ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเิริ่มรู้สึกว่าตนเองบอบบางลง ไม่แน่ใจว่าสาเหตุหลักมาจากไหน แต่โดยส่วนตัวข้าพเจ้าเป็นคนที่ำไม่ชอบจะออกกำลังกายเอาซะเลย อาศัยก็เพียงการเดินให้บ่อย ๆ เวลาส่วนมากก็ทำงานแล้วก็อยู่หน้าคอมพิวเตอร์ หรืออาจจะเป็นเพราะพันธุกรรม
สมัยยังเรียนหนังสืออาการแพ้ครั้งแรกที่ทำให้ข้าพเจ้าเริ่มรู้สึกว่าตัวเองมีภูมิต้านทานลดลงก็คืออาการคันเนื่องจากไรฝุ่น ตามมาด้วยอาการเป็นผดผื่น และคันบริเวณนิ้ว ทำให้นิ้วบวม หลังจากนั้นอาการเหล่านั้นก็หายไปพักนึง หลังจากนั้นประมาณปีเศษ ๆ ก็เริ่มพบกับปัญหาของอาการแสบจมูก และได้กลิ่นเร็วผิดปกติ จากนั้นก็น้ำมูกไหล คัดจมูก...เมื่อปีที่ผ่านมาและปีนี้อาการก็ถี่ขึ้นจนรำคาญ
ไปทำค่ายก็ต้องอยู่กะป่า ไปเดินป่ายังไม่วายโดนสัตว์ป่า (เห็บ) กัด..คันยาวนานเป็นปี....แถมทิ้งร่องรอยของความคันไว้ มันอะไรกันหนักหนาเนี่ยะ
พอมาทำงาน แม้กระทั้งกลิ่นแป้งฝุ่นที่นักเรียนทาหลังห้อง ยังอุตสาห์ลอยมาถึงจมูกครูที่ยืนสอนอยู่หน้าห้อง จนรู้สึกฉุน และแสบจมูกจนน้ำมูกไหล อาการล่าสุดที่ประสบมาก็คือได้กลิ่นของหญ้าที่คุณลุงภารโรงตัดบริเวณหลังอาคารเรียน กลิ่นหญ้านี้ลอยสูงขึ้นมาถึงห้องทำงานที่อยู่ชั้น 3 ของอาคาร จนทำให้เกิดอาการแสบจมูกและน้ำมูกไหล....ทำไมชีวิตมันบอบบางขนาดนี้
นอกจากกลิ่นและอากาศแล้ว ขนของหญ้าก็รู้สึกจะมีผลต่อข้าพเจ้าอย่างยิ่ง แค่เดินไปดูแลเด็กบำเพ็ญประโยชน์ในบริเวณโรงเรียน และหญ้าที่เดินผ่านก็เป็นหญ้าต้นสั้น ๆ ก็ทำให้เกิดผื่นขึ้นเต็มขา แถมคันไม่เบาเลย .....แมลงบางชนิด รวมทั้งยุงก็สร้างความสำคัญอย่างหนักต่อชีวิต
เฮ้อ....ต่อแต่นี้คงต้องดูแลสุขภาพให้ดีขึ้นไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน และการเป็นอยู่ของตนเอง