ต่อไปข้างหน้า วิทยาศาสตร์จะช่วยเปิดความลี้ลับของธรรมชาติมากขึ้นเรื่อยๆ และน่าจะช่วยลดความอหังการ์ของมนุษย์ ที่ยึดเอาตนเอง เผ่าพันธุ์ของตนเองเป็นศูนย์กลาง (anthropocentric) และจะชัดเจนขึ้นทุกทีๆ ว่าแนวคิดแบบนั้นเป็นการทำลายตนเอง เพราะโลกจะอยู่ไม่ได้ และมนุษย์ก็จะอยู่ไม่ได้ด้วย
นี่คือสาระหลักของบทความเด่นประจำฉบับของนิตยสาร ไทม์ ฉบับวันที่ ๑๖ ส.ค. ๕๓ เรื่อง Inside The Minds of Animals ว่าสัตว์ก็มีความสามารถในการคิด
ผมมีความเชื่อใน multiple intelligence ทั้งในหมู่คน และในหมู่สัตว์หลากชนิด ผมเชื่อว่าสัตว์ฉลาดกว่าคนในบางเรื่อง เพราะเขามีวิวัฒนาการมาในแนวชีวิตและสภาพแวดล้อมของเขา เขาอยู่ในสภาพแวดล้อมนั้นได้สบาย เราหลงเข้าไปก็จะอดตายหรือโดนอันตรายที่มีรอบด้าน
หากเข้าไปในเว็บไซต์ของ ไทม์ ตามข้างบน จะสามารถเข้าไปดูภาพและคำอธิบายความฉลาดของสัตว์หลายชนิด โดยที่ผมเชื่อว่ายังมีมิติความคิดของสัตว์อีกมากที่เรายังไม่เข้าใจ และเราหลงผิดว่ามนุษย์เป็นสัตว์ที่ประเสริฐสุด ผมคิดว่าสัตว์ก็ประเสริฐกว่าเราในบางด้าน
เขาบอกว่า สัตว์หลายชนิดรู้ว่ารูปในกระจกเงาเป็นรูปของตัวเอง ในขณะที่เด็กเล็กมากๆ ไม่รู้
ผมเชื่อว่า ต่อไปข้างหน้าเมื่อมีการศึกษาธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตในด้านลึกมากขึ้นเรื่อยๆ จะยิ่งพบส่วนที่สัตว์บางชนิดมีความสามารถเหนือคนมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นที่เราทราบกันแล้วว่า นกอพยพบางชนิดมีความสามารถในการจับ (รับ) กระแสแม่เหล็กโลก นำมาใช้ในการนำทางของการบินอพยพ เป็นต้น
ต่อไปข้างหน้า วิทยาศาสตร์จะช่วยเปิดความลี้ลับของธรรมชาติมากขึ้นเรื่อยๆ และน่าจะช่วยลดความอหังการ์ของมนุษย์ ที่ยึดเอาตนเอง เผ่าพันธุ์ของตนเองเป็นศูนย์กลาง (anthropocentric) และจะชัดเจนขึ้นทุกทีๆ ว่าแนวคิดแบบนั้นเป็นการทำลายตนเอง เพราะโลกจะอยู่ไม่ได้ และมนุษย์ก็จะอยู่ไม่ได้ด้วย
การดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตต่างๆ ล้วนพึ่งพาอาศัยกันและกัน เป็น web of life
...ยายธีคิดว่า...ถ้ามนุษย์หยุดคิดสักนิด..ว่า..ตัวตนที่เรียกว่ามนุษย์..นั้นเป็นเพียง..หนึ่งในธรรมชาติ..อยู่ได้..โดยไม่แยกตัวตนออกจาก..สภาวะสัจจะธรรม...ธรรมชาตินั้นไซร้...มีสัญชาติญาณเป็นทุนเดิม...ที่ไม่มีคำว่าขาดทุนและกำไร...อยู่ได้เยี่ยงสัตว์..เราก็คงจะอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งวิทยาศาตร์..หากคิดพึ่งตนเอง...เจ้าค่ะ...(แอบคิดแบบชาวบ้าน..เจ้าค่ะ)...ยายธี
คุณยาย สบายดีนะครับ หายไปนานครับ