เคยได้ยินรึเปล่า? ที่เค้าบอกว่า "ถ้าอยากอังกฤษพูดได้เหมือนฝรั่ง ก็ต้องฟังฝรั่งพูดบ่อยๆ" แน่นอนครับ วิธีนี้จะให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของภาษาสื่อสารหรือภาษาพูด ซึ่งจะทำให้เราสื่อสารกับชาวต่างชาติได้อย่างกระชับ, ชัดเจน และตรงจุดมุ่งหมายโดยที่บางครั้งเราแทบไม่จำเป็นต้องพิจารณาในเรื่องหลักไวยากรณ์เลย(แน่นอนว่าค่อนข้างขัดกับหลักการในชั้นเรียนภาษาอังกฤษทุกวิชา ยกเว้นวิชาConversation)
แต่ว่า ถ้าไม่ใช่ที่เรียน แล้วจะมีฝรั่งที่ไหนมาสนทนาให้เราฟังทุกวันๆล่ะ? แล้วเราจะศึกษาจากบทสนทนาของฝรั่งที่ไหนได้? ก็ภาพยนต์ซาวด์แทร็คนั่นปะไร มีหลากหลายเหตุการณ์ในการสนทนา แถมคำบรรยาย ได้ทั้งเนื้อหาและยังได้อรรถรสควบคู่ไปกับการชมภาพยนต์อีกด้วย

ทุกๆคนคงจะทราบกันดีอยู่แล้ว ว่าในดีวีดีภาพยนต์หนึ่งเรื่องนั้น จะมีระบบเสียงสองภาษา ทั้งเสียงในฟิล์มหรือเสียงSoundtrackซึ่งเป็นภาษาต้นตำหรับของภาพยนต์เรื่องนั้นๆ(ในที่นี้เราจะพูดถึงแต่ภาษาอังกฤษ) และเสียงพากษ์ไทยโดยพันธมิตรหรืออะไรก็ว่าไป ซึ่งเราสามารถเลือกฟังได้ตามความพึงพอใจ แถมยังมีคำบรรยาย(subtitle)ให้ด้วย แน่นอนว่าทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งเราก็กำหนดเลือกจะให้มันโชว์หรือไม่โชว์ก็ได้เช่นกัน
สำหรับการชมภาพยนต์เพื่อจุดมุ่งหมายในการฝึกฝนทักษะทางภาษาอังกฤษนั้น เราจำเป็นที่จะต้องชมภาพยนต์เรื่องเดียวกันมากกว่าหนึ่งรอบ และต้องรับชมทั้งสองภาษาและสองคำบรรยาย ข้อดีของการฝึกพูดบทสนทนาตามในภาพยนต์มีประโยชน์นานับประการ หลักๆเลยก็คือข้อแรกมันมีให้เลือกด้วยกันหลายสถานการณ์ขึ้นอยู่กับธีมของภาพยนต์และเหตุการณ์ในท้องเรื่อง และสอง เราสามารถกรอกลับมาฟังใหม่,ชมใหม่เท่าไหร่ก็ได้ตามที่เราต้องการจนกว่าจะพอใจ และสาม ถ้าหากเราได้ชมภาพยนต์มากมายหลายๆเรื่องเราจะมีโอกาสได้เจอประโยคที่ใช้สนทนาประโยคเดียวกันหรืออาจเป็นบทสนทนาบทเดียวกันในหลากหลายอารมณ์, สำเนียง, น้ำเสียง และเชื้อชาติ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับการประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริงและการเพิ่มพูนทักษะการฟังของเราอย่างมาก ในสถานศึกษาของเราอาจจะมีอาจารย์ชาวต่างประเทศมาสอนก็จริงอยู่ แต่เราอาจจะมีโอกาสได้เรียนกับอาจารย์ชาวต่างประเทศเพียงแค่คนเดียวหรือสองคนเท่านั้น ซึ่งนั่นหมายถึงเราจะไม่มีโอกาสได้ฟังสำเนียงภาษาอังกฤษที่หลากหลายนั่นเอง และในสถานการณ์จริง เพียงประโยคพื้นๆที่เราคุ้นเคยเป็นอย่างดีก็อาจทำให้เรางงเป็นไก่ตาแตกได้เหมือนกัน ถ้าหากเจอกับสำเนียงภาษาอังกฤษที่เราไม่คุ้นหู

เรามาพูดถึงวิธีการกันบ้าง อย่างที่กล่าวไว้ในย่อหน้าที่แล้วว่าเราต้องดูหนังเรื่องเดียวกันมากกว่าหนึ่งรอบ บางคนอาจจะถามว่าทำไม? นั่นก็เพราะมันเป็นขั้นตอนของเรา ลำดับแรกให้เลือกดูภาษาใดภาษาหนึ่งในสองสองตัวเลือก ถ้าหากเป็นผู้ที่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับการชมภาพยนต์ซาวด์แทร็คผมแนะนำให้เลือกชมในระบบเสียงภาษาไทย และให้เลือกแสดงคำบรรยายที่เป็นภาษาอังกฤษ เพื่อจะได้ทราบเนื้อหาและธีมหลักๆของภาพยนต์เรื่องนั้นๆก่อน และเพื่อเป็นการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่อยู่ในบทสนทนาของตัวละครแต่ละตัวด้วย
หลังจากจบไปรอบนึงแล้ว รอบต่อไปในการชมภาพยนต์เรื่องดังกล่าว ให้เราเลือกชมในระบบเสียงซาวด์แทร็คหรือภาษาอังกฤษ ส่วนเรื่องของคำบรรยายนั้นให้เลือกตามความต้องการของคุณเอง เช่นถ้าหากคุณยังอยากลองชมแบบได้อรรถรสหรือดูเอามันส์ก่อน คุณจะเลือกบรรยายไทยไปก่อนก็ได้แล้วค่อยข้ามไปขั้นตอนการฝึกพูด หรือถ้าหากคุณเข้าใจและจดจำเนื้อหาของภาพยนต์ได้พอสมควรแล้วจะข้ามมาลองขั้นตอนการฝึกพูดเลยก็ได้ ให้คุณเลือกคำบรรยายภาษาอังกฤษ ซึ่งก็คือให้ชมภาพยนต์ในระบบเสียงภาษาอังกฤษและให้มีคำบรรยายภาษาอังกฤษไปด้วย เพื่อที่จะไว้ดูเวลาฝึกพูดตามบทสทนาของตัวละครนั่นเอง ช่วงไหนไม่ทันก็กรอกลับมาใหม่ หรือจะดูผ่านๆไปรอบนึงก่อนก็แล้วแต่คุณถนัดเลยครับ
*Hint 1 : ถ้าหากคุณยังไม่ชินกับการชมภาพยนต์ซาวด์แทร็ค หรือยังฟังไม่ค่อยรู้เรื่องมากนัก ขอแนะนำให้เริ่มจากการชมภาพยนต์อนิเมชั่นเรื่องต่างๆของWalt Disney ดูก่อน เพราะอนิเมชั่นเหล่านี้มักจะใช้ประโยคง่ายๆพื้นๆมาประกอบบทสนทนา, พูดไม่เร็วมาก, ไม่ค่อยมีคำแสลงที่ยากต่อการทำความเข้าใจมากนัก และสำเนียงการออกเสียงก็ค่อนข้างชัดเจน จึงง่ายต่อการทำความเข้าใจ เหมาะกับผู้ศึกษาในขั้นเริ่มต้น

*Hint 2 : ภาพยนต์ฮอลลีวู๊ดส่วนมากจะเป็นภาษาอังกฤษในสำเนียงอเมริกันครับ ซึ่งจะพูดค่อนข้างเร็ว แต่จะออกเสียงพยัญชนะตัวสุดท้าย(final sound)ค่อนข้างชัดเจน แต่สำเนียงภาษาอังกฤษแบบคนอังกฤษจะพูดค่อนข้างช้า(เนิ่บๆตามสไตล์ผู้ดีเขาล่ะ)แต่จะออกเสียงพยัญชนะตัวสุดท้ายไม่ชัดเจน คือจะไม่ลงเสียงชัดๆ เช่นคำว่า "Mother" อเมริกันจะออกเสียง "มาเธ่อร์" แต่อังกฤษจะออกเสียง "มาเธ่อะ" หรือ "มาเด่อะ" ถ้าอยากลองเปรียบเทียบความแตกต่างดูอย่างชัดเจน ให้ลองดูหนังฮอลลีวู๊ดทั่วๆไปก่อน เช่น "Bad boys" อันนี้จะเป็นสำเนียงอเมริกัน ส่วนหนังที่พูดสำเนียงอังกฤษจ๋าเลยก็คือมหากาพย์ "Harry Potter" อันโด่งดังนั่นเอง

เห็นรึยังล่ะครับว่าการชมภาพยนต์ซาวด์แทร็คนั้น นอกจากจะให้อรรถรสที่ดีเยี่ยมเต็มอารมณ์แล้วนั้น ยังทำให้เราได้ฝึกทักษะทั้งการฟังและการพูดภาษาอังกฤษไปในตัวอีกด้วย เพราะฉะนั้นการดูหนังจึงไม่ใช่แค่เพื่อความบันเทิงอีกต่อไป จริงๆแล้วการเรียนภาษาอังกฤษจากภาพยนต์นั้นไม่ใช่วิธีใหม่แต่อย่างใด เพียงแต่บางคนมองข้ามไปหรือไม่ทันได้นึกถึงเพราะเกลียดการดูหนังซาวด์แทร็ค อาจจะเพราะดูไม่รู้เรื่องบ้าง หรืออ่านคำบรรยายไม่ทันบ้าง ซึ่งตรงนี้ต้องอาศัยความเคยชินครับ ดูบ่อยๆเดี๋ยวก็ชินไปเอง(จะชอบด้วยซ้ำ)
โดยส่วนตัวแล้ว ดีใจที่เดี๋ยวนี้วัยรุ่นไทยหันมานิยมชมภาพยนต์แบบซาวด์แทร็คกันมากขึ้น ทั้งในโรงภาพยนต์และการชมที่บ้าน ใครสนใจจะฝึกฝนภาษาอังกฤษก็อยากให้ลองนำวิธีของผมไปใช้ดูนะครับ ได้ผลจริงๆ หรือถ้ามีวิธีการดีๆแปลกใหม่ๆก็เอามาแชร์กันได้นะครับ