หมาป่า ยืนหยัดกายให้เด็กสองคนทำท่าเหมือนดื่มนม ตั้งเด่นอยู่บนยอดเสา

ย่ำกรุงโรม-2

โสภณ  เปียสนิท

.................................

 

            หลังเยี่ยมชมบันไดสเปนเราเดินทางต่อไป ผ่านซอกเล็กซอยใหญ่หลายหลาก บนลานแห่งหนึ่งผมเห็นรูปหล่อเนื้อโลหะ (เหมือนสำริด) หมาป่า ยืนหยัดกายให้เด็กสองคนทำท่าเหมือนดื่มนม ตั้งเด่นอยู่บนยอดเสา เกิดความสังสัยว่า ไฉนเมาคลีลูกหมาป่าจึงมาอยู่ที่กรุงโรม เมาคลีที่อินเดียมีคนเดียว แต่เมาคลีอิตาลีมีสองคน

            สอบถามผู้สันทัดกรณีสองสามราย จึงได้ความว่า ย้อนหลังไปหลายพันปี หมาป่าตัวนี้พบเด็กสองคนถูกทิ้งอยู่ในป่าจึงทำหน้าที่เป็นแม่เลี้ยงดูเด็กทั้งสองคน คนหนึ่งชื่อโรเมรุส กับอีกคนชื่อ เรมุส ซึ่งต่อมาทั้งสองได้ช่วยกันตั้งครอบครัว ขยายเผ่าพันธุ์กลายเป็นต้นตระกูลของชาวโรมันทั้งปวง เท็จจริงอย่างไรอยู่กับผู้เล่าที่ไม่ประสงค์ออกนามครับ

               ขบวนของเราก้าวตามกันผ่านอาคารเก่าแก่หลายหลัง ถึงจุดชมวิวแห่งหนึ่ง พื้นที่ค่อนข้างลาดชัน มีทางเดินลงสู่พื้นราบเบื้องล่าง  ภาพที่เห็นน่าตื่นใจ

               ซากปรักหักพังของอาคารโบราณ ร่องรอยการซ่อมแซมบูรณปฏิสังขรณ์ เศษอิฐหัก และบางชิ้นส่วนของสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ระเกะระกะเกลื่อนกลาด ร่องรอยการขุดค้นมากมาย มุมหนึ่งของความคิด ผมเห็นภาพของเมืองโบราณขนาดใหญ่สวยงาม ผู้คนคับคั่งหลายชั้นวรรณะ ทำกิจกรรมของตนสับสนวุ่นวาย ภาพเหล่านี้คงย้อนหลังไปราวสองพันปี

 

               ผู้นำทางเดินมายืนข้างหลังเมื่อไรไม่ทราบ ชี้มือไปข้างหน้าแล้วบอกว่า เมื่อหลายปีก่อน ที่ตรงนี้เป็นทุ่งเลี้ยงสัตว์ คนเลี้ยงสัตว์คนหนึ่งเดินเล่นบนสนามหญ้า มองเห็นยอดเสาโผล่พ้นดินขึ้นมา เกิดความสงสัยว่า สิ่งที่มองเห็นนั้นคืออะไร จึงพากันขุดเซาะดู ยิ่งขุดยิ่งแปลกใจเพราะสิ่งที่เห็นนั้นเหมือนเสาขนาดใหญ่ฝั่งอยู่ใต้ดิน ข่าวนี้แพร่ไปสู่วงกว้าง จนมีการขุดค้นกันอย่างเอาจริงเอาจัง และเป็นทางการ จนแผ่นดินลึกลงไปราว 6-7 เมตร และภาพทุ่งเลี้ยงสัตว์จึงกลายเป็นบ้านเมืองโบราณอย่างที่เห็น

 

อ่านตอนที่1 ได้ที่นี่

http://gotoknow.org/blog/workseeing/363863