Appreciative Coaching

ในทฤษฎีที่เป็นรากฐานของ Appreciative Inquiry มีทฤษฎีหนึ่งที่น่าสนใจคือ The Pygmalion Effect โดย Rosenthal and Jacobson (1968/1992) ทฤษฎีนี้เป็นการทดลอง คือ นักวิจัยลองให้ข้อมูลกับครูระดับประถม โดยบอกกับครูว่ามีเด็กบางคนฉลาดกว่าอีกบางคน..ปรากฏว่า..เมื่อเวลาผ่านไป เด็กที่ครูเชื่อว่าฉลาด มี IQ สูงกว่าเพื่อน (ซึ่งเดิมมี IQ เท่ากัน) จริงๆ...นักวิจัยคนพบว่า..ครู โดยผ่านจิตใต้สำนึก..จะขวนขวายค้นหาวิธีการสอนที่เหมาะกับเด็กฉลาด..ที่เขาคิดว่าฉลาด แถมยังอำนวยความสะดวกให้เด็กกลุ่มนี้ได้ทำอะไรที่ฉลาดอีก...เด็กเลยฉลาดขึ้นจริงๆ

.......

เรื่องนี้หลายคนฟังแล้วอาจไม่เชื่อ..ไม่เห็นจะเป็นจริง...

แต่ผมอยากบอกคุณว่า ถ้าคุณนึกดีๆ คุณอาจเคยเจอปรากฏการณ์นี้กับตัวเองมาแล้ว..

ลองนึกดูสิครับ..เคยเจอใครที่เขาเชื่อคุณ เช่นเพื่อน พ่อ แม่ พี่ น้อง...ครูไหมครับ..

คุณจะเห็นว่า พออยู่กับคนที่เชื่อในตัวคุณอย่างไม่มีเงื่อนไข...คุณจะแสดงออกมากขึ้น..คุณจะพยายามช่วยคนอื่น ทำงานมากขึ้น...และเป็นที่มาของความฉลาดที่เพิ่มขึ้นในบางสถานการณ์ กับคนบางกลุ่ม

..

ในทางตรงข้าม..ลองนึกถึงสถานการณ์ เมื่อคุณต้องเจอกับคนที่คุณรู้สึกว่า..เขาเป็นคนแปลกหน้า ไม่ค่อยเชื่อคุณ ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับคุณ

..คุณมีแนวโน้มว่าจะสงวนท่าที...ทำนองว่าพูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง..

คุณก็จะไม่ได้แสดงความสามารถอะไรออกมาง่ายๆ...เพราะไม่รู้จะทำไปทำไม

และถ้าที่ทำงาน เพื่อน คนรัก คนรอบตัวคุณแสดงท่าทีอย่างนี้ ก็ยากครับที่คุณจะได้ทำอะไรต่างออกไป...

ทำให้ในบางสถานการณ์ คุณอาจดูโง่ไปเลย...ไม่สามารถแสดงอะไรดีๆ มี Performance ดีๆ ได้...อย่างง่ายๆ..ถึงขั้นอยากไปเริ่มต้นใหม่ที่อื่น..ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย...

บอกว่าทำได้ไหม...ก็เรียกว่าดิ้นรน ค้นหาตนเอง..ถ้าไม่เข้มแข็งพอก็เสียจริต ติดแอลกอฮอล์ไปก็มี

......

ครับ ผมว่าเรื่องนี้มีมูลความจริง...มาเชื่อมั่น มาเห็นคุณค่า เห็นเรื่องดีๆ ในตัวคนอื่นกันเถอะครับ...เราจะได้คนที่ฉลาดขึ้นอีกจมเลยครับ..

..

ตอนนี้มีหนังสือเล่มใหม่ ที่พูดเรื่องนี้ไว้ดีมากๆ คือเล่มข้างล่างนี้ครับ..อ่านแล้วจะฝึกคุณเรื่องนี้เลยครับ...และเรื่องนี้เราไม่น่าจะแปลกแยกกับเรื่องนี้เท่าไหร่นัก ตามมุมมองของผม เรื่อง Pygmalion Effect เปรียบได้กับคือคำว่า มุฑิตาจิต ในศาสนาพุทธนั่นเอง...

คุณล่ะคิดอย่างไร...