ใบงาน 1
อธิบายความหมายของคำสำคัญดังต่อไปนี้ พร้อมกับยกตัวอย่าง
(ศึกษากรณีศึกษาการจัดนวัตกรรมและสารสนเทศในสถาบันการศึกษา)
- การจัดการ/การบริหาร
ตอบ
การบริหารจัดการ คือ ความสามารถในการบริหารกระบวนการ (Process) อย่างเป็นระบบ เป็นการกำหนดเป้าหมายและทิศทางการจัดการขององค์กรนั้น ซึ่งต้องมีการวางแผน กำหนดการ และจัดการทรัพยากรภายในองค์กร เพื่อให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ ขององค์กรนั้นๆ อย่างประสิทธิภาพและประสิทธิผล
การบริหารและการบริหารจัดการมีแนวคิดมาจากธรรมชาติของมนุษย์ที่เป็นสัตว์สังคมซึ่งจะต้องอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม โดยจะต้องมีผู้นำกลุ่มและมีแนวทางหรือวิธีการควบคุมดูแลกันภายในกลุ่มเพื่อให้เกิดความสุขและความสงบเรียบร้อย ซึ่งอาจเรียกว่าผู้บริหารและการบริหาร ตามลำดับ ดังนั้น ที่ใดมีกลุ่มที่นั่นย่อมมีการบริหาร
คำว่า การบริหารและการบริหารจัดการ รวมทั้งคำอื่น ๆ อีก เป็นต้นว่า การปกครอง (government) การบริหารการพัฒนา การจัดการ และการพัฒนา (development) หรือแม้กระทั่งคำว่า การบริหารการบริการ (service administration) การบริหารจิตสำนึกหรือการบริหารความรู้ผิดรู้ชอบ (consciousness administration) การบริหารคุณธรรม (morality administration) และการบริหารการเมือง (politics administration) ที่เป็นคำในอนาคตที่อาจถูกนำมาใช้ได้ คำเหล่านี้ล้วนมีความหมายใกล้เคียงกัน ขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจในแต่ละยุคสมัยจะนำคำใดมาใช้โดยอาจมีจุดเน้นแตกต่างกันไปบ้าง อย่างไรก็ตาม ทุกคำที่กล่าวมานี้เฉพาะในภาครัฐ ล้วนหมายถึง (1) การดำเนินงาน การปฏิบัติงาน แนวทาง (guideline) วิธีการ (method) หรือมรรควิธี (means) ใด ๆ (2) ที่หน่วยงานของรัฐ และ/หรือ เจ้าหน้าที่ของรัฐนำมาใช้ในการบริหารราชการหรือปฏิบัติงาน (3) ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ (4) เพื่อนำไปสู่จุดหมายปลายทาง (end หรือ goal) หรือการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้นกว่าเดิม เช่น มีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปสู่จุดหมายปลายทางเบื้องต้น (primary goal) คือ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารราชการ หรือช่วยเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติราชการให้เป็นไปในทิศทางที่ดีกว่าเดิม หรือมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปสู่จุดหมายปลายทางสูงสุด (ultimate goal) คือ การพัฒนาประเทศที่ประเทศชาติและประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขอย่างยั่งยืน เป็นต้น และทุกคำดังกล่าวนี้ อาจมองในลักษณะที่เป็นกระบวนการ (process) ที่มีระบบและมีหลายขั้นตอนในการดำเนินงานก็ได้
- นวัตกรรม
ตอบ
in+novare (latin) กลายเป็น+ทำให้ใหม่ Make changes...new methods, ideas, or products
นวัตกรรม หมายถึง เครื่องมือ สื่อ หรือ วิธีการใหม่ๆ ที่นำมาพัฒนาการเรียนรู้ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ในทางที่ดีมีคุณภาพ และเกิดประสิทธิภาพสูงขึ้น ไม่ว่าสื่อหรือวิธีการนั้นจะคิดขึ้นใหม่ หรือ ดัดแปลงปรับปรุงมาจากของเดิมหรือเคยใช้ได้ผลดีมาแล้วจากที่อื่น และนำมาใช้อีก ก็ถือว่าเป็น "นวัตกรรม"
ระยะที่ 1 มีการประดิษฐ์คิดค้น หรือปรุงแต่งของเก่าให้เหมาะกับสมัย
ระยะที่ 2 พัฒนาการ มีการทดลองก่อนนำไปใช้
ระยะที่ 3 นำไปปฏิบัติจริงในสถานการณ์ทั่วไป
ประเภทนวัตกรรมทางการศึกษา ตามลักษณะผู้ใช้ประโยชน์จำแนกได้ดังนี้
|
ประเภทนวัตกรรม/สื่อสำหรับครู |
ประเภทนวัตกรรม/สื่อสำหรับนักเรียน |
|
- คู่มือครู - เอกสารประกอบการสอน - ชุดการการสอน - สื่อประสมชนิดต่างๆ - หนังสืออ้างอิง - เครื่องมือวัดผลประเมินผล - อุปกรณ์โสตทัศนวัสดุ - โครงการ - วิจัยในชั้นเรียน - การศึกษาผู้เรียนเป็นรายบุคคล - วิธีสอนแบบต่างๆ ฯลฯ
|
- บทเรียนสำเร็จรูป - เอกสารประกอบการเรียน - ชุดฝึกปฏิบัติ - ใบงาน - หนังสือเสริมประสบการณ์ - ชุดเพลง - ชุดเกม - โครงงาน ฯลฯ
|
- เทคโนโลยีการศึกษา
แนวตอบ
ศาสตร์ ที่ว่าด้วยวิธีการ หรือ การใช้เครื่องมือให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในการแก้ปัญหาในการจัดการศึกษา หรือการปฏิบัติทางการจัดการศึกษาอย่างเป็นระบบ ทำให้ผู้เรียนสามารถเกิดการเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วเกิดแรงจูงใจในการเรียน และช่วยให้ประหยัดเวลาในการเรียน นำมาใช้ในสถานการณ์การเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้เพื่อประสิทธิภาพการเรียนรู้ของคนให้ดียิ่งขึ้น เทคโนโลยีทางการศึกษาครอบคลุมองค์ประกอบ 3 ประการ คือ วัสดุ อุปกรณ์ และวิธีการ การพัฒนาเทคโนโลยีการศึกษาที่ใช้ในกระบวนการเรียนการสอน เพื่อให้เกิด ประสิทธิภาพ ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของสังคม เศรษฐกิจ การเมือง อุตสาหกรรม นั้น จำเป็นต้องกำหนดเป้าหมายดังนี้
1 ขยายขอบเขตของทรัพยากรการเรียนรู้ต่าง ๆ ให้กว้างขวางออกไป โดยคำนึงถึง
1) คน กำหนดให้คนเป็นแหล่งทรัพยากรเรียนรู้ที่สำคัญ เช่น ครู ตำรวจ เกษตรกร
2) วัสดุเครื่องมือ ประเภทโสตทัศนูปกรณ์ รวมทั้งการใช้สื่อมวลชนเพื่อการศึกษาให้มากขึ้น
3) เทคนิคการสอน ที่เน้นให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง
4) สถานที่ต่าง ๆ ให้สามารถเป็นแหล่งประสบการณ์การเรียนรู้ของผู้เรียน เช่น ไร่นา ทะเล องค์การรัฐบาล
2 เน้นการเรียนแบบเอกัตบุคคล โดยการจัดหาสื่อเพื่อสนองความต้องการ และ ความแตกต่างระหว่างบุคคล
3 การนำวิธีวิเคราะห์ระบบการศึกษา โดยใช้การปฏิบัติหรือการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบมาใช้ในการเรียนการสอน ยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่มีชื่อตามสาขาที่ทำงาน
|
- เทคโนโลยีการเกษตร |
: การคิดค้นวิธีการเครื่องมือ ปัจจัยในการผลิต ทางการเกษตร |
|
- เทคโนโลยีการคมนาคมขนส่ง |
: การคิดค้นเกี่ยวกับยานพาหนะ การเดินทาง การขนส่ง |
|
- เทคโนโลยีการแพทย์ |
: การคิดค้นการตรวจรักษาโรค การผลิตยา และเครื่องมือทางการแพทย์ |
|
- เทคโนโลยีชีวิตประจำวัน |
: การประดิษฐ์เสื้อผ้า เครื่องใช้ในที่อยู่อาศัย อุปกรณ์อำนวยความสะดวก |
|
- เทคโนโลยีการสงคราม |
: อาวุธนิวเคลียร์ |
|
- เทคโนโลยีการสื่อสาร |
: การเก็บรวบรวมการค้นหา การส่งข้อมูลทั้ง ทางโทรเลข โทรศัพท์ วิทยุ คอมพิวเตอร์ |
|
- เทคโนโลยีการศึกษา |
: วิธีการให้ความรู้ ที่เกี่ยวข้องกับการวิธีการให้ การศึกษาสื่อการศึกษา และครุภัณฑ์ทางการ ศึกษา |
- ข้อมูล
แนวตอบ
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคน สัตว์ สิ่งของ และสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรา รวมถึงการกระทำของสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นด้วย ข้อมูลจำแนกได้ดังนี้
1. ข้อมูลเชิงปริมาณ คือ ข้อมูลที่เป็นตัวเลขที่ใช้แสดงปริมาณของสิ่งต่างๆ
2. ข้อมูลเชิงคุณภาพ คือ ข้อมูลที่ใช้อธิบายลักษณะ สมบัติหรือสถานการณ์ของสิ่งต่างๆ
ตัวอย่าง ข้อมูล ที่เป็นตัวเลข
จำนวนนักเรียนโรงเรียนระยองวิทยาคม มี 3853 คน
ข้อมูล ที่ไม่เป็นตัวเลข
จากการสังเกตพบว่านักเรียนโรงเรียนระยองวิทยาคมส่วนใหญ่มาโรงเรียนสาย
ข้อมูลสถิติ ที่เป็นตัวเลข
คะแนนโดยเฉลี่ยของนักเรียนระดับชั้น ม. 6 โรงเรียนระยองวิทยาคมคือ 2.64
ข้อมูลสถิติ ที่ไม่เป็นตัวเลข
จากการสำรวจความพึงพอใจของผู้ปกครองพบว่าร้อยละ 61.5 มีความเชื่อมั่นและไว้วางใจโรงเรียนในเรื่องของการดูแลระเบียบวินัย
- สารสนเทศ
แนวตอบ
ข้อมูลที่ผ่านการเลือกสรรให้เหมาะสมกับการใช้งานให้ทันเวลา และผ่านการประมวลผลแล้ว เรียกว่า “สารสนเทศ”
สารสนเทศที่ดีต้องมาจากข้อมูลที่ดี การจัดเก็บข้อมูลและสารสนเทศจะต้องมีการควบคุมดูแลเป็นอย่างดี เช่น อาจจะมีการกำหนดให้ผู้ใดบ้างเป็นผู้มีสิทธิ์ใช้ข้อมูลได้ ข้อมูลที่เป็นความลับจะต้องมีระบบขั้นตอนการควบคุม กำหนดสิทธิ์ในการแก้ไขหรือการกระทำกับข้อมูลว่าจะกระทำได้โดยใครบ้าง นอกจากนี้ข้อมูลที่เก็บไว้แล้วต้องไม่เกิดการสูญหายหรือถูกทำลายโดยไม่ได้ตั้งใจ การจัดเก็บข้อมูลที่ดี จะต้องมีการกำหนดรูปแบบของข้อมูลให้มีลักษณะง่ายต่อการจัดเก็บ และมีรูปแบบเดียวกัน ข้อมูลแต่ละชุดควรมีความหมายและมีความเป็นอิสระในตัวเอง นอกจากนี้ไม่ควรมีการเก็บข้อมูลซ้ำซ้อนเพราะจะเป็นการสิ้นเปลืองเนื้อที่เก็บข้อมูล
- ระบบสารสนเทศ
แนวตอบ
เป็นระบบที่มีการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยในการรวบรวม จัดเก็บ (input) โดยมีส่วนเก็บข้อมูล (storage) ผ่านกระบวนการจัดการ (processing) กับข้อมูล เพื่อให้ข้อมูลนั้น กลายเป็นสารสนเทศที่ดี สามารถนำไปใช้ในการประกอบการตัดสินใจได้ในเวลาอันรวดเร็วและถูกต้อง (output)
สรุปได้ว่า ระบบสารสนเทศ ก็คือ ระบบของการจัดเก็บ ประมวลผลข้อมูล โดยอาศัยบุคคลและคอมพิวเตอร์ในการดำเนินการ เพื่อให้ได้สารสนเทศที่เหมาะสมกับงานหรือภารกิจแต่ละอย่าง
|
(Information System หรือ IS) การจัดเก็บ(input)โดยเก็บข้อมูล (storage) + การจัดการ (processing) = เผยแพร่ (output)
|
องค์ประกอบของระบบสารสนเทศคือฮาร์ดแวร์, ซอฟต์แวร์, มนุษย์, กระบวนการ, ข้อมูล ,เครือข่าย ระบบสารสนเทศนั้นจะประกอบด้วย
- ข้อมูล (Data) หมายถึง ค่าของความจริงที่ปรากฏขึ้น โดยค่าความจริงที่ได้จะนำมาจัดการปรับแต่งหรือประมวลผลเพื่อให้ได้สารสนเทศที่ต้องการ
- สารสนเทศ (Information) คือ กลุ่มของข้อมูลที่ถูกตามกฎเกณฑ์ตามหลักความสัมพันธ์ เพื่อให้ข้อมูลเหล่านั้นมีประโยชน์และมีความหมายมากขึ้น
- การจัดการ (Management) คือ การบริหารอย่างเป็นระบบ เป็นการกำหนดเป้าหมายและทิศทางการจัดการขององค์กรนั้น ซึ่งต้องมีการวางแผน กำหนดการ และจัดการทรัพยากรภายในองค์กร เพื่อให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ขององค์กรนั้นๆ
- ระบบสารสนเทศเพื่อการศึกษา
แนวตอบ
ระบบที่มีการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยในการรวบรวม จัดเก็บ (input) โดยมีส่วนเก็บข้อมูล (storage) ผ่านกระบวนการจัดการ (processing) กับข้อมูล เพื่อให้ข้อมูลนั้น กลายเป็นสารสนเทศที่ดี สามารถ นำไปใช้ในการประกอบการตัดสินใจได้ในเวลาอันรวดเร็วและถูกต้อง (output) เพื่อประโยชน์ในการจัดการศึกษา ยกตัวอย่างการใช้เครือข่ายของอินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา
- 1. E-learning (Electronics-learning) E-learning หมายถึง การเรียนรู้โดยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ วิทยุ โทรทัศน์ เครือข่ายสัญญาณผ่านดาวเทียม เครือข่ายคอมพิวเตอร์ผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งผู้เรียนสามารถศึกษาค้นคว้าหาความรู้ได้ด้วย
-
2. E-Book (Electronics-Book)
E-Book หมายถึง การเก็บเนื้อหาความรู้ต่างๆ อาทิ เช่น เนื้อหาทางวิชาการ สารคดี และบันเทิงคดี ในรูปแบบข้อความอิเล็กทรอนิกส์ อยู่บนเว็บเพ็จ โดยผู้เรียนสามารถเปิดศึกษาจากคอมพิวเตอร์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือบันทึกลงบนแผ่นซีดีรอม -
3. E-Library Centre (Electronics-Library Centre)
E-Library หมายถึง ห้องสมุดกลางอิเล็กทรอนิกส์ที่จัดเก็บเฉพาะเอกสารสิ่งพิมพ์ในรูปสื่ออิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น เช่นเทปคาสเซ็ต ม้วนวีดิทัศน์ แผ่นซีดี โดยให้ผู้ที่เป็นสมาชิกห้องสมุด หรือ ผู้สนใจสามารถศึกษาสาระเนื้อหา ทั้งวิชาการ สารคดี และบันเทิงคดี โดยนำมาเปิดศึกษาจากเครื่องเล่นซีดีรอม หรือเครื่องคอมพิวเตอร์รวมทั้งศึกษาจากเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ขณะนี้ห้องสมุดมหาวิทยาลัย ส่วนมากจัดให้มีบริการการสืบค้นผ่าน อินเทอร์เน็ตโดยไม่ต้องมาที่ห้องสมุด -
4. E-Teacher (Electronics-Teacher)
E-Teacher หมายถึง การใช้ Web-based Course ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นสื่อดำเนินการจัดกระบวนการเรียนการสอน พร้อมทั้งประเมินผลการเรียนรู้ได้ทันที โดยเริ่มจากการหาความรู้ในเนื้อหาที่อยู่บนเว็บไซต์ การถามตอบทางระบบกระดานถาม-ตอบอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งทำแบบทดสอบพร้อมแสดงผล
ประเมินผลของเนื้อหาทันทีเมื่อทำแบบทดสอบเสร็จตามเวลาที่กำหนด
- การสื่อสาร
แนวตอบ การสื่อสาร คือ กระบวนการถ่ายทอดจากบุคคลหนึ่ง (ผู้ส่งสาร) ไปยังอีกบุคคล
หนึ่ง (ผู้รับสาร) โดยผ่านสื่อต่างๆ องค์ประกอบที่สำคัญของการสื่อสารนั้นมี ๔ ประการ เพราะถ้าหากขาดองค์ประกอบประการใดประการหนึ่งไป การสื่อสารก็จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย องค์ประกอบทั้งหมด ๔ ประการ มีรายละเอียดดังนี้
๑. ผู้ส่งสาร ( Sender ) หมายถึง บุคคล หรือหน่วยงานที่เป็นผู้สร้างสาร หรือ แหล่งกำเนิดสาร แล้วส่งสารไปยังบุคคลอื่น หรือไปยังหน่วยงานอื่นด้วยวิธีใดวิธีการหนึ่ง หรือ อาจหลายวิธี เช่น การพูด การเขียน การแสดงท่าทาง เป็นต้น ผู้ส่งสารจึงถือเป็นองค์ประกอบประการแรก ที่ทำให้กระบวนการสื่อสารเกิดขึ้น เพราะเป็นผู้เริ่มต้นการสื่อสารนั่นเอง ดังนั้นผู้ส่งสารอาจเป็นบุคคลคนเดียว กลุ่มบุคคล หน่วยงาน หรือสถาบันองค์กรก็ได้
ผู้ส่งสารควรตระหนักอยู่เสมอก็คือ จะต้องมีความรู้ ความเข้าใจในสารที่จะสื่อออกไปนั้นอย่างแจ่มชัด มีวัตถุประสงค์ชัดเจน เข้าใจถึงความสามารถและความพร้อมในการรับสารของผู้ที่ตนจะสื่อสารด้วย รวมทั้งเลือกใช้วิธีการสื่อสารได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้การสื่อสารครั้งนั้นๆบรรลุเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้
๒.สาร ( Message ) หมายถึง เรื่องราวหรือสิ่งต่างๆที่อาจอยู่ในรูปของข้อมูล ความรู้ ความคิด ความรู้สึก ฯลฯ ที่ผู้ส่งสารต้องการส่งไปให้ผู้อื่นได้รับ และเกิดการตอบสนอง สารประกอบด้วยส่วนสำคัญ 3 ประการ คือ
๒.๑ รหัสของสาร ได้แก่ภาพ สัญลักษณ์ หรือสัญญาณต่าง ๆ ที่มนุษย์ใช้แสดงออกแทนความคิด หรือความรู้สึกต่างๆ ดังนั้น สารจึงจำแนกได้ ๒ ลักษณะ คือ
๑) รหัสของสารที่เป็นถ้อยคำ ( วัจนภาษา ) ได้แก่ ภาษาพูด และภาษาเขียน
๒) รหัสของสารที่ไม่เป็นถ้อยคำ ( อวัจนภาษา ) ได้แก่ กิริยาท่าทาง สัญลักษณ์ และสัญญาณต่างๆ
๒.๒ เนื้อหาของสาร ได้แก่ มวลความคิด และประสบการณ์ที่ผู้ส่งสารต้องการจะ ถ่ายทอด
แลกเปลี่ยนเพื่อความเข้าใจร่วมกัน เนื้อหาของสารจะแฝงไปกับรหัสของสาร เมื่อผู้รับสารสามารถ ถอดรหัสของสารได้ ก็แสดงว่าเข้าใจเนื้อหาของสารนั้นแล้ว เราแบ่งออกเป็น ๒ ลักษณะ คือ
๑) เนื้อหาของสารที่เป็นข้อเท็จจริง เป็นองค์ความรู้ หลักเกณฑ์ หรือข้อสรุปที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้ว มีเหตุผลยอมรับได้ว่าเป็นความจริง สามารถอ้างอิงได้
๒) เนื้อหาของสารที่เป็นข้อคิดเห็น คือ ความรู้สึกหรือความคิดส่วนตัวของผู้ส่งสาร โดยอาจจะเป็นจริงหรือไม่เป็นจริงก็ได้
๒.๓ การจัดสาร ได้แก่ การนำเนื้อหาของสารมาเรียบเรียงอย่างมีระบบ เพื่อให้ได้ใจความตามเนื้อหาที่ต้องการ ด้วยการเลือกใช้รหัสของสารที่เหมาะสม เช่น การเลือกใช้คำ การใช้ท่าทางประกอบ การจัดลำดับความ การอธิบาย เป็นต้น สารที่ได้รับการจัดอย่างดี จะทำให้สารมี จะทำให้ผู้รับสารสามารถเข้าใจได้ตามวัตถุประสงค์ที่ผู้ส่งสารต้องการ
๓. สื่อและช่องทาง ( Medium and Channel ) คือ สิ่งที่เป็นตัวกลางทำให้สารเคลื่อนตัวออกไปจากผู้ส่งสาร มีทั้งสื่อที่อยู่ตามธรรมชาติ เช่น อากาศ คลื่นแสง คลื่นเสียง และสื่อที่มนุษย์ทำขึ้นหรือผลิตขึ้น เช่น โทรศัพท์ หนังสือ นิตยสาร แถบบันทึกเสียง โดยสารจะถูกถ่ายทอดเข้าสู่ระบบการรับรู้ของมนุษย์ เช่น อวัยวะ หรือประสาทสัมผัสทั้ง ๕ ของมนุษย์ ซึ่งก็เป็นช่องทางของผู้ส่งสารผ่านช่องทางของสารไปสู่ผู้รับสาร
๔. ผู้รับสาร ( Receiver ) หมายถึง จุดหมายปลายทางที่สารจะส่งไปถึง ผู้รับสารอาจเป็นบุคคลเดียว หรือเป็นกลุ่มก็ได้ ถ้าหากผู้รับสารตอบสนองได้ตรงกับความต้องการของผู้ส่งสาร ก็แสดงว่าผู้รับสารเข้าใจความหมายของสารที่ส่งมา ผู้รับสารจึงมีหน้าที่แปลความหมายของสารส่งสารต่อไปยังผู้รับสารคนอื่นๆตามที่ผู้ส่งสารกำหนดจุดมุ่งหมายไว้
- เครือข่าย
แนวตอบ เครือข่าย หรือที่มักเรียกติดปากว่า เน็ตเวิร์ก (network) ก็คือ กลุ่มของคอมพิวเตอร์
หรืออุปกรณ์สื่อสารชนิดต่าง ๆ ที่นำมาเชื่อมต่อกันเพื่อให้ผู้ใช้ในเครือข่าย สามารถติดต่อสื่อสาร แลกเปลี่ยนข้อมูล และใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ร่วมกันในเครือข่ายได้ ตัวอย่างของเครือข่ายที่เราคุ้นเคย ได้แก่ เครือข่ายของโทรศัพท์ เครือข่ายดาวเทียม เครือข่ายวิทยุ หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยช่องทางที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารกัน เรียกว่า ช่องสัญญาณ (communication channel)
การสร้างระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (computer network) ก็คือการนำเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งแต่สองเครื่องขึ้นไป มาเชื่อมต่อกันด้วยสายเคเบิล โดยมี Adapter Card และ Software ช่วยในการทำงานของระบบเครือข่าย
- เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แนวตอบ
การผสานเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบสื่อสารโทรคมนาคม ดังนั้น จึงครอบคลุมองค์ประกอบต่าง ๆ 3 ส่วน คือ
- ระบบการสื่อสาร คือ เครือข่ายโทรคมนาคมที่สามารถเชื่อมต่อกันได้ และใช้ร่วมกันได้ เพื่อการเชื่อมต่อของข้อมูลและการเชื่อมต่อของเครือข่าย
- อุปกรณ์ที่ใช้ในการสื่อสาร ได้แก่ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ โทรสาร โทรศัพท์ เครื่องมือและการสื่อสารอื่น ๆ และคอมพิวเตอร์
- ซอฟต์แวร์ที่ทำให้ระบบและอุปกรณ์ทำงานได้ เช่น โปรแกรมคอมพิวเตอร์ บริการสารสนเทศและฐานข้อมูล
กรอบความรู้ความสามารถพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT
Literacy Framework)
เรามาลองดูว่า ความรู้ความสามารถพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่จำเป็นสำหรับการศึกษา การเรียนรู้ การทำงาน และการดำรงชีวิตในยุคแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสังคมแห่งความรู้ในศตวรรษที่ 21 ประกอบด้วยอะไรบ้าง โดยพิจารณาแผนผังต่อไปนี้
|
ความชำนาญด้านเทคโนโลยีและการสื่อสาร (ICT) |
|
การเข้าถึงข้อมูล |
|
การจัดกระทำกับข้อมูล |
|
การแปลความหมายและแสดงผลข้อมูล |
|
การประเมินผลข้อมูล |
|
การสร้างข้อมูล ขึ้นมาใหม่ |
|
ความชำนาญด้านการรู้คิด |
|
ความชำนาญด้านเทคนิค |
- เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา
แนวตอบ
หมายถึง การนำ เอาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งประกอบด้วยเทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์และ เครือข่ายโทรคมนาคมที่เชื่อมต่อกัน สำหรับใช้ในการส่งและรับข้อมูล และมัลติมีเดียเกี่ยวกับความรู้ โดยผ่านกระบวนการประมวลหรือจัดทำ ให้อยู่ในรูปแบบที่มีความหมายและความสะดวกมาใช้ประโยชน์ สำหรับการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อให้คนไทยสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ยกตัวอย่างเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสารเพื่อการศึกษา
- การศึกษาทางไกล เป็นการจัดการศึกษาที่ส่งเสริมและสนับสนุนการปฏิรูปการศึกษา คือยึดหลักการศึกษาตลอดชีวิต ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา เปิดโอกาสให้กับทุกคนที่ต้องการและมีหลักสูตรที่เน้นความหลากหลาย
- e-Learning เป็นมิติใหม่ของการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ที่เปลี่ยนแปลงวิธีการเรียนแบบเดิมเป็นการเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นเครื่องมือ
- SchoolNet เป็นโครงการช่วยส่งเสริมการศึกษาโดยใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ เพื่อ โรงเรียนทั่วประเทศสามารถเข้าถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกันซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของการพัฒนาประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9
- คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer Based Instruction : CAI) เป็นการประยุกต์นำคอมพิวเตอร์มาช่วยในการเรียนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ในรูปแบบสื่อประสมและมีปฏิสัมพันธ์กับบทเรียน โดยผู้เรียนสามารถเลือกสิ่งเร้าได้และบทเรียนจะให้ผลย้อนกลับเพื่อเป็นการเสริมแรง
- การเรียนการสอนผ่านเครือข่าย (Web Based Instruction : WBI) เป็นการเรียนการสอนผ่านเว็บ มีลักษณะเป็นสื่อหลายมิติ สนับสนุนการเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา และสามารถเชื่อมโยงแหล่งการเรียนรู้ได้จากทั่วทุกมุมโลก และมีปฏิสัมพันธ์ได้หลายรูปแบบ
- การจัดการฐานข้อมูล (Data Base Management) เป็นสิ่งจำเป็นในยุคของการแข่งขันอย่างรุนแรง การเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อไม่ให้เกิดการซ้ำซ้อน สามารถเลือกใช้งานได้รวดเร็ว ถูกต้อง ตามความต้องการ เป็นประโยชน์สำหรับการวางแผน การตัดสินใจ และสามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้
จัดทำโดย
นางกาญจนา วิชานนท์
นักศึกษาป.โท รุ่นที่ 3