๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๐
เรียน เพื่อนครู ผู้บริหารและผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน
วันจันทร์ที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๓ เข้าสำนักงานเช้านี้ดูเงียบเหงา มองป้ายชื่อสำนักงานมีอันต้องเปลี่ยนอีกแล้ว แต่จะทิ้งไว้อย่างนี้สักระยะ แวะเข้าห้องกลุ่มอำนวยการ สั่งเจ้าหน้าที่ธุรการแจ้งทุกกลุ่มงานให้ทราบ ชื่อส่วนราชการใหม่ ชื่อตำแหน่งใหม่และอำนาจหน้าที่ใหม่ เรื่องที่เคยแจ้งโรงเรียนมัธยมให้งด ขึ้นห้องทำงานมีแฟ้มมารอเต็มโต๊ะ หลายแฟ้มต้องให้กลับไปทำใหม่เพราะล้าสมัยไปแล้ว บางแฟ้มไม่สามารถลงชื่อได้อีกเพราะเป็นเรื่องของโรงเรียนมัธยม ยกเว้นเรื่องที่สามารถย้อนหลังไปได้และเป็นสิทธิประโยชน์ของครู เช่น การแก้ไขขั้นเงินเดือนให้สอดคล้องกับการเลื่อนวิทยฐานะ ก็จะสั่งย้อนหลังไปให้ นอกนั้น คงต้องส่งต่อไปให้เขตมัธยมดำเนินการ บ่ายเดินทางเข้ากรุงเทพฯไปติดต่อราชการที่สภาการศึกษา เสร็จธุระเดินทางกลับเข้าเขต จัดการกับแฟ้มเอกสารที่ห้องสโมสร ส่วนใหญ่เป็นการเบิกจ่ายงบประมาณ ติดต่อธนารักษ์จังหวัด ให้ช่วยหาที่ดินราชพัสดุให้สักแปลงเพื่อขยับขยายที่ตั้งเขตในอนาคต ท่านบอกว่ากำลังหาให้อยู่
วันอังคารที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๓ เข้าสำนักงานเช้าแวะดื่มกาแฟที่สโมสร พูดคุยกับท่านรองฯ สมมาตร ชิตญาติ จากนั้นไปประชุมที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูปทุมธานี จำกัด ในฐานะที่ปรึกษา ประธานสหกรณ์ฯแจ้งให้ทราบว่าในช่วงปิดภาคเรียน จะพาผู้แทนสมาชิกไปศึกษาดูงาน ตอนนี้เตรียมการไว้หมดแล้ว วิตกว่า เขตจะจัดพัฒนาครูตรงกัน จะทำให้เสียเงินมัดจำฟรี รับปากว่าจะสับหลีกให้ หลังให้ความเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานแล้วกลับเข้าเขตเพื่อทำงานเอกสาร เที่ยงชวนท่านรองฯ ครรชิต หิรัณยหาดไปกินข้าวที่ครัวเหนือน้ำ บรรยากาศดียื่นลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ติดเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำ อาหารก็อร่อย บ่ายเข้าประชุมคณะกรรมการ สกสค.จังหวัด ท่านผู้อำนวยการ สกสค. จังหวัดปรารภให้ฟังว่า กำลังหาที่ทำการใหม่ เพราะเขตมัธยมศึกษาขอพื้นที่คืน รวมทั้งของเขตประถมศึกษาบางส่วน คือ ห้องศึกษานิเทศก์และห้องเก็บพัสดุชั้นล่าง ผมก็บอกว่าเขตประถมศึกษาก็กำลังหาพื้นที่ที่เหมาะสมอยู่เหมือนกัน แต่คงต้องขอเวลาสักพัก เนื่องจากได้ลงทุนปรับปรุงอาคารหลังนี้ไปมาก ภาษานักเลงการพนันเขาบอกว่าแทงจนหมดหน้าตัก เมื่อต้องมานับหนึ่งใหม่ เลยมึนงงไปเหมือนกัน ท่านผู้อำนวยการกองการศึกษา อบจ.ปทุมธานี บอกว่าท่านนายก อบจ. บ่นคิดถึง ผอ.เขต เพราะไม่เจอหน้ากันนานแล้ว รับปากว่าพรุ่งนี้จะไปร่วมงานจังหวัดเคลื่อนที่คงได้พบกัน

วันพุธที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๓ เช้าเดินทางไปวัดบัวสุวรรณประดิษฐ์เพื่อร่วมงานจังหวัดเคลื่อนที่และอบจ.ห่วงใยรับใช้ประชาชน สถานที่จัดงานใช้อาคารเอนกประสงค์ที่มีแต่หลังคากับเสา กว้างขวางจุคนได้เป็นหมื่น วันนี้ผู้คนมากันมาก นายก อบจ.นายชาญ พวงเพ็ชร กำลังเป็นพิธีกรอยู่บนเวที จัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อแจกสิ่งของให้กับราษฎร ผมขึ้นเวทีร่วมกิจกรรมกับเขาด้วย ด้านหน้าเวทีมีอุปกรณ์กีฬาสำหรับมอบให้โรงเรียนในย่านนี้ มีผู้บริหารโรงเรียนมาคอยรับมอบทุกโรงเรียน ประมาณ ๑๐ นาฬิกา ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เดินทางมาถึง ทำพิธีถวายราชสดุดีและถวายพระพรแด่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามกุฎราชกุมาร เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ ๒๘ กรกฎาคม ที่ผ่านมา จากนั้นได้ปราศรัยกับประชาชนและมอบของที่เตรียมมาให้ เช่น ข้าวสาร ยาปราบวัชพืช เครื่องอุปโภคบริโภคต่าง ๆ ประมาณ ๑๑ นาฬิกาเดินทางกลับมาแวะร้านข้าวแกงกินปากทางเข้าโรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย บ่ายชวนรอง ผอ.เขตเดินทางไปรัฐสภา เพื่อพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตามที่ท่านนายกสมาคมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย นัดหมายไว้ เข้าไปนั่งฟังข้อเสนอแนะและคำตอบในเรื่องการบริหารงานบุคคลและการเลื่อนขั้นเงินเดือนของครู ที่กฎหมายล่าช้ากว่าข้าราชการประเภทอื่น คำตอบที่ได้รับคือกำลังพยายาม กลับสำนักงาน ท่าน ศน.ทรงเดช ขุนแท้ รายงานให้ทราบว่า มีโรงเรียนเต็มใจให้เขตไปตั้งสำนักงานอยู่ ๒ แห่ง คือ โรงเรียนวัดสามัคคิยาราม และโรงเรียนวัดสุวรรณจินดาราม คงต้องออกไปดูความเหมาะสมทั้งของเขตและของโรงเรียน ไปอยู่แล้วต้องเกิดประโยชน์ทั้งสองฝ่าย

วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๓ เช้าไปเปิดอบรมครูและผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็กที่โรงเรียนอนุบาลปทุมธานี พยายามจะฉายคลิปเรื่อง “ครูสมพรคนสอนลิง” ให้ครูดูกัน กว่าจะสำเร็จต้องเปลี่ยนโน้ตบุคกันหลายเที่ยว ออกจากโรงเรียนอนุบาลปทุมธานี เดินทางไปโรงเรียนวัดสามัคคิยาราม ระยะทางจากตัวเมืองไม่ถึง ๑๐ กิโลเมตร ห่างจากถนนใหญ่ประมาณ ๑๐๐ เมตร พื้นที่กว้างขวาง มีอาคารเรียนหลังเก่าเป็นไม้ ๒ ชั้น มีห้องว่างประมาณ ๒๐ ห้อง นักเรียนปัจจุบันมี ๑๐๐ กว่าคน ผู้อำนวยการโรงเรียนให้การต้อนรับและไม่ขัดข้องหากเขตจะมาตั้งสำนักงานที่นี่ การจะตัดสินใจเป็นเรื่องใหญ่จึงค้นหาประวัติของโรงเรียนนี้มาดูเพื่อเคารพในเจตนารมณ์ของผู้ตั้งโรงเรียนหรือผู้บริจาคที่ดิน พบว่าเป็นโรงเรียนเก่าแก่ กล่าวคือโรงเรียนนี้เดิมชื่อโรงเรียนประชาบาลตำบลคลองควาย๑ (สามัคยาจารย์อุทิศ) ต่อมาใน พ.ศ.๒๔๙๓ ได้เปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนวัดสามัคคิยาราม(สามัคยาจารย์อุทิศ) เดิมตั้งอยู่ในที่ดินของวัดสามัคคิยาราม หมู่ที่ ๔ ตำบลคลองควาย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี เป็นโรงเรียนที่นายอำเภอจัดตั้งขึ้น เมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๔๖๗ เปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ ๑ ถึง ชั้นประถมปีที่ ๔ โดยอาศัยศาลาการเปรียญของวัดสามัคคิยารามเป็นสถานที่เรียนในปี พ.ศ.๒๔๗๓ ทางสามัคยาจารย์สมาคม ได้สร้างอาคารเรียนเอกเทศถาวร ๒ ชั้นหลังคามุงกระเบื้อง สิ้นเงิน ๓,๙๙๐ บาท (สามพันเก้าร้อยเก้าสิบบาทถ้วน) ใช้เป็นสถานที่เรียน ในปี พ.ศ.๒๕๐๒ ได้รับงบประมาณจากทางราชการ ๗๒,๐๐๐ บาท (เจ็ดหมื่นสองพันบาทถ้วน) รื้อย้ายอาคารเรียนมาปลูกสร้างใหม่ แบบ ป.๑ ก.พิเศษ ขนาด ๖ X ๘ เมตร ยาว ๔๘ เมตร ๖ ห้องเรียน มีมุขกลาง ในปี พ.ศ.๒๕๑๓ ได้รับงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ๑๒๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนสองหมื่นบาทถ้วน) ปลูกสร้างอาคารใหม่ แบบ ป.๑ ขนาด ๖ X ๙ ยาว ๒๗ เมตร ๓ ห้องเรียนอีก ๑ หลัง ในปี พ.ศ.๒๕๑๕ ได้รับงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี จำนวน ๕๐๐,๐๐๐ (ห้าแสนบาทถ้วน) ปลูกสร้าอาคารเรียนใหม่แบบ ๐๐๔ ขนาด ๘.๕๐ X ๓๓ เมตร ๘ ห้องเรียนในที่ดินด้านตะวันตกของวัด ซึ่งคุณประเสริฐ วิริยะพันธ์ ได้มอบให้แก่ทางราชการ จำนวน ๕ ไร่ ในปี พ.ศ.๒๕๑๘ ได้รับงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี จำนวน ๗๐๐,๐๐๐ บาท (เจ็ดแสนบาทถ้วน) ต่อเติมอาคารเรียนแบบ ๐๐๔ อีก ๘ ห้องเรียน ในปี พ.ศ.๒๕๒๐ ต่อเติมอาคารเรียนแบบ ๐๐๔ อีก ๘ ห้องเรียน งบประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) รวมเป็น ๒๔ ห้องเรียน และในปีเดียวกัน ได้งบประมาณสร้างบ้านพักครูอีก ๑ หลัง ราคา ๗๕,๐๐๐ บาท (เจ็ดหมื่นห้าพันบาทถ้วน) ในปี พ.ศ.๒๕๒๑ ได้รับงบประมาณสร้างบ้านพักครูอีก ๑ หลัง ราคา ๘๖,๐๐๐ บาท (แปดหมื่นหกพันบาทถ้วน)และได้งบสร้างส้วมอีก ๕ ที่นั่งราคา๒๘,๐๐๐ บาท (สองหมื่นแปดพันบาทถ้วน) ในปี พ.ศ.๒๕๒๒ ได้รับมอบที่ดินจากนายประเสริฐ วิริยะพันธ์ อีก 3 ไร่ 2 งาน 06 ตารางวา คิดเป็นเงินประมาณ ๑๖๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนหกหมื่นบาทถ้วน) รวมที่ดิน 8 ไร่ 2 งาน 06 วา และทางโรงเรียนได้ขยายสนามถมดิน สิ้นเงิน ๗๐,๐๐๐ บาท (เจ็ดหมื่นบาทถ้วน) ในปี พ.ศ.๒๕๒๖ ได้รับงบประมาณสร้างอาคารอเนกประสงค์ แบบ ๒๐๕/๒๖ ของสำนักงานคณะกรรมการ การประถมศึกษาแห่งชาติเป็นเงิน ๘๒๐,๐๐๐ บาท (แปดแสนสองหมื่นบาทถ้วน) ในปี พ.ศ.๒๕๓๒ ได้รับงบประมาณซ่อมทางเท้าหน้าอาคารเรียน และซ่อมอาคารเรียน เป็นเงิน ๑๔๖,๙๘๔ บาท (หนึ่งแสนสี่หมื่นหกพันเก้าร้อยแปดสิบสี่บาทถ้วน)ในปี พ.ศ.๒๕๓๘ ซ่อมแซมอาคารเรียน แบบ ๐๐๔ งบประมาณ ๔๐,๐๐๐ บาท (สี่หมื่นบาทถ้วน) และได้งบประมาณสร้างเรือนเพาะชำ จำนวน ๒๔,๐๐๐ บาท (สองหมื่นสี่พันบาทถ้วน)ในปี พ.ศ.๒๕๔๐ เดือนตุลาคม ติดตั้งเครื่องกรองน้ำ สิ้นเงิน ๑๕,๐๐๐ บาท ราษฎรบริจาค และในเดือนพฤศจิกายน ถมบ่อหน้าโรงเรียนด้านตะวันออก สิ้นเงิน ๑๑,๒๕๐ บาท โดย นายธีระ ชาญอนุเดช และราษฎรบริจาค และในเดือนธันวาคม ปรับพื้นสนามหน้าโรงเรียน สิ้นเงิน ๘,๐๐๐ บาท ราษฎรบริจาค ในปี พ.ศ.๒๕๔๑ จัดงานบุญทอดผ้าป่าสามัคคี สร้างส้วม ๗ ที่นั่ง สิ้นเงิน ๑๖๐,๐๐๐ บาท และในเดือนตุลาคม กรม ส.ป.ช. ให้งบประมาณสร้างอาคารเรียน แบบ สปช.๑๐๕/๒๙ จำนวน ๕ ห้องเรียน สิ้นเงิน ๑,๘๖๒,๕๓๔ (หนึ่งล้านแปดแสนหกหมื่นสองพันห้าร้อยสามสินสี่บาทถ้วน) ในเดือนมีนาคม ๒๕๔๒ จัดงานบุญทอดผ้าป่าสามัคคีใช้หนี้ ค่าถมดินสร้างอาคารเรียน เมื่อปี ๒๕๔๑ เป็นเงิน ๑๔๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนสี่หมื่นบาทถ้วน) ในปี พ.ศ.๒๕๔๔ ในเดือนกรกฎาคม ได้รับงบประมาณ ๑๑๖,๐๐๐ บาท ซ่อมแซมอาคารเรียนแบบ ๐๐๔ (ซ่อมหลังคา,เปลี่ยนเสาอาคารเรียน) ในปี พ.ศ.๒๕๔๕ ในเดือนมกราคม ได้รับงบประมาณ ๙๐,๙๐๐ บาท สร้างส้วมแบบ สปช.๖๐๑/๒๖ จำนวน ๔ ที่นั่ง ในเดือนมีนาคม คณะครูร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานจัดการทอดผ้าป่าของโรงเรียนขึ้น ได้เงินทั้งสิ้น ๒๓๔,๐๐๐ บาท ใช้ปรับปรุงอาคารอเนกประสงค์แบบ สปช.๒๐๕/๒๖ และปรับปรุงและต่อเติมอาคารโรงอาหารอีก ๑ หลัง การตัดสินใจคงต้องหารือกับผู้บริหารโรงเรียนและผู้บริหารเขต ที่สำคัญคนบริจาคที่ดิน หากเขตไปอยู่จริงจะต้องพัฒนาโรงเรียนนี้ให้เป็นโรงเรียนสาธิตหรือโรงเรียนต้นแบบในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ได้ กลับมาทานข้าวผัดกระเพราที่ห้อง บ่ายทำงานแฟ้มเอกสารไปจนเย็น

วันศุกร์ที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๓ เดินทางไปโรงแรมเอเชีย แอร์พอร์ต ศูนย์การค้าเซียร์รังสิตเพื่อเป็นประธานเปิดการประชุมพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา มาตรา ๓๘ ค. (๒) จากปทุมธานี เขต ๑ ,เขต ๒ และนนทบุรี เขต ๑, เขต ๒ ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เป็นผู้รับผิดชอบ มาครั้งแรกตื่นตาตื่นใจกับห้องประชุมที่กว้างขวาง ทันสมัย ราคาย่อมเยากว่าโรงแรมในระดับเดียวกัน หลังพิธีเปิดเดินทางกลับสำนักงานเขต ไม่ได้ขึ้นห้องทำงานเพราะไม่มีเจ้าหน้าที่ ไปอบรมกันหมด เหลือไว้แต่รอง ผอ.เขต ผอ.กลุ่ม และศึกษานิเทศก์ เที่ยงเดินทางลงชุมพร ไม่ได้ขับรถทางไกลนานแล้วจึงรู้สึกโหวงเหวงชอบกล แต่พอผ่านไปสักพักทุกอย่างเป็นไปอย่างอัตโนมัติ สามารถทำความเร็วได้ ๑๔๐ กม./ชม. แวะท่ายางซื้อขนมร้านอำนวยไปฝากเจ้าภาพถวายพระ ถึงปะทิวประมาณ ๑ ทุ่ม เลี้ยวเข้าวัดดอนกุฎีที่บำเพ็ญกุศลศพพ่อตา ผอ.ธรรมรงค์ เทพไพฑูรย์ โรงเรียนวัดดอนยาง มีคณะรอง ผอ.เขต ผู้บริหารโรงเรียนและครูจาก สพป.ชุมพร เขต ๑ มาร่วมงานหลายท่าน ได้คุยถามทุกข์สุขกันถ้วนหน้า หลายคนชีวิตเปลี่ยนแปลงไป เป็นข้าราชการบำนาญแต่สุขภาพยังแข็งแรง หลังพิธีทางศาสนา ออกมาพักค้างที่โรงแรมจันทร์สมชุมพร ตามที่เคยพักทุกครั้งที่ลงมาชุมพร

วันเสาร์ที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๓ ตื่นเช้าดูบรรยากาศตลาดชุมพร ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ขับรถวนเที่ยวดูสถานที่เก่า ๆ ที่เคยผูกพันในอดีต ศูนย์ราชการ มีศาลจังหวัดสร้างใหม่ดูเด่นมากหลังติดภูเขาหันหน้าออกทะเล บ้านพักที่เคยอยู่มา ๖ ปี บัดนี้ถูกทิ้งร้างมีวัชพืชปกคลุมรั้วและกำแพง จนดูไม่ออกว่าสมัยหนึ่งเคยเป็นบ้านที่มากไปด้วยผู้คนที่หมุนเวียนกันมาจนดูคึกคักที่สุดในย่านนี้ ถนนชุมพร-ระนอง มีห้างสรรพสินค้าต่างชาติขึ้นใหม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพอสมควร สาย ๆ เดินทางกลับมาแวะทานข้าวกลางวันที่หัวหิน ข้าวมันไก่โกจง ถึงเพชรบุรีประมาณ ๑๖ นาฬิกา นัดหมาย ผอ.ยิ่ง ทัศน์แก้ว มากินข้าวที่ร้านแม่นุ้ย หน้าวัดถ้ำแก้ว มีทีม ผอ.ฉวีวรรณ ม่วงปรางค์ มาสมทบ ประมาณ ๑ ทุ่ม จึงเข้าไปฟังสวดพระอภิธรรมศพคุณพ่อของคุณเพ็ญศรี ฉิมโหมด ประชาสัมพันธ์ สพป.เพชรบุรี เขต ๒ ได้พบลูกน้องจากเพชรบุรี เขต ๒ จากเขตและโรงเรียนหลายคน พบกันทุกครั้งก็ประทับใจทุกครั้ง ออกจากวัด ผอ.ยิ่ง ทัศน์แก้วและคณะชวนไปฟังเพลงที่สวนอาหารบ้านดิน อำเภอบ้านลาด เป็นคาราโอเกะแบบผลัดเปลี่ยนกันร้องโต๊ะละ ๓ เพลง ได้บรรยากาศมิตรภาพที่ดี ประมาณ ๕ ทุ่มเดินทางกลับบ้านพักที่นนทบุรี
กำจัด คงหนู
ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑

เป็นครูประถมศึกษา ทำงานหนัก ไม่เคยท้อ แต่มาท้อที่รู้สึกว่ามีแต่คนรังเกียจ ไม่อยากอยู่ด้วย แม้แต่เจ้านาย พวกเราผิดอะไรหรือ?????
ไม่มีใครรังเกียจ ใครหรอก เป็นไปตามวิถีแต่ละคนต่างหาก ประถมศึกษา มัธยมศึกษา ต่างกันตรงวัยเด็ก เท่านั้น และเราก็เลือกวัยเด็กกันตามความถนัดตั้งแต่ครั้งสอบบรรจุเป็นข้าราชการครูแล้ว สบายใจเถิด
ดิฉันเองก็นับถือครูประถมมาตลอดนะคะ จะเห็นได้จากที่บรรดาครูประถมทั้งหลายมีวิทยฐานะชำนาญการพิเศษกันมากมาย
นั่นแสดงถึงความสามารถของท่านไม่ได้ด้อยค่าเลยค่ะ
เราต่างเป็นข้าราชการครูเช่นกันนะคะ
ช่วยกันพัฒนาเด็กนักเรียนดีกว่านะคะ