จาก"ออสการ์"ถึง"นาซ่า" จี้ยุติโรงไฟฟ้าถ่านหิน"เพื่อนชาวอเมริกันและเพื่อนร่วมโลก เราจำเป็นต้องแก้ไขวิกฤติภูมิอากาศ มันไม่ใช่ประเด็นการเมือง มันเป็นประเด็นทางศีลธรรม เราจำเป็นต้องเริ่มต้น ด้วยความตั้งใจที่จะลงมือแก้ปัญหา" อัล กอร์ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กล่าวบนเวทีแจกรางวัลออสการ์

การคัดค้านจากนานาชาติสู่เมืองคอน บทเรียนที่ไม่เคยจำ

เรื่อง / ภาพ : สานศรัทธา

ศูนย์ข่าวพลเมือง ฅนคอน ฉบับที่ ๕ พฤษภาคม ๕๓

 

จาก"ออสการ์"ถึง"นาซ่า" จี้ยุติโรงไฟฟ้าถ่านหิน
        "เพื่อนชาวอเมริกันและเพื่อนร่วมโลก เราจำเป็นต้องแก้ไขวิกฤติภูมิอากาศ มันไม่ใช่ประเด็นการเมือง มันเป็นประเด็นทางศีลธรรม เราจำเป็นต้องเริ่มต้น ด้วยความตั้งใจที่จะลงมือแก้ปัญหา" อัล กอร์ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา  กล่าวบนเวทีแจกรางวัลออสการ์
        ในช่วงเวลาเดียวกับที่ออสการ์ประกาศผลนี้ นักนิเวศวิทยาระดับสูงขององค์การบริหารการบินอวกาศแห่งชาติของอเมริกา หรือ "นาซ่า" ออกมาเรียกร้องนานาชาติให้ระงับแผนการสร้างโรงไฟฟ้าพลังถ่านหินเอาไว้ชั่วคราว เพื่อยับยั้งการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สาเหตุหนึ่งของภาวะโลกร้อน
        เจมส์  แฮนเซ่น ผู้อำนวยการสถาบันศึกษาอวกาศก๊อดดาร์ดของนาซ่า กล่าวกับเอเอฟพีว่า ทั่วโลกควรจะระงับการสร้างโรงไฟฟ้าพลังถ่านหินที่กำลังจะสร้างใหม่เอาไว้จนกว่าจะมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่จับและแตกตัวก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้สำเร็จเสียก่อน ซึ่งอาจจะต้องรออีก 5-10 ปีข้างหน้า
        นับแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมเริ่มต้นขึ้น โรงไฟฟ้าและการคมนาคมขนส่งขึ้นแท่นเป็นแหล่งปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อันดับต้นๆ ของโลก และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้โลกร้อน ในขณะที่ทั่วโลกมีการเผาไหม้เชื้อเพลิงถ่านหินและน้ำมันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
        แฮนเซ่น กล่าวว่า "สมมติฐานที่ว่าอีกหลายพันปีแผ่นน้ำแข็งถึงจะละลายนั้นผิดถนัด ตอนนี้แผ่นน้ำแข็งละลายแล้วและทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นในอัตรา 35 เซนติเมตรต่อ 100 ปี แต่สิ่งที่กังวลคือ ปัจจัยที่จะเข้ามาเร่งกระบวนการนั้นให้เกิดเร็วขึ้น"
        ที่มา  http://board.palungjit.com/

ช่วงนี้ ข่าวเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่หัวไทรและท่าศาลา โด่งดัง จนส่อเค้าวุ่น เมื่อทีมงานโรงไฟฟ้าถ่านหิน หมกเหม็ดกระบวนการ ลงทำงานผ่านเสื้อและผ้าถุง

        “ตั้งแต่ผมเกิดจนจำความได้  สมัยพ่อขุนรามคำแหง เขาบันทึก เขาบันทึกเรื่องราวใส่ศิลาหิน เพื่อจารึก  วัดวาอาราม บันทึกใส่ในใบข่อย  แต่ไฟฟ้าการผลิต ลงให้ความรู้ประชาชน โดยแจกเสื้อแจกผ้าถุง ถามว่า ความรู้เรื่องไฟฟ้า  สมัยนี้เขาบันทึกไว้ในเสื้อแล้วหรือ อยากถามทีมงานพวกนี้หน่อย” เสียงบ่นของคนหัวไทร เมื่อถูกรุกรานผ่านเครื่องมือสมัยใหม่ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต

        เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทีมงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ผนึกกำลังซึ่งส่วนใหญ่เป็นทีมงานที่มีพื้นเพภูมิลำเนา แถวจังหวัดนครศรีธรรมราช ทั้งสิ้น เพื่อเกาะกระแสมวลชนให้แน่นที่สุด โดยใช้วีธีเกาะเกี่ยวในเวทีการจัดทำแผนของท้องถิ่นในพื้นที่   โดยใช้เวลาเข้าร่วมประมาณ ๑ ชั่วโมง และใช้แผ่นโปสเตอร์เกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้าถ่านหินทั้งสิ้น นำไปวางไว้รอบพื้นที่การประชุม

        เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ทีมงานได้ลงไปสังเกตการณ์ในพื้นที่ บริเวณวัดเกาะเพชร หลังจากเทศบาลตำบลเกาะเพชรประชุมทำแผนเสร็จ ทีมงานการไฟฟ้าขอร่วมเวทีอธิบายด้วย แต่ประชาชนส่วนใหญ่ลุกขึ้นออกจากเวทีเกือบหมด เหลือประมาณ ๒๐ คน ซึ่งนายภักดี อักษรวรรณ ทีมงานการไฟฟ้า พยายามอธิบายว่า “ขณะนี้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตพยายามลงพื้นที่สร้างความเข้าใจตามกระบวนรัฐธรรมนูญ มาตร ๕๗ ในเรื่องการมีส่วนร่วม ข้อดีของโรงไฟฟ้าที่ให้ทุนชาวบ้าน เป็นเทคโนโลยีที่สะอาด ป้อนพลังงานสู่ระบบ ” และอีกหลายเรื่องแต่ทั้งหมดชี้ให้เห็นข้อดีทั้งสิ้น  เมื่ออธิบายจบ เรื่องวุ่นก็เกิดขึ้น เมื่อ ไพรี หรือ นายไพโรจน์ รัตนรัตน์ ขึ้นทวงถามความชอบธรรมของกระบวนการเวที “ทำไมทีมงานการไฟฟ้าถึงไม่เปิดเวทีเอง มาพลอยเวทีของคนอื่นอย่างนี้ มาอ้างรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ การไฟฟ้ามีงบประมาณมาลงพื้นที่แต่นี้มาแบบแอบ เพื่อซึมลึกแบบน้ำเซาะทราย ใช้ไม่ได้” นอกจากนี้ ไพรี ยังอ้างถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นด้วย

        จากนั้น ทีมงานการไฟฟ้าบอกว่า เรื่องนี้ได้แจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบแล้วทั้งหมด รวมทั้งนายกเทศบาลในวันนี้ด้วยเพื่อขอเข้าร่วมเวที และยังช่วยสนับสนุนงบประมาณบางส่วนของเวที ๑,๐๐๐ บาท  จากนั้นมีชาวบ้านคนหนึ่งลุกขึ้นโวยวายว่า “ที่หมู่บ้านอื่นเขาให้เงินตั้ง ๓,๐๐๐ บาท ทำไมเวทีนี้ให้แค่พันเดียวเอง เงินไปอยู่ที่ไหน เข้ากระเป๋าใคร”   ร้อนถึงนายกเทศบาลเกาะเพชร ลุกขึ้นมาปฏิเสธว่า “ผมไม่เคยรู้เรื่องเงิน และไม่ได้เอาเงินส่วนนี้ด้วย และไม่ทราบว่าเงินอยู่ที่ใคร” เรื่องนี้เอะอะโวยวายอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะมีการอภิปรายในเวทีกันต่อ

        ซึ่งในทีมงานทั้งหมด ทราบว่า มีนายสัณฑ์ เงินถาวร  และนายวีระ ถาวรวงศ์ เป็นหัวหน้าของทีมงานการไฟฟ้าชุดนี้ แต่แอบอยู่ข้างหลังไม่ยอมเปิดเผยตัว เมื่อถูกเรียกจึงออกมาปรากฏตัว หลังจากเวทีผ่านไประยะหนึ่งชาวบ้านที่ร่วมเวทีต่างเสนอว่า “การไฟฟ้าฝ่ายผลิตคงสร้างการยอมรับได้ยากแล้ว เพราะมาผิดวิธี หมกเหม็ด ต้องเปิดเวทีให้ถูกต้อง เพราะมีงบประมาณอยู่แล้ว เวทีหลังๆ ถูกชาวบ้านไล่แน่ๆ” และคำถามที่ไม่ถูกตอบ คือ ไฟฟ้าเหล่านี้จะเอาไปที่ไหน เพื่อใคร ในเมื่อไฟฟ้าเรามีพออยู่แล้ว

        ข่าวคราวเกี่ยวกับเรื่องนี้ บางส่วนจากสื่อบางฉบับเพื่อการติดตามที่รอบด้านยิ่งขึ้น

“ขณะนี้ กฟผ.มีแผนสร้างโรงไฟฟ้าพลังถ่านหินในพื้นที่จังหวัดชายฝั่งทะเล เพื่อให้สะดวกในการขนย้ายถ่านหินที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งทางจังหวัดนครศรีธรรมราช มีเป้าหมายก่อสร้างในพื้นที่ อ.ท่าศาลา และ อ.หัวไทร เนื่องจากเป็นพื้นที่ชายทะเล มีความสะดวกในการขนส่งถ่านหินทางเรือมาขึ้นฝั่งเพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้า”

(นายสุมิต วงศ์แสงจันทร์ ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์4 มิถุนายน 2553 15:56 น.)

“ขณะนี้ได้จัดส่งทีมงานวิศวกรลงพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ ให้ความมั่นใจว่าการก่อสร้างโรงไฟฟ้าจะมีประโยชน์ในการพัฒนาพื้นที่ที่อยู่บริเวณโดยรอบพื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้า และไม่มีผลกระทบเรื่องสุขภาพ สิ่งแวดล้อมต่อประชาชน เพราะมีระบบควบคุมที่ได้มาตรฐานทันสมัยหลายขั้นตอน สถานการณ์ด้านพลังงาน มีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม”

(นายสุมิต วงศ์แสงจันทร์ ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดย สวท.นครศรีธรรมราช   วันที่เสนอข่าว :10 พ.ค 2553 เวลา 14:58:11)

 

        คณะสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช และจนท.กฟผ. 9 คนนั่งเรือสปีดโบ๊ทกลับจากทำข่าวบนเกาะกลางทะเลอ่าวไทยเจอคลื่นลมแรงหวิดจมทะเล โชคดีเรือตรวจการณ์กองทัพเรือสงขลาผ่านมาช่วยได้ทัน
        จิรา วงศ์สวัสดิ์ สวท. นครศรีธรรมราช รายงานข่าวว่าเมื่อเย็นวันที่ 6 มิ.ย.2553 คณะสื่อมวลชน จ.นครศรีธรรมราชและ จนท.วิศวกร ของ กฟผ.รวม 9 ชีวิต จนท.วิศวกร กฟผ.ซึ่งมาทำงานสำรวจพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินใน อ.หัวไทร และ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช

        ขณะที่เรือสปีดโบ๊ทของคณะสื่อมวลชนและจนท.กฟผ. เดินทางกลับขึ้นฝั่งที่ อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช เมื่อเวลาประมาณ 13.50 น. มุ่งหน้ากลับเข้าฝั่ง ปรากฏว่าเมื่อเวลาประมาณ 14.30 น.ขณะที่เรือสปีดโบ๊ทของคณะสื่อมวลชนแล่นกลางทะเลอ่าวไทย ทันใดนั้นเกิดท้องฟ้ามืดครึ้มคลื่นลมแรง ทำให้เรือสปีดโบ๊ทแล่นฝ่ากระแสคลื่นที่มีความสูงไปด้วยความยากลำบาก ทำให้เรือโคลงเคลงกระแทกคลื่นอย่างแรงหลายครั้งจนหวิดพลิกคว่ำกลางทะเล โชคดีได้มีเรือตรวจการณ์ชายฝั่งของกองทัพเรือภาค 2 สงขลา แล่นผ่านมาพอดีจึงเข้าช่วยคณะสื่อมวลชนและจนท.กฟผ.ทั้ง 9 ชีวิตขึ้นมาบนเรือตรวจการณ์ กองทัพเรือ จนสามารถขึ้นเรือใหญ่ได้สำเร็จ ปลอดภัยทุกคน
         (ที่มา  :: จิรา วงศ์สวัสดิ์ สวท. นครศรีธรรมราช วันที่ :: 7/6/2553)

        ลุงเสริฐ หรือ นายประเสริฐ คงสงค์ กล่าวว่า “เมืองนคร ดินแดนวัฒนธรรมศักดิ์สิทธิ์ ใครมาทำมิดีมิร้าย ต้องมีอันเป็นไปทุกราย ผมเชื่อว่า ไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน ต้องใช้น้ำมหาศาลแน่นอน จากการหล่อเย็น ถามว่าน้ำนี้จะเอาจากไหน ผมเชื่อว่าเอามาจากโครงการพระราชดำริลุ่มน้ำปากพนังแน่นอน ถามว่าผิดพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัวหรือไม่  น้ำในลุ่มน้ำปากพนังมีไว้เพื่อให้เกษตรกรไม่ใช่โรงไฟฟ้าถ่านหิน ผมหารือกับองค์กรต่างๆแล้วจะร้องไปยังสำนักพระราชวัง ให้ช่วยติดตามเรื่องนี้ด้วย ผมเอาแน่” ลุงเสริฐ กล่าวอย่างหนักแน่น

        นอกจากนี้ บังฟีน หรือ นายศักดา เจ๊ะดุหมัน ประธานกลุ่มออมทรัพย์ประมงชายฝั่งบ้านเกาะเพชร เปิดเผยว่า “ไฟฟ้าถ่านหินน่ากลัวแล้ว ที่เรากลัวยิ่งกว่า คือ ท่าเรือน้ำลึกในการขนส่งถ่านหิน ถามว่า การกัดเซาะจะขนาดไหน หากมีการสร้างขึ้น พวกเราชาวทะเลจะหากินที่ไหน หากการไฟฟ้านำเสนอข้อเท็จจริงเรื่องนี้ ผมว่าชาวบ้านไม่มีใครยอมรับสักคนเดียว”  บังฟีนก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ติดตามเรื่องนี้มาอย่างใกล้ชิด

        สำหรับข้อเท็จจริงเรื่องนี้ จากข้อมูลการไฟฟ้าฝ่ายผลิตระบุว่า ปัจจัยการสร้างโรงไฟฟ้านั้น ต้องมีองค์ประกอบหลัก คือ

  • อยู่ใกล้บริเวณชายฝั่งน้ำลึก เพื่อการขนส่งถ่านหิน
  • มีระบบสายส่งเชื่อมโยง 230/500 kV คือ สายส่งแรงสูงนั่นเอง
  • มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เพื่อการระบายความร้อน
  • การขนส่งคมนาคมสะดวก เพื่อการขนส่งอุปกรณ์หนัก
  • ลักษณะเป็นที่ราบขนาดใหญ่ มีขนาดเพียงพอ

        จากเวทีเดียวกัน ทีมงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตระบุว่า “จะเป็นไฟฟ้าถ่านหินขนาด ๗๐๐ เมกะวัตต์ หาพื้นที่หน้าท่าติดทะเล ๑๐๐ เมตรก็พอ เพื่อเป็นสายพานเชื่อมส่งถ่านหิน และพื้นที่นั้นจะจัดซื้อจากภาคเอกชนเป็นหลักไม่เอาพื้นที่สาธารณะ”