
ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่ามีเพื่อนๆจำนวนไม่น้อย ที่ชื่นชอบและหลงไหลในการเล่นวิดีโอเกมส์บนเพลทฟอร์มที่ตนเองชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องคอนโซลอย่าง Play Station ,X-Box, Nintendo หรือจะใครจะเล่นบนPC ซึ่งก็แล้วแต่คนชอบนะครับ และนี่ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยผ่อนคลาย สร้างความสนุกสนานและลดทอนความเครียด(หรือเพิ่มกันแน่วะ?)ให้แก่ตัวผู้เล่นได้ไม่น้อย หลังจากที่เหนื่อยจากนั่งLectureแบบมาราธอนหรือการท่องตำราวิชามารเตรียมสอบมาทั้งวัน ซึ่งเป็นอะไรที่ค่อนข้างหนักเอาการทีเดียว
แต่ทว่า กับเวลาที่สูญเสียไปกับการเล่นวิดีโอเกมส์นั้น เราจะไม่ได้อะไรเลยนอกจากความมันส์สะใจ เปลืองค่าไฟ ไร้สังคมเช่นนั้นหรือ? คำตอบคือไม่ ไม่อย่างแน่นอนครับท่านทั้งหลาย กระผมกล้าท้าให้ท่านลองเลยล่ะ ว่าการเล่นวิดีโอเกมส์นั้น มีส่วนช่วยเพิ่มพูนทักษะทางภาษาอังกฤษให้กับท่านได้ และมันอาจจะมากกว่าที่คุณคิดซะด้วยซ้ำ
แล้วตรงส่วนไหนล่ะ? ที่ว่ามันมีส่วนช่วย ก่อนอื่นเลยต้องขอบอกไว้ก่อนเลยว่าผลสัมฤทธิ์นั้นขึ้นอยู่กับเกมส์ที่ท่านเลือกเล่น(แน่นอนว่าต้องเป็นภาษาอังกฤษ) และวิธีการเล่นของตัวท่านเอง เอาเป็นว่าเข้าสู่เนื้อหากันเลยดีกว่า(ฝอยมานานเกินไปละ)
ก่อนอื่นเราว่ากันถึงแนวเกมส์กันก่อน วิดีโอเกมส์นั้นมีด้วยกันหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น Action, Shooting, RTS(ย่อมาจากReal-time strategy หรือเกมส์แนววางแผนการรบนั่นเอง) และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งวิดีโอเกมส์สมัยนี้นั้น มีความสมจริงค่อนข้างสูงมากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเลียนแบบสิ่งที่อิงมาจากของจริง, ระบบการเล่นต่างๆ ซึ่งในการที่จะผ่านLevelหรือไขปริศนาภายในเกมส์ได้นั้น ทักษะทางภาษาอังกฤษก็มีส่วนสำคัญในการนี้อยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะในเกมส์ประเภทRPG(Role playing game)หรือบางคนถ้าเป็นเกมเมอร์รุ่นลายครามจะรู้จักเกมส์ประเภทนี้ในชื่อ"เกมส์ภาษา"

ซึ่งในเกมส์ประเภทRPGเหล่านี้นั้น ผู้เล่นมักจะถูกสวมบทบาทให้เป็นตัวละครภายในเกมส์ ออกผจญภัยเดินทางเพื่อตามหาหรือพาเจ้าหญิงหนีก็แล้วแต่เนื้อเรื่องเค้าจะกำหนดมา ส่วนสำคัญก็คือในระหว่างการเดินทางนั้น ผู้เล่นก็จะต้องพบกับปริศนาต่างๆ ต้องมีการเข้าไปถามไถ่หาข้อมูลจากNPC(Non-player character)ภายในเกมส์ ซึ่งอาจจะเป็นชาวบ้านหรือทหารก็แล้วแต่เกมส์จะจำลองขึ้นมา และข้อมูลเหล่านั้นจะนำมาซึ่งวิธีการแก้ไขปริศนาและทำให้การเดินทางดำเนินต่อไปได้นั่นเอง
ตรงจุดนี้ผมคิดว่าเป็นข้อดีมากๆของเกมส์RPG เพราะด้วยวิธีการที่แยบยลเช่นนี้ทำให้เราได้ใช้ความพยายามโดยไม่รู้ตัว ที่จะทำความเข้าใจในเนื้อหาเหล่านั้น เพื่อที่จะไขปริศนาของเกมส์และทำให้การผจญภัยดำเนินต่อไปได้ และก็เพื่อที่จะได้เล่นเกมส์ได้อย่างสนุกสนานมากขึ้นนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นจะได้ความรู้มากน้อยแค่ไหนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความพยายามและความสนใจในการเก็บรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆในระหว่างการเล่น แต่กระผมขอบอกไว้อย่างหนึ่งว่าคุณจะไม่ได้อะไรเลย หากคุณเลือกที่จะใช้หนังสือจำพวกGuide Bookหรือหนังสือบทสรุปเพื่อประกอบการเล่นเกมส์ของคุณ เพราะมันได้บอกรายละเอียดการเล่นทุกขั้นตอนเพื่อให้สามารถผ่านไปได้อย่างง่ายดายโดยที่คุณไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรเลย นั่นนอกจากจะทำให้การเล่นเกมส์ของคุณไม่มีประโยชน์อันใดแล้ว ยังทำให้ไม่ได้อรรถรสในการเล่นอีกด้วย ซึ่งนั่นจะทำให้การเล่นเกมส์ของคุณเป็นการเสียเวลาเปล่าของจริง ถึงแม้ว่าเกมส์RPGจะค่อนข้างมีเนื้อหาที่ซับซ้อนและเข้าใจยากสักหน่อย แต่มันก็ไม่ยากเกินความพยายามของเราหรอกครับ แล้วถ้าเราสามารถเล่นผ่านได้ด้วยตัวเองมันก็น่าภูมิใจนะ
อีกส่วนหนึ่งที่เป็นส่วนสำคัญที่จะให้ความรู้และได้ฝึกฝนทักษะทางด้านภาษาอังกฤษไปในตัวระหว่างการเล่นก็คือ การชมMoviesหรือCutscenesต่างๆภายในเกมส์ ที่จะปรากฏขึ้นมาในตอนเริ่มต้น,ตอนจบ หรือในระหว่างช่วงเหตุการณ์สำคัญต่างๆของเนื้อเรื่องภายในเกมส์ ซึ่งพวกMoviesเหล่านี้นั้น ตัวละครจะพูดเป็นภาษาอังกฤษ และระหว่างพูดก็จะมีSubtitleหรือคำบรรยายที่เป็นภาษาอังกฤษปรากฏขึ้นมากำกับด้วย ซึ่งตรงนี้แหละที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะการดูMoviesเหล่านี้ นอกจากจะช่วยให้เราเข้าใจเนื้อเรื่องของเกมส์มากขึ้น หรือเพิ่มอรรถรสในการเล่นเกมส์ให้เรายิ่งอินไปกับมันมากขึ้นแล้วนั้น มันยังช่วยให้เราได้ฝึกการฟังและการอ่านภาษาอังกฤษไปในตัวด้วย ทั้งยังได้รูปแบบและวิธีการใช้คำ(ส่วนใหญ่จะเป็นภาษาพูด) ตลอดไปจนถึงคำศัพท์ใหม่ๆอีกด้วย(ตรงนี้เป็นอะไรที่ดีมาก เพราะสำหรับตัวผมเองแล้ว คำศัพท์คำไหนที่เห็นแล้วไม่รู้ ก็จะไปเปิดหาทันทีด้วยความอยากรู้ และอยากที่จะเข้าใจในเนื้อเรื่องของเกมส์)

ตัวผมเองนั้นกล้าพูดเลยว่าได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษจากวิดีโอเกมส์มามากมายไม่แพ้ในตำราเรียนเลยทีเดียว เพราะเป็นคนที่เล่นวิดีโอเกมส์มาตั้งแต่เด็กๆ และชอบที่จะรู้ให้ลึกซึ้งถึงเนื้อเรื่องและใจความสำคัญของเกมส์มากกว่าที่จะเล่นเอามันส์หรือเล่นให้ผ่านๆจบๆไปอย่างเดียว สิ่งที่ผมได้เรียนรู้อีกอย่างหนึ่งจากการเรียนรู้นอกตำราด้วยแนวทางของตนเองแบบนี้คือมันมีอะไรที่คุณจะไม่ได้ มันมีอะไรที่คุณจะไม่รู้ถ้าหากคุณเรียนแต่ในตำรา ยกตัวอย่างให้เห็นกันง่ายๆ อย่างเช่นคุณเรียนเรื่อง Present Continuous tense ในหนังสือเค้าก็จะบอกคุณว่าโครงสร้างคือ Subject+Verb to be+Verbช่องที่1+ing จากนั้นก็จะยกตัวอย่างง่ายๆมาซักตัวอย่าง เช่น He is running อะไรแบบนี้ เพื่อให้ผู้เรียนได้เข้าใจได้ง่าย ซึ่งตามหลักการแล้วนั่นก็ถูกต้องสำหรับการรับความรู้ใหม่ แต่ทว่าหากคุณเรียนรู้อยู่แค่ในตำราแบบนี้ ยกเว้นว่าครูผู้สอนจะสั่งงานให้ไปหาหรือแปลบทความตามนิตยสารหรือหนังสือพิมพ์ภาษาต่างประเทศแล้วนั้น โอกาสที่คุณจะได้พบเจอกับคำศัพท์ใหม่ๆ แปลกๆที่น่ารู้ก็แทบจะไม่มีเลย เพราะในโลกแห่งความเป็นจริง คำนามในภาษาอังกฤษไม่ได้มีแต่ my father, my mother, my sister หรือ my friend และคำกริยาก็ไม่ได้มีแค่ run, swim, eat, sleep ถ้าหากไปเจอประโยคอย่างเช่น "I'm lying awake beside the windowsill." แม้ว่าคุณจะรู้ว่ามันคือ Present Continuous tense แต่มันจะมีประโยชน์อันไดหากคุณแปลไม่ได้
ที่ผมจะบอกก็คือการเรียนรู้ด้วยตนเองนั้นสำคัญอย่างยิ่ง ไม่แพ้การเรียนจากในห้องเรียน เพราะการเรียนรู้ด้วยตนเองนั้นคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด อาจารย์ของผมท่านจะพูดเสมอว่า"Learning by doing. สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่าหนึ่งมือคลำ สิบมือคลำไม่เท่าลงมือทำเอง" ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ด้วยวิธีการใดก็ตามแต่ หากมันเกิดการเรียนรู้ถึงแม้จะเพียงเล็กน้อยมันก็มีคุณค่านะครับ
ยังไงก็อย่าได้มองจุดประสงค์ของผมผิดไปเชียวล่ะ ว่าผมสนับสนุนให้เล่นวิดีโอเกมส์เยอะๆเพื่อที่จะได้ฝึกฝนทักษะทางด้านภาษาอังกฤษ(ใครคิดแบบนั้นขอให้มันผมร่วง สาธุ) เพราะจริงๆแล้ว การเล่นวิดีโอเกมส์มากไปนอกจากจะไม่ได้ประโยชน์อันใดกับผู้เล่นแล้ว ยังอาจส่งผลให้การเรียนของท่านแย่ลงด้วย และเกมส์บางเกมส์ก็มีเนื้อหาที่รุนแรงและไม่เหมาะสม อาจให้โทษมากกว่าประโยชน์โขเลยล่ะ
</embed>
อันนี้เป็นCutscenesจากเกมส์ Devil may cry 4 หนึ่งในเกมส์โปรดของผมเอง แนะนำเลยครับ เพราะนอกจากตัวเกมส์จะมันส์สะใจและเหมือนจริงมากๆแล้ว Moviesต่างๆในเกมส์นี้ บทพูดของตัวละครค่อนข้างที่จะเป็นภาษาพูดที่มีคำศัพท์ที่น่าสนใจและนำไปใช้ได้จริง แถมยังออกเสียงได้ชัดถ้อยชัดคำ ฟังค่อนข้างง่ายด้วยครับ