนแรงที่เกิดขึ้น อยากให้ผู้ใหญ่ในสังคม ในที่นี้หมายถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะและมีหน้าที่การเป็นพลเมืองของสังคมทุกคน หันมามองว่า
1.สื่อ : นำเสนอข่าวเด็กยกพวกตีกัน ถือมีด ถือปืน วิ่งไล่อัดกันยับ ( โอโห...โก้ระเบิด เอามั่ง)
2.ครู-อาจารย์ : เลิกเรียน หมายถึงหมดเวลาการทำหน้าที่ครู-อาจรย์หรือ?? เด็กจะไปยังไงก็เป็นเรื่องของเขา
3.สถานบันเทิง :ผมทำธุรกิจ จะมามัวแบ่งชั้น วรรณะ อายุ เพศ ไม่ได้หรอกครับ เดี๋ยวส่งดอกธนาคารไม่ทัน (เดี๋ยวรวยช้า)
4.ผู้ปกครอง : ให้เงินลูกไปโรงเรียนแล้ว ลูกออกจากบ้าน หมดภาระ รอลูกกลับเข้าบ้านเมื่อไหร่ ถึงจะเป็นภาระของพ่อม่ดูแล
5. สังคม : เอาหูไปนา เอาตาไปไร่ ขืนเข้าไปยุ่งเดี๋ยวเจอลูหหลง (รีบเผ่นให้ไกลจากสมรภูมิดีกว่า)
ที่เหลือคิดไงต่อดีครับ สังคมไทย
คุณระพีครับ สังคมไทยต้องฝึกวินัยกันให้มาก คัดแยกไปฝึกในรูปแบบต่างๆ ดีกว่าคุมขังครับ
อิสรภาพครับ ต้องจัดการตามกฎหมาย ฆ่าคนตายก็รับโทษหนัก ทำร้ายสาหัสก็รับโทษรองลงมา เป็นเช่นนี้อยู่แล้ว เพียงแต่เมื่อมีการลงโทษ สื่อไม่นำไปลงว่ากรณีนั้นได้รับโทษแล้วอย่างไรบ้าง
คุณหนานเกียรติ์ครับ ผู้รับผิดชอบในสังคมไทยทำได้แบบเฉพาะหน้า เหมือนไฟไหม้ฟาง แต่สนใจทำเรื่องได้ผลประโยชน์มากกว่า ทำได้ต่อเนื่องเรื่อยไป เช่นเก็บส่วย ค่านายหน้า รับค่าวิ่งเต้น เรื่องแบบนี้ไม่ได้ประโยชน์ใดใด
antique ครับ กฎหมายเพิ่งแก้กันไม่นาน โทษก็หนักนะครับ ทั้งฆ่าคนตาย บาดเจ็บสาหัส หนักทั้งนั้น คงต้องอาศัยสื่อประชาสัมพันธ์โทษของกฎหมายให้มากในโรงเรียน ให้คนส่วนใหญ่เกรงกลัว เป็นการปรามเบื้องต้น
ที่ครูเบิ้มเพิ่มเติมมานั้น ขอบคุณครับ โดยเฉพาะเรื่องสื่อที่เน้นขยายผลความรุนแรงมากไป ต้องเพลาลงบ้าง สถานบันเทิงก็เปิดได้ง่าย ได้ทุกที่ ปล่อยให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าไปใช้บริการเต็มไปหมด สอดคล้องกับเรื่องเจ้าหน้าที่รับส่วยตลอด ไม่ดูแลประชาชน สำหรับพ่อแม่และครูอาจารย์นั้นคงต้องมาสนใจพฤติกรรมลูกหลานให้มากๆ ครับ
คุณชำนาญครับ รับข้อเสนอครับ จะพยายามประสานกระทรวงศึกษาให้ทำกรณีกฎหมาย ทั้งความรู้ ทั้งชีวิตคนทำผิด เผยแพร่ตามสื่อในสถานศึกษา สื่อทีวี วิทยุและหนังสือพิมพ์ต่อไปครับ
ขอบคุณครับที่แวะเยี่ยมบล็อกผมแต่เริ่มแรก เรื่องปัญหาเยาวชนนี้ ผมกำลังร่างจดหมายถึงรายการเล่าข่าวทางทีวีอยู่พอดี ตรงกับของอาจารย์หลายข้อ ขออนุญาตเอาข้อที่ผมยังไม่มีเพิ่มไปด้วยเลยนะครับ นอกจากนี้ ผมยังอยากเพิ่มอีกข้อหนึ่งว่าเพราะเขาเห็นตัวอย่างที่ผู้ใหญ่ทำทุกเมื่อเชื่อวัน แรงกว่าเด็กมากมายหลายเท่าก็มี ซึ่งมีเรื่องอื่นๆอีกหลายเรื่องด้วย
สวัสดีครับ..คุณครู
กรรมทั้งหลายเกิดมาแต่เหตุ
ถ้าเหตุนั้นดับ กรรมนั้นก็ดับไปด้วย...
ผมคิดว่าปัญหาเด็กและเยาวชนไทย...ที่ยังแก้ไม่ได้สักที
เนื่องจากเรายังไม่ได้กลับไปแก้ที่ต้นเหตุครับ..
สอนด้วยคำพูดล้านคำ ไม่เท่ากับทำให้ดูเพียงครั้งเดียว
หากผู้ใหญในสังคมไทย ต้องการให้เด็กๆ และเยาวชนเป็นคนดีเช่นใด
ผู้ใหญ่ก็ต้องเป็นคนดีเช่นนั้นให้เด็กๆ ได้ดูเป็นตัวอย่างเสียก่อนครับ
อย่างไรก็ตาม ต้องขอให้กำลังใจแก่ผู้ใหญ่ใจเอื้ออารีย์..
คุณครูหยุ่ย และผู้ใหญ่ทุกท่านที่มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก..ด้วยครับ
ด้วยจิตคารวะ...ขอบคุณครับ
สล่าความ ประเด็นใดมีประโยชน์ต่อการนำเสนอ เชิญเลยครับ สำหรับเรื่องผู้ใหญ่ทำรุนแรงเป็นแบบไม่ดีนั้น มีตั้งแต่ในสภาจนถึงข่าวทั่วไป จะไปว่าเด็กฝ่ายเดียวคงไม่ได้
อ.นุครับ สังคมไทยมีแบบอย่างที่ดีของผู้ใหญ่อยู่ไม่น้อย แต่ขายเป็นข่าวไม่ได้เช่นข่าวร้าย ดังที่เขาว่า ข่าวร้ายลงฟรี ข่าวดีเสียเงินครับ
สวัสดีค่ะ
เคยไปสอนวิชาชีพ (เพ้นท์ตกแต่ง) ให้กลุ่มวิวัฒพลเมือง ใน ม.ท.บ. 14 พบว่าเยาวชนกลุ่มนี้น่ารักไม่ต่างไปจากเด็กๆตามโรงเรียนที่เคยได้พบ ได้สอน
บางที การฝึกกับทหาร อาจช่วยแก้ไขพฤติกรรมนะคะ
ไม่เห็นด้วยกับการส่งเด็กไปภาคใต้เหมือนกันค่ะ ไม่ว่าเด็กจะทำผิดอย่างไร ก็ไม่ควรลงโทษโดยเอาชีวิตไปเสี่ยงภัยค่ะ
ติดว่า เราปฏิเสธความรุนแรง แต่หากส่งเด็กไปภาคใต้จริง ก็ดูเหมือนจะยัดเยียดความรุนแรงเข้าสู่เด็กค่ะ
สวัสดี่ค่ะคุณครูหยุย
ดิฉันมีความคิดเห็นว่าการที่ลงโทษโดยการพัฒนาเด็กนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะว่าเด็กยังไงก็เด็กวันยังค่ำ ถ้าเราให้การพัฒนาเขาเข้าใจเขามากขึ้นภายใต้กรอบกฎระเบียบของสังคม เขาก็คงจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้ค่ะ
คุณณัฐรดามีประสบการณ์ร่วมกับทหารดูแลเด็กเหล่านี้มาด้วย ยิ่งดีครับ จะได้ช่วยยืนยันว่าการดูแลกึ่งพัฒนานั้น มีประโยชน์มากกว่ากักขังหรือส่งไปภาคใต้ครับ
คุณศศิกาญจน์ใช้คำดีนะครับ ลงโทษโดยการพัฒนาเด็ก การให้โอกาสอย่างมีเหตุมีผลจะช่วยเด็กๆ ปรับตนเป็นคนดีได้มากขึ้นครับ