ในชีวิตของดิฉันตั้งแต่เกิดมาจำความได้พ่อแม่พูดให้ฟังเสมอว่าอาชีพครูเป็นอาชีพที่ดีและมีเกียรติ ดิฉันเลยมุ่งเรียนครู
ย้อนกลับไปในอดีตดิฉันเกิดในครอบครัวชาวนาพ่อแม่มีลูก 7 คน ดิฉันเป็นลูกคนโตของครอบครัว เกิดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ประมาณ 40 ปีที่ผ่านมาเนื่องด้วยที่พ่อแม่มีลูกเยอะพอจะเริ่มเรียนในชั้นที่ต้องจ่ายค่าเทอมมากขึ้นคือระดับมัธยมดิฉันก็เกือบไม่ได้เรียนเพราะพ่อแม่ไม่มีเงิน แต่โชคยังดีที่คุณตายังเห็นความสำคัญของการเรียนท่านจึงเป็นคนช่วยค่าเทอมส่วนค่าเดินทางค่าใช้จ่ายในส่วนที่จำเป็นบางครั้งคุณตาก็ช่วยส่วนพ่อแม่นั้นบอกว่าถ้าจะเรียนต้องช่วยงานทุกอย่างที่พ่อแม่ให้ช่วยเช่นตักน้ำ นึ่งข้าว ทำกับข้าว เลี้ยงน้อง งานบ้านทุกอย่าง หน้าทำนา ต้องช่วยทำนา หน้าทำสวนต้องช่วยทำทุกอย่างเกี่ยวกับงานเกษตร ทำมาตลอดจนจบมัธยมต้น พอจะเรียนมัธยมปลายพ่อแม่ก็จะไม่ให้เรียนต่ออีก ดิฉันร้องไห้ช่วงปิดเทอมนึกว่าจะไม่ได้เรียนลงมากรุงเทพฯหาน้าชาย ที่ทำงานเป็นยาม (รปภ) ที่โรงงานแถวบางแค และน้าก็ช่วยถามงานกับนายจ้างให้ ช่วงนั้นอายุสิบห้ากว่าๆ ได้ทำงานพักอยู่บ้านนายจ้างในโรงงานทำงานหลายหน้าที่เช้าตื่นดูแลน้องๆตัวเล็กสองคนอาบน้ำแต่งตัวป้อนข้าวซึ่งเป็นลูกหลานเจ้าของโรงงาน หลังจากนั้นตัวดิฉันเองก็รีบมาทำกิจธุระส่วนตัวเสร็จก็ออกไปปัดกวาดเช็ดถู (ทำหน้าที่เป็นแม่บ้าน) ที่ office เสร็จประมาณแปดโมงครึ่งจะมีลูกค้ามาติดต่องานต้องทำหน้าที่เสริฟน้ำ ชา กาแฟ ให้ทั้งลูกค้า ทั้งนายจ้าง บางครั้งก็ถูกดุเนื่องจากชงกาแฟไม่ถูกปาก (อยู่บ้านนอกสมัยนั้นยังไม่เคยเห็นหน้าตากาแฟเลยว่าเป็นอย่างไร) รู้วิธีชงก็ดีแล้ว ในช่วงเวลาที่เจ้านายหาเอกสารใบสั่งซื้อไม่เจอต้องเข้าไปค้นหาในห้องเก็บของซึ่งเก็บมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ทุกอย่างที่คิดว่าเป็นเอกสารเก่าแล้วจะนำมาเก็บในห้องนี้ทั้งมืด มีกลิ่นอับ เหม็น เพราะแถวโรงงานจะมีน้ำถ่วมน้ำเอ่อตลอดเท่าที่เห็นและถามน้า พอลูกค้าที่มาติดต่องานวันๆจะเยอะและจะย่ำน้ำเข้า office พื้นเฉอะแฉะเจ้านายให้ใช้ผ้าขี้เรี้ยวนั่งขุเข่าเช็ดพื้นทำแบบนี้จะสะอาดกว่าใช้ mop อยากจะพูดโต้แย้งว่า มันปวดขานะคะแต่ก็ไม่กล้าเพราะกลัวจะไม่มีงานทำพอถึงวันเสาร์ช่วงห้าโมงเย็นคนงานเลิกงานก็จะมาเข้าแถวรับเงินค่าแรงดิฉันก็ต้องไปช่วยเสมียนในงานนี้ด้วย และจะถูกหนุ่มโรงงานแซว อายเหมือนกันเพราะมาอยู่ใหม่ หลังจากนั้นกลับไปเก็บกวาดเช็ดถูอีก ครั้งก่อนกลับเข้าที่พัก ทำงานวันแรกช่วงจะเข้าที่พักได้เจอน้าชายจะเข้าเวรยามตอนหกโมงเย็นถึงหกโมงเช้า เจอหน้าน้าถามว่าเป็นยังไงทำงานวันแรก ครั้งแรก เหนื่อยแต่ต้องสู้ น้าถามทำอะไรบ้างดิฉันก็เล่าให้ฟังตามที่ได้ทำมาตลอดทั้งวัน น้าบอกว่าทำหน้าที่หลาย
อย่างก็ดีจะได้เก่ง ดิฉันทำงานอย่างนี้ทุกวันจนครบหนึ่งเดือน ไม่ค่อยได้เจอหน้า น้าชายแม้ว้าน้าจะพักอยู่ในโรงงานเหมือนกันแต่อยู่คนมุมของโรงงาน พอวันเงินเดือนออกดิฉันฝันไว้ว่าคงจะได้เงินเดือนอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 700 บาทเพราะทำทั้งหน้าที่พี่เลี้ยง เลี้ยงน้องเช้าเย็นจนถึงก่อนนอน ทำหน้าที่แม่บ้านใน office ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเสมียน บางครั้งก็ได้ช่วยพิมพ์ดีดงานต่างๆ ที่พี่เสมียนงานล้นมือให้ช่วยเพราะที่นี่จ้างพนักงานน้อยและบอกว่าคนงานหรือพนักงานเปรียบเสมือน
เป็นกำลังใจให้นะคะ...
จะรออ่านบันทึกให้จบความเพื่อความเข้าใจค่ะ