ผลบุญแห่งทาน
พระพุทธเจ้าทรางตรัสสอนว่า “ถ้าบุคลคลใดมีศีลเป็นคุณสมบัติ ย่อมถือได้ว่าเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์” เมื่อเราได้เกิดมาเป็นมนุษย์แล้ว จะมีโอกาสสะสมบุญ สร้างบารมีมากกว่าการไปเกิดในภูมิใด ๆ ทั้งสิ้น พระพุทธเจข้าทรงตรัสสอนว่า
- คนที่ชอบทำทาน จะเป็นผู้มั่งคั่ง ร่ำรวย ผู้ใดไม่ทำทานจะเป็นผู้ขนสนยากจน
- ผู้ที่ไม่มีความโกรธจะมีรูปร่างหน้าตาผิวพรรรณดี ผี่มีแต่ความโกรธจะมีผิวพรรณไม่ผุดผ่องสดใส
- ผู้ที่ไม่มีจิตใจร้ายหรือมีจิตใจริษยา จะมีศักดิ์ใหญ่โต มีเกียรติสูง แต่ผู้ที่มีจิตริษยาจะมีศักดิ์น้อย และไร้เกียรติ
พระพุทธเจ้ายังสอนไว้อีกว่า “ทางไปสวรรค์นั้นได้แก่ การทำบุญทำทาน และรักษาศีล”
ซึ่งท่านนี้พระองค์ทรงแบ่งไว้ว่า
การทานด้วยวัตถุ 10 อย่าง
- ให้ทานข้าวน้ำอย่างนี้เรียกว่าให้อาหาร จะทำให้มีความอุดมสมบูรณ์ในอาหาร
- ให้ทานเสื้อผ้า จะมีความอบอุ่นและมีเครื่องแต่งกายอันสวยงาม
- ให้ความสะดวก จะมีรถ เรือใช้ และมีความคล่องตัว มีความสะดวกต่าง ๆ
- ให้ทานยารักษาโรค จะทำให้ไม่เจ็บไข้ มีร่างกายแข็งแรงสุขภาพดี
- ให้ทานของหอม ให้ทานที่นอน ให้ทานผ้าห่ม ให้ดอกไม้ธูปเทียน คือ การบูชาพระ
- ให้ที่อยู่อาศัย จะทำให้ชีวิตมีแต่ความร่มเย็น มีที่อยู่อาศัย
- ให้โคมไฟแสงสว่าง จะทำให้ชีวิตรุ่งเรื่อง
- ให้วิทยาทาน ก็คือ ความรู้ จะเป็นผู้เฉลียวฉลาด รอบรู้ มีปัญญา มีอาชีพที่ดีงาม
- ให้ธรรมทาน จะเป็นผู้ตั้งอยู่ในทำนองคลองธรรม ครอบครัวลูกหลานจะไม่เป็นคนเกเร มีกุศลสูง มีโอกาสได้มรรคผลเมื่อปฏิบัติธรรม
- ให้อภัยทาน จะไม่มีศัตรู มีแต่คนรักชอบพอ
ผลบุญแห่งทานทุกชนิดนั้น หาต้องเกิดเป็นมนุษย์อีก ก็จะเป็นมนุษย์ที่ดี มีบุญวาสนา
กุศลผลบุญทั้งหลายเหล่านั้น ขอให้เราน้อมจิตคิดพิจารณาเอาเองด้วยปัญญาอันชอบธรรมหวังว่าคงเข้าใจ การที่เราจะทำอะไรก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะปลูกต้นไม้สักต้นหนึ่ง เราก็ต้องหมั่นรดน้ำ ใส่ปุ๋ยรอระยะเวลาให้ต้นไม้เติบโตถึงจะมีผล ก็เหมือนกับเราทำความดี สร้างกุศลในวันนี้ จะให้ส่งผลได้ในวันนี้เลยก็ไม่ใช่ เราต้องหมั่นสะสมบุญกุศล สะสมความดี เชื่อมั่นในความดีนั้น ๆ เอาไว้ สักวันหนึ่งบุญกุศลและความดีที่เราทำไว้นั้นจะต้องตอบสนองให้เราอย่างแน่นอน ก็เหมือนกับภาษิตที่ว่า “ทำดีย่อมได้ดี ทำชั่วย่อมได้ชั่ว”
มนุษย์เราทุกรูปทุกนามในโลกนี้ ต้องตกอยู่ในกฎแห่งไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ความไม่เที่ยง ความทุกข์ ความไม่มีตัวตน ทุกอย่างเกิดขึ้นแล้วก็ดับไป ถ้ามีสุขก็สุขไม่นาน สุดท้ายก็ดับไป ถ้ามีทุกข์ก็ทุกข์ไม่นานแล้วก็ดับไป ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นไม่เทียง ไม่มีตัวตน ลองพิจารณาดูในตัวเราสิไม่ต้องไปมองคนอื่น ดู้ที่ตัวเรานี่แหละ ตั้งแต่เกิดมาจนทุกวันนี้มีสุขมีทุกข์ก็ไม่จีรัง ทุกข์ก็ไม่นาน สุขก็ไม่นาน ฉะนั้น เรามามีสุขบ้างทุกข์บางถือเป็นเรื่องธรรมดา