๑๑ กันยายน ๒๕๕๓
เรียน เพื่อนครู ผู้บริหารและผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน
วันจันทร์ที่ ๖ กันยายน ๒๕๕๓ เช้ายังอ่อนเพลี้ยเพลียแรงจากการเดินทางลงใต้ที่เพิ่งกลับมาถึงกลางดึกวันเสาร์เช้าวันอาทิตย์นั่งเตรียมการสอน เพราะรับปากจะไปบรรยายพิเศษให้นักศึกษาปริญญาโทวิชาเอกรัฐประศาสนศาสตร์ วิทยาลัยทองสุข มาเปิดสอนที่โรงเรียนคุณหญิงส้มจีน ๑ รุ่น สอนบ่าย ๓ ชั่วโมง ในหัวข้อปัญหาสังคม ผู้เรียนส่วนใหญ่เป็นนายตำรวจ และภาคธุรกิจ การสอนผู้ใหญ่ค่อนข้างเหนื่อยในการเตรียมการสอนและการนำสนทนา เพราะธรรมเนียมไทยครูพูดมากกว่าศิษย์ ครูมีหน้าที่สอน ผู้เรียนมีหน้าที่ฟัง เลี้ยวเข้าสำนักงานรอบแรกต้องเลยไปถนนริมน้ำเพราะดูจอแจไปด้วยผู้คน ด้วยเป็นวันที่ฤกษ์งามยามดีเขตมัธยมศึกษาจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ จัดพิธีใต้ถุนอาคาร ติดทิวธงผูกผ้าสวยงามและยิ่งใหญ่ คนรถบอกว่าได้กันที่จอดไว้ให้แล้วจึงวกกลับมาจอด ไปมอบแจกันดอกไม้แสดงความยินดีกับผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตฯ ผอ.กิจจา ชูประเสริฐ ได้พบหน้าผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมศึกษาหลายท่านเพราะตั้งแต่กฎหมายตั้งเขตมัธยมออกใช้บังคับต่างก็หายหน้ากันไป จากนั้นเดินทางไปเปิดอบรมครูวิชาการโรงเรียนกลุ่มเครือข่ายประถมศึกษา ที่โรงเรียนอนุบาลปทุมธานี ได้บรรยายพิเศษประมาณ ๔๐ นาที กลับสำนักงานมาร่วมเปิดป้ายสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๔ มีผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีเป็นประธานในพิธี มีผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๒ และสระบุรี เขต ๑ มาร่วมพิธีด้วย เขาขอใช้ห้องสโมสรรับรองแขกผู้ใหญ่และกินข้าวกลางวันกันที่นี่ ขึ้นทำงานแฟ้มเอกสารจนบ่ายโมงครึ่ง ไปเป็นประธานปล่อยปลาลงกระชังที่โรงเรียนบ้านคลองเจ้าเมืองของท่าน ผอ.สมทรง รอดแจ่ม ซึ่งบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งลงทุนให้แสนกว่าบาท สำนักงานประมงอำเภอและจังหวัดสนับสนุนด้านวิชาการ เพื่อให้นักเรียนมีอาหารกลางวันที่มีคุณค่า มีท่านประมงจังหวัด คุณทนง ทแกล้วทศพล ผู้นำชุมชนและผู้บริหารโรงเรียนมาร่วมกันหลายท่าน ทำเลของโรงเรียนเหมาะกับการเลี้ยงปลาในกระชังเนื่องจากมีคลองเจ้าเมืองไหลผ่านทางทิศตะวันตก ถัดไปเป็นทุ่งนาเขียวขจีแปลงใหญ่ เคยเข้ามาโรงเรียนเมื่อหลายเดือนก่อน เพราะเกิดระส่ำระสายในหมู่ครูกับผู้บริหาร ตอนนี้สงบดีแล้วอาจเป็นเพราะมีการปรับตัวเข้าหากัน ดูสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสกันทุกคน โรงเรียนเลี้ยงน้ำมะพร้าวอ่อน และขนมจีนน้ำยาปลาช่อน มีครูมาทักทายบอกว่าบ้านอยู่เมืองตรัง ถามเขาว่าทำหมูย่างเป็นหรือเปล่า สั่นหน้า เคยมีเพื่อนชาวตรังเป็นครูที่เมืองนนท์ ทำหมูย่างสูตรเมืองตรังให้กินนานมาแล้ว อยากเรียนรู้เหมือนกัน ไว้ทำกินเอง เขาแถมมะพร้าวอ่อนมา ๑ กระจาด นำมาแบ่งกันกินที่สำนักงานเขต

วันอังคารที่ ๗ กันยายน ๒๕๕๓ มีพิธีเปิดโครงการกำจัดขยะที่โรงเรียนบ้านโพธิ์เหนือ ของท่าน ผอ.พ.อ.อ. กิตติศักดิ์ เพ็งสกุล ได้เชิญผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีไปเป็นประธานในเวลา ๙ นาฬิกา โรงเรียนนำเศษวัสดุมาผลิตของใช้ของเล่นสวยงามหลายอย่าง วันนี้นำมาจัดนิทรรศการแสดงให้ชม เชิญวิทยากรจากโรงเรียนลำสนุ่น ผอ.สุภัทรา บุตรรักษ์ มาจัดอบรม ที่สำคัญได้ตั้งวงดนตรีชื่อ “เสียงครวญจากขยะ” ดนตรีทุกชิ้นผลิตจากเศษวัสดุ นายก อบต. สิบเอกศักดา พานิชการ เอาใจใส่ดูแลโรงเรียนมาก รวมทั้งนายอำเภอสามโคก นายธีรวัฒน์ สุดสุข ซึ่งเพิ่งไปรับเข็ม นปส.รุ่นที่ ๕๕ มาเมื่อวานนี้ เรียกว่าเป็นศิษย์สถาบันเดียวกันกับผม จึงเข้าอกเข้าใจกันง่าย ในบรรดาหลักสูตรระดับสูงทั้งหลาย นปส. เป็นหลักสูตรที่ทำให้คนในรุ่นเดียวกันสามัคคีรักใคร่กันมากที่สุด เพราะเป็นหลักสูตรนักเรียนกินนอนประจำกว่า ๕ เดือน ใหม่ ๆ ก็ต่างคนต่างอยู่ กินข้าวหม้อเดียวกัน นอนหอพักเดียวกัน ออกกำลังด้วยกัน หนีเที่ยวพัทยากลางคืนด้วยกัน จึงประทับใจไม่รู้ลืม ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดให้ความสำคัญกับโครงการนี้มาก ท่านบอกว่าปทุมธานีมีขยะวันละ ๑๒ ตัน เป็นปัญหาใหญ่ของบ้านเมืองจึงต้องฝึกประชาชนให้รู้จักจัดการกับขยะ โรงเรียนต้องฝึกนักเรียนให้มีนิสัยรักความสะอาดและสามารถจำแนกขยะออกเป็นประเภทต่าง ๆ ได้ ที่สำคัญโรงเรียนต้องจัดเวรให้นักเรียนรับผิดชอบ มีการแสดงของนักเรียนหลายชุด เริ่มจากกลองยาวต้อนรับ รำอวยพร รำไทย ร้องเพลง ทุกรายการเข้ารับรางวัลจากประธานในพิธี พิธีกรต้อนรับเป็นนักเรียน ป.๖ กล่าวต้อนรับเป็นภาษาอังกฤษ สามารถพูดได้ดีทีเดียว ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ปราศรัยกับประชาชนและนักเรียน เที่ยงโรงเรียนจัดข้าวให้กินบนอาคารเรียนร่วมกับชาวบ้าน ขนมจีนน้ำยาเขาอร่อย อิ่มแล้วส่งท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเพราะท่านต้องไปรับเสด็จต่อ กลับเขตทำงานเอกสาร พยายามเรียนภาษาอังกฤษจากบทเรียนออนไลน์แต่โปรแกรมไม่ร่วมมือด้วยจนต้องถอยในที่สุด

วันพุธที่ ๘ กันยายน ๒๕๕๓ เข้าสำนักงานแต่เช้าตรู่ให้จำลองขับรถไปส่งที่โรงแรมวินเซอร์ สวิทซ์ สุขุมวิท ๒๐ เพราะ สพฐ.นัดประชุมผอ.เขตมัธยมศึกษา และสั่งให้ ผอ.เขต ๑ ประถมศึกษา ที่ตั้งเขตมัธยมมาร่วมประชุมด้วย การจราจรติดขัดแต่ก็สามารถไปทันเวลา เขาจัดประชุมที่ชั้น ๘ ของอาคาร ๒ ผอ.สำนักบริหารการมัธยมศึกษาตอนปลาย เป็นแม่งานใหญ่ ได้ถ่ายทอดวิทยายุทธ์ให้ ผอ.เขตใหม่ในการทำงาน ท่านรองเลขาธิการ นายเสน่ห์ ขาวโต มาชี้แจงร่วมกับ ผอ.สพร. คุณกมล ศิริบรรณ และ ผอ.สำนักการคลังและทรัพย์สิน มีหลายเรื่องที่ต้องให้เขตพื้นที่เดิมทำไปก่อนในด้านธุรการ ส่วนการลงนามก็เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด สิ่งที่พูดและชี้แจงกันเป็นเพียงดำริที่ไม่เป็นหนังสือสั่งการ การจะนำไปปฏิบัติคงต้องคอย บ่ายเขตมาทำงานเอกสารเนื่องจากใกล้สิ้นปีงบประมาณ เวลาเป็นเงินเป็นทอง ขืนชักช้าเงินเขาตกหล่นไปจะเป็นเรื่อง เย็นไปคุรุสภาแวะรับครูแน่งน้อย ดาวตุ่น จากชุมพร เขต ๒ซึ่งขึ้นมารับรางวัลครูดีเด่นจาก สกสค. ไปทานข้าวเย็นที่ร้านเป็ดพูนสิน ในห้องสรรพสินค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า เพราะสนิทสนมกันมานาน ลงชุมพรหากมีเวลาต้องแวะไปบ้านสวนของเขาที่บ้านเขายาว มีผลไม้นานาชนิดให้กินและหอบกลับบ้าน อิ่มแล้วพากันเดินชมสินค้าจน ๓ ทุ่ม ส่งแขกกลับที่พัก
วันพฤหัสบดีที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๓ เช้าไปเปิดอบรมการสัมมนา Good practice ที่โรงเรียนเทคโนโลยีปทุมธานี ให้รถสายตรวจไปแสดงตนด้วย เพราะหมู่นี้นักศึกษาตีกันบ่อย เจ้าภาพใหญ่คือโรงเรียนอนุบาลปทุมธานี ของ ผอ.สิงห์โต แก้วกัลยา เพราะเป็นประธานเครือข่าย มีโรงเรียนทั้งเขต ๑ และเขต ๒ มาจัดนิทรรศการ กลับมาประชุมโรงเรียนดีตำบลซึ่งท่านรองฯ มานะ พุ่มบัว ได้ดำเนินการไปมากแล้ว จึงนั่งฟังเหตุฟังผลในการเรียงลำดับ ดูเอาจริงเอาจังมาก ใครมีส่วนได้เสียจะลุกออกจากที่ประชุม เที่ยงกว่าจึงจบการพิจารณา ชวนทีมหน้าห้องและ ผอ.นารี คูหาเรืองรอง โรงเรียนประถมศึกษาธรรมศาสตร์ไปทานข้าวเที่ยงที่ร้านครัวกันเอง คลองบ้านพร้าว ไม่ได้มาทานกันนานแล้วจึงสั่งกันเต็มอัตราศึก บ่ายแวะสโมสรให้ผู้บริหารโรงเรียนลองปรับเครื่องเสียงดู ไปร้องที่ชุมพรเสียงทุ้มเขาจะแน่นกว่าของเรา เย็นไปรับครูแน่งน้อย ดาวตุ่น ไปทานอาหารเย็นที่ครัวคุณปู่ ติดแม่น้ำนครชัยศรี มาส่งขึ้นรถที่สายใต้เพื่อกลับบ้านที่ชุมพร

วันศุกร์ที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๓ เช้าไปโรงเรียนอนุบาลปทุมธานีเพื่อเปิดอบรมเจ้าหน้าที่ในสำนักงานเขต เรื่อง ID-Plan เพื่อเตรียมพร้อมในการทำงานแบบใหม่ตามที่กฎหมายบริหารงานบุคคลกำหนด เพราะต้องประเมินสมรรถนะหลักประจำสายงานและด้านอื่น ๆ วิทยากรเป็นศึกษานิเทศก์จาก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต ๑ กลับเข้าทำงานที่เขต แฟ้มไม่มีเพราะเจ้าหน้าที่ไปอบรมหมด เที่ยงสั่งผัดไทยกุ้งสดมาทาน เห็นพอมีเวลาไปตัดผมและ กลับบ้านพักเพื่อจัดกระเป๋าเดินทางไปอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือ L.T.C. ที่ค่ายวชิราวุธ ระหว่างวันที่ ๑๑ – ๑๗ กันยายน ๒๕๕๓ ตามโครงการของ สพฐ.
ก่อนลาสัปดาห์นี้จะนำนิทานจีนมาสอนใจกันสักเรื่อง ณ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชาวนาคน หนึ่งเลี้ยงลาไว้ตัวหนึ่งซึ่งแก่มากแล้ว วันหนึ่งชาวนาได้พาเจ้าลาแก่ออกไปข้างนอก ด้วยความโง่เขลาของมันดันเดินซุ่มซ่ามไปตกบ่อแห่งหนึ่ง มันร้องครวญครางเป็นเวลาหลายเพลา ชาวนาเองก็พยายามใคร่ครวญหาวิธีที่จะช่วยมันขึ้นมา ในที่สุดชาวนาหวนคิดขึ้นมาได้ว่า เจ้าลาก็แก่เกินไปแล้วอีกอย่างบ่อนี้ก็ต้องกลบ ไม่คุ้มที่จะช่วยเจ้าลา ชาวนาจึงไปขอแรงชาวบ้านเพื่อมาช่วยกลบบ่อ ทุกคนใช้พลั่วตักดินสาดลงไปในบ่อ ครั้งแรกเมื่อดินไปถูกหลังลามันตกใจและรู้ชะตากรรมของตนทันที มันร้องโหยหวน สักพักหนึ่งทุกคนก็แปลกใจที่เจ้าลาเงียบไป หลังจากที่ชาวนาตักดินใส่ไปในบ่อได้สัก สองสามพลั่วก็เหลือบมองลงไปในบ่อ ก็พบกับความประหลาดใจที่ว่า ทุกครั้งที่ทุกคนสาดดินไปถูกหลังลามันจะสะบัดดินออกจากหลัง แล้วก้าวขึ้นไปเหยียบบนดินเหล่านั้น ยิ่งทุกคนพยายามเร่งระดมสาดดินลงไปมากเท่าไรมันก็ก้าวขึ้นมาได้เร็วมากยิ่งขึ้น ในไม่ช้าทุกคนต่างประหลาดใจที่เจ้าลาในที่สุดก็สามารถหลุดพ้นจากปากบ่อดังกล่าว ได้ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า " ชีวิตนี้อุปสรรคต่างๆที่ถาโถมเข้ามาหาเราก็เปรียบเสมือนดินที่สาดเข้ามาหาเรา จงอย่าท้อถอยและยอมแพ้จงแก้ไขมัน เพื่อที่เราจะได้เหยียบมันเพื่อที่จะก้าวสูงขึ้นเรื่อยๆ เปรียบเสมือนลาแก่ที่หลุดพ้นจากบ่อได้ฉันใดฉันนั้น " อุปสรรคมีไว้ให้ก้าวข้ามไป"
กำจัด คงหนู
ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑
ได้อ่านนิทานแล้ว มีกำลังใจขึ้น
ดิฉันได้อ่านนิทานของท่านผอ.แล้วให้แนวคิดและแนวปฏิบัติที่ดีมากค่ะ