คุณวิมลวรรณ ปัญญาว่อง นักจิตวิทยาคลินิก สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์
เมื่อลูกโกหก...
ความซื่อสัตย์ถือเป็นพื้นฐานสำคัญของลักษณะนิสัยที่ดี ซึ่งเด็กเรียนรู้ได้จากที่บ้าน ดังนั้น เมื่อพ่อแม่ผู้ปกครองพบว่าเด็กโกหก จึงจำเป็นต้องสอนให้เด็กเข้าใจว่าการโกหกเป็นสิ่งที่ผิด อย่างไรก็ตาม วิธีการเพียงวิธีเดียวย่อมไม่สามารถใช้ได้กับทุกสถานการณ์ พ่อแม่จึงจำเป็นต้องทำความเข้าใจลึกลงไปถึงสาเหตุเบื้อวหลังการโกหกของเด็ก เพื่อจะได้เลือกวิธีจัดการได้อย่างเหมาะสม
-
การโกหกตามจินตนาการ (Lying as Fantasy)
การโกหกอาจยังไม่ใช่ปัญหาที่รุนแรงนัก ในเด็กอายุ 4 – 5 ปี เป็นกิจกรรมปกติที่เด็กมักสร้างเรื่องหรือแต่เรื่องขึ้น เด็กวัยนี้จะสนุกกับการฟังและสร้างเรื่องตามจินตนาการ ซึ่งเด็กบางคนอาจยังแยกแยะความแตกต่างระหว่างจินตนาการกับเรื่องจริงได้ไม่ดีนัก
การเล่น เป็นกระบวนการที่เหมาะสำหรับเด็กวัยนี้ โดยใช้การเล่นตามจินตนาการ สอดแทรกการสอนให้เด็กเข้าใจว่าการทำตามจินตนาการไม่ใช่สิ่งที่อันตราย แต่ต้องเข้าใจว่านี่เป็นเพียง “การเล่น” เท่านั้น ไม่ใช่เรื่องจริง
-
การโกหกเพื่อหลบเลี่ยงความผิด (Lying to Divert Blame)
ปัญหาจะเริ่มรุนแรงมากขึ้น เมื่อในช่วงเวลาหนึ่ง เด็กเรียนรู้ที่จะโกหกเพื่อปกป้องตนเอง เช่น หลีกเลี่ยงการทำบางอย่าง หรือเลี่ยงความผิดของตนเอง เด็กบางคนกลัวโดนดุว่าเป็น “เด็กไม่ดี” ที่ทำข้าวของแตกหรือเกิดอุบัติเหตุ ส่วนเด็กโต พูดโกหกเพื่อปกปิดความผิดและหลีกเลี่ยงการถูกลงโทษ ในกรณีนี้ การที่เด็กโกหกนั้น มักมาจากความรู้สึกภายใน คือ ความรู้สึกผิด กังวล และกลัว
เด็กวัยรุ่นบางคนเรียนรู้เองว่าในบางสถานการณ์การโกหกก็เป็นสิ่งที่ยอมรับได้ เช่น การไม่บอกแฟนถึงเหตุผลแท้จริงที่บอกเลิก เพราะไม่ต้องการทำร้ายความรู้สึกของอีกฝ่าย วัยรุ่นบางคนอาจโกหกเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวหรือช่วยให้ตนเองรู้สึกเป็นอิสระจากพ่อแม่ผู้ปกครอง (เช่น โกหกว่าไม่ได้แอบออกไปกับเพื่อนตอนกลางคืน)
วิธีที่ดีที่สุดในการจัดการการโกหกแบบนี้ คือ การสอนให้เด็กได้รู้เกี่ยวกับการโกหกว่าเป็นพฤติกรรมที่ผิดและจะได้รับผลเสียอย่างไร พูดให้เด็กเข้าใจถึงความสำคัญของความซื่อสัตย์ ความจริงใจ และความไว้วางใจ โดยเฉพาะการพูดความจริงเวลาที่ทำความผิดเพื่อที่เขาจะได้มีโอกาสแก้ไขความผิดนั้น
-
การโกหกซ้ำๆ (Compulsive Lying)
เมื่อการโกหกกลายเป็นนิสัย แสดงถึงความรุนแรงมากขึ้นและต้องจัดการอย่างจริงจัง เด็กกลุ่มนี้จะรู้สึกว่าการโกหกเป็นวิธีง่ายที่สุดในการทำตามความต้องการของผู้ปกครอง ครู และเพื่อนๆ เด็กกลุ่มนี้ไม่ได้ต้องการทำผิดหรือประสงค์ร้ายกับใคร เพียงแต่โกหกซ้ำบ่อยๆ จนกลายเป็นนิสัยไม่ดี
เด็กหรือวัยรุ่นบางคนโกหกเพราะไม่อยากให้มีปัญหา บางคนมักจะโกหกเพื่อปิดบังปัญหารุนแรงอื่นๆ เช่น วัยรุ่นที่มีปัญหายาเสพติดมักจะโกหกซ้ำๆ เพื่อปกปิดความจริงเกี่ยวกับว่าเขาไปไหนมา ไปกับใคร ทำอะไรมาบ้าง ไปเอาเงินมาจากที่ไหน
เด็กบางคนที่รู้ความแตกต่างระหว่างความจริงกับการโกหกแล้ว จะสามารถสร้างเรื่องราวได้น่าเชื่อถือ เด็กหรือวัยรุ่นมักจะสร้างเรื่องที่น่าสนใจเพื่อเรียกร้องความสนใจจากผู้ฟัง พ่อแม่แทบจะต้องมีตาหลังทีเดียวเมื่อลูกโกหกบ่อยครั้งจนเป็นนิสัย พ่อแม่ส่วนใหญ่ต้องเรียนรู้ที่จะจับสัญญาณการโกหกของเด็ก ต้องอยู่ในตำแหน่งได้เปรียบเหนือกว่าเด็ก และให้ผลลัพธ์ของการโกหกแก่เด็กอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ อาจต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างสม่ำเสมอ แต่วิธีนี้จะช่วยให้เด็กเรียนรู้ว่าการโกหกนั้นไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด
อย่างไรก็ตาม ถ้าเด็กหรือวัยรุ่นยังพัฒนารูปแบบของการโกหกที่รุนแรงและซ้ำซ้อนมากขึ้น ควรได้รับการช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ การประเมินโดยจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นจะช่วยให้เด็กและผู้ปกครองเข้าใจพฤติกรรมการโกหก และได้รับคำแนะนำสำหรับอนาคตด้วย