เมื่อสมใจมอบไม้ดอกบอกคุณค่า
เขาศรัทธาต่องานการสร้างสรรค์
ส่งคนทำฉ่ำใจในเร็วพลัน
แรงมุ่งมั่นมากมายขยายงาน
มีแต่ชมมัวแต่ชื่นก็ขื่นขม
ด้วยเหลิงลมหลงคำกำนัลหวาน
เกิดพลั้งเผลอวาจากล้าวิจารณ์
จนถูก "ท่าน" สวนกลับให้อับอาย
เหมือนก้อนอิฐกระแทกใส่แสกหน้า
ด้วยวาจาเหยียดหยามมากความหมาย
เกิดสติไตร่ตรองมองแยบคาย
ความวุ่นวายเริ่มจากเราเมาคำชม
มองก้อนอิฐคือเงาเขาสะท้อน
ให้สังวรวิเคราะห์ความเหมาะสม
เราเป็นใครมาจากไหนใครนิยม
กล้าพูดข่มอุกอาจกับปราชญ์ไทย
ทั้งก้อนอิฐและดอกไม้ให้คุณค่า
เกิดปัญญาเกิดสติวินัจฉัย
ขอบคุณปราชญ์ขว้างอิฐสะกิดใจ
ขอรับไว้ทั้งสองอย่างสร้างสมดุล

ขอบคุณครับ
แวะมาเยี่ยมชมครับ...
สวัสดีค่ะกวีหนุ่มแห่งโพธาราม ขอบคุณที่แวะมาค่ะ
ดั่งก้อนอิฐโยนใส่ ให้เจ็บอก
ดั่งนรกสุมไฟให้ร้อนเร่า
เจ็บจริงๆ เจ็บจัง ดั่งไฟเผา
แล้วใครเล่าเผาใจเราให้แหลกราญ
สวัสดีค่ะนายก้ามกุ้ง
ใช่แล้วล้วนมายาพาเราหลง
จะยืนยงคงมั่นนั้นหาไม่
จึงขอหยุดด้วยนำคำ "อภัย"
มาปลุกปลอบจิตใจให้เย็นเย็น
สวัสดีค่ะ Peter P ขอบคุณที่แวะมาค่ะ
เพียงก้อนอิฐโยนใส่ไม่เจ็บอก
หากเราพกโกรธขึ้งบึ้งเข้าใส่
จึงเหมือนเติมเพิ่มเชื้อของฟืนไฟ
ที่เจ็บใจก็เพราะเราเผาตนเอง
มาเยี่ยมมาชมมาอ่านงานกวีครับผม
สวัสดีค่ะ อาจารย์ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ
นอนริมทะเล หลับลืมฝันเลยค่ะ ขอบคุณค่ะ